← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 5Free

ตอนที่ 5 — รอยรั่วที่อู่เรือนายหัวเดชา

กลิ่นน้ำมันดินและไม้สักชื้นแฉะโชยเข้าจมูกทันทีที่คามินก้าวเท้าลงจากเรือหางยาวลำเก่า เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามไม่ให้มือที่สั่นเทาแสดงออกมาให้ใครเห็น ตรงหน้าเขาคืออู่ต่อเรือขนาดใหญ่ที่สุดในย่านปากแม่น้ำมรสุม เสาไม้ขนาดยักษ์หลายต้นค้ำยันหลังคาสูงชันที่ดูเหมือนจะพังลงมาได้ทุกเมื่อหากลมมรสุมพัดมาผิดทิศ

“เฮ้ย! เจ้าเด็กใหม่นั่นน่ะ ยืนบื้ออยู่ทำไม?” เสียงตวาดดังมาจากชายร่างกำยำที่กำลังแบกแผ่นไม้กระดาน “ถ้าจะมาเดินเล่นหาที่พักผ่อน ก็ไถหัวออกไปทางท้ายตลาดโน่น ไป!”

คามินรีบก้มหัว “ผมมาสมัครเป็นช่างฝึกหัดครับ ผมชื่อคามิน”

ชายคนนั้นวางไม้ลงเสียงดังสนั่นจนฝุ่นไม้ฟุ้งกระจาย เขาเดินตรงเข้ามาหาคามินพลางกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ช่างฝึกหัด? ดูจากชุดมอมแมมกับรองเท้าสานขาดๆ แบบนี้ แกมาจากหมู่บ้านท้ายดอนใช่ไหม? พวกหมู่บ้านที่ยังใช้ไม้ไผ่ถักเป็นแพนั่นแหละ อย่ามาเสียเวลาที่นี่เลย อู่ของนายหัวเดชาเราต้องการพวกที่รู้จักแรงดันน้ำ ไม่ใช่พวกเด็กเมื่อวานซ่าที่แค่วิ่งเล่นในคลองเล็กๆ ไปวันๆ”

“ผมพอจะรู้วิธีจัดการกับรอยต่อไม้ครับ” คามินพยายามรักษาความสุภาพ แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยคำพูดนั้น

“รู้เหรอ? งั้นมาดูนี่!” ชายคนเดิม—ซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าคนงานชื่อชิด—ชี้ไปที่เรือสินค้าลำหนึ่งที่กำลังถูกดึงขึ้นจากน้ำ ผิวน้ำด้านล่างเรือลำนั้นดูขุ่นมัวและมีรอยคราบน้ำมันรั่วซึมออกมา “เรือลำนี้เสียหายจากการปะทะกับสันดอนทรายเมื่อคืน นายหัวสั่งว่าต้องซ่อมให้เสร็จก่อนน้ำขึ้นรอบหน้า ไม่งั้นสินค้าจากต่างถิ่นจะมาถึงช้า แล้วพวกเราจะโดนหักเงินกันทั้งอู่ แกจะทำอะไรได้?”

คามินเดินเข้าไปใกล้เรือลำนั้น เขาไม่ได้มองแค่รอยรั่ว แต่มองไปที่ลักษณะการวางตัวของเรือที่เอียงผิดรูปไปทางกราบซ้าย เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่แผ่นไม้แตก แต่มันคือการเสียสมดุลของโครงสร้างไม้ภายในที่รับแรงกระแทกไม่ทันกับจังหวะน้ำขึ้น

“มันไม่ได้แตกที่แผ่นนอกครับ” คามินพึมพำเบาๆ

“แกพูดว่าอะไรนะ?” ชิดขมวดคิ้ว “ถ้าแกบอกว่าไม่แตก แล้วน้ำมันรั่วออกมาจากตรงไหน?”

“รอยรั่วตรงนี้เกิดจากรอยคราดของไม้กระดานที่หลวมเพราะโครงสร้างซัพพอร์ตด้านล่างมันทรุดตัวลงจากการรับน้ำหนักที่ผิดจังหวะครับ” คามินชี้ไปที่รอยแตกเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีนัยสำคัญ “ถ้าคุณแค่เอาชันยาแนวอุดตรงนี้ พอน้ำขึ้นแรงๆ แรงดันจะดันให้ไม้ข้างในฉีกออก แล้วรอยรั่วจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็นสิบเท่า”

พวกคนงานเริ่มส่งเสียงหัวเราะเยาะ “ฟังมันพูดสิ! นึกว่าตัวเองเป็นช่างหลวงมาจากเมืองหลวงหรือไง?”

คามินไม่ตอบ เขาเดินไปที่มุมเครื่องมือ เขาหยิบสิ่วขนาดเล็กและค้อนไม้ขึ้นมา สายตาของเขาจดจ้องไปที่จุดที่เขาคาดการณ์ไว้ “ขอเวลาผมห้านาที ถ้าผมผิด คุณจะไล่ผมออกทันทีโดยไม่คิดค่าแรงเลยแม้แต่แดงเดียว”

ความเงียบเข้าปกคลุมอู่เรือชั่วขณะ ชิดแสยะยิ้ม “ได้! ถ้าแกทำไม่ได้ แกไปหาที่นอนที่ท้ายดอนซะ!”

คามินเริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้เริ่มจากการอุดรอย แต่เขาเริ่มจากการใช้สิ่วตอกเปิดรอยต่อที่ดูเหมือนจะแน่นหนาออกอย่างระมัดระวัง เขาใช้ความรู้เรื่องกลไกไม้ที่เคยอ่านจากบันทึกเก่าๆ ของปู่มาประยุกต์ใช้ เขาไม่ได้มองแค่ผิวไม้ แต่มองไปถึงการกระจายแรงของโครงสร้าง เขาใช้ลิ่มไม้ขนาดเล็กที่ทำจากไม้เนื้อแข็งพิเศษที่เขามีติดตัวมา แทรกเข้าไปในรอยต่อที่ขยับได้นั้นอย่างแม่นยำ

เสียง ปึก ปึก ของค้อนไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหงื่อไหลซึมตามไรผมของเขา คามินต้องใช้แรงกดมหาศาลเพื่อดันลิ่มไม้ให้เข้าที่ในขณะที่น้ำยังคงซึมออกมาเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงแรงดันน้ำที่พยายามจะสู้กับมือของเขา

“ทำอะไรของมันวะนั่น? ทุบเรือพังเหรอ?” คนงานคนหนึ่งตะโกน

แต่คามินไม่ได้ฟัง เขาใช้เชือกเส้นเล็กๆ ผูกรัดรอยต่อที่เพิ่งซ่อมเสร็จไว้ชั่วคราวเพื่อสร้างแรงกดให้คงที่ ก่อนจะนำชันผสมยางไม้สูตรพิเศษที่เขาเตรียมมาทาลงไปในจังหวะที่น้ำกำลังจะเริ่มลดระดับลงเล็กน้อย เป็นจังหวะที่ความชื้นในไม้กำลังอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุด

ห้านาทีผ่านไปเหมือนเป็นชั่วโมง คามินถอยหลังออกมา เช็ดมือที่เปื้อนยางไม้กับกางเกง “ลองปล่อยน้ำเข้าดูครับ”

ชิดเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่เชื่อสายตา เขาหยิบถังน้ำขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้สำหรับทดสอบการรั่วมาเทลงไปตรงบริเวณที่คามินจัดการ น้ำไหลผ่านรอยต่อที่ถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีน้ำซึมออกมาแม้แต่หยดเดียว ความนิ่งของรอยต่อทำให้โครงสร้างของเรือกลับมาขนานกับพื้นอย่างสมดุล

“มัน... มันไม่ได้แค่หยุดรั่ว แต่มันทำให้เรือตั้งตรงขึ้นด้วย” ชิดอุทานออกมา เสียงของเขาเบาลงจนกลายเป็นความเกรงขาม

ในขณะที่คนงานกำลังยืนมุงดูด้วยความตะลึง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังราคาแพงก็ดังขึ้นมาจากทางบันไดไม้ที่ทอดลงสู่ท่าเรือ ชายในชุดผ้าไหมสีเข้มที่ดูเรียบกริบแต่แฝงความน่าเกรงขามเดินตรงเข้ามา เขาคือ นายหัวเดชา ผู้ที่ทุกคนในย่านนี้ต่างเกรงกลัว

นายหัวเดชามองดูเรือที่เพิ่งซ่อมเสร็จ แล้วเลื่อนสายตามาที่คามิน “นั่นฝีมือแกหรือ? เจ้าเด็กจากหมู่บ้านท้ายดอน?”

“ครับ นายหัว” คามินตอบ พยายามไม่ให้เสียงสั่น

นายหัวเดชาเดินวนรอบเรือหนึ่งรอบ สายตาเย็นชาของเขาเหมือนกำลังประเมินมูลค่าของสิ่งของมากกว่ามนุษย์ “การซ่อมแบบนี้ไม่ใช่แค่การอุดรอย แต่มันคือการปรับโครงสร้างตามแรงดันน้ำ... เป็นวิธีที่เก่าแก่แต่ฉลาดหลักแหลง” เขาเงยหน้าขึ้นมองคามิน “แกมีอะไรดีกว่าที่ตาเห็น และฉันก็ชอบคนที่มีของ”

นายหัวเดชาหันไปหาชิด “พาเขาไปที่โรงช่างใหญ่ ไปอยู่ในกลุ่มช่างต่อเรือสินค้าลำเลียง เขามีความสามารถมากกว่าช่างทั่วไปในอู่เราเสียอีก”

ชิดอ้าปากค้าง “แต่นายหัวครับ เขาเป็นแค่...”

“ฉันพูดแล้วไง” นายหัวเดชาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง “แต่จำไว้ คามิน... ในโลกที่กระแสน้ำกำหนดทุกอย่าง ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวจะทำให้แกจมลงสู่ก้นแม่น้ำโดยไม่มีใครเห็นแม้แต่เงา”

นายหัวเดชาเดินจากไป ทิ้งให้คามินยืนอยู่ท่ามกลางสายตาที่เปลี่ยนจากดูแคลนเป็นความสงสัยและไม่เป็นมิตรของเหล่าคนงาน คามินกำหมัดแน่น ความรู้สึกโล่งใจจากการได้งานใหม่ถูกทับซ้อนด้วยความกดดันมหาศาลที่เขารู้สึกได้จากสายตาของนายหัวเดชา

เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นงานช่าง แต่มันคือการก้าวเข้าสู่ใจกลางของพายุที่กำลังจะก่อตัวในเดลต้าแห่งนี้

--- คามินพิสูจน์ฝีมือด้วยการซ่อมรอยรั่วเรือที่โครงสร้างภายในเสียหายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จนทำให้ได้รับโอกาสเข้าทำงานในอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ของนายหัวเดชา