← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 19Free

ตอนที่ 19 — ความลับในรอยแยกแห่งแสง

ความเงียบงันที่ตามมาหลังจากการระเบิดของพลังงานนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ รินรู้สึกเหมือนวิญญาณของเธอถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ แล้วประกอบขึ้นใหม่ด้วยเศษซากของความทรงจำที่พร่าเลือน เธอพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยโคลนตมใต้ก้นบึ้งของลำน้ำ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความเย็นจัดที่บาดลึกเข้าไปในกระดูก ผสานกับความรู้สึกเบาหวิวราวกับร่างกายไม่ได้ยึดโยงอยู่กับแรงดึงดูดของโลกอีกต่อไป

“คามิน...” เธอพยายามเค้นเสียงเรียก แต่สิ่งที่ออกมากลับเป็นเพียงเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ

เมื่อทัศนวิสัยเริ่มกลับมา รินพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในอุโมงค์น้ำที่มืดมิดหรือโถงกลไกที่พังทลายอีกต่อไป สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเธอคือพื้นที่กึ่งกลางระหว่างความจริงและความฝัน มันคือมิติที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นจากหยาดน้ำและแสงสว่างสีฟ้าบริสุทธิ์ พื้นที่ทั้งหมดดูเหมือนจะลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่าอันไพศาลที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีท้องฟ้า และไม่มีแผ่นดิน มีเพียงกระแสธารแห่งแสงที่ไหลเวียนไปมาเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงจักรวาล

คามินนอนอยู่ไม่ไกลจากเธอ ร่างของเขาดูเลือนรางราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกหยดน้ำชะล้าง เขาหายใจหอบถี่ ผิวหนังของเขาดูเหมือนจะสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ ออกมา รินพยายามพยุงกายขึ้นจากพื้นผิวที่ดูเหมือนน้ำแต่กลับแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของเธอ มันไม่ใช่ดินเลน แต่มันคือความหนาแน่นของพลังงานที่ควบแน่นจนกลายเป็นสิ่งที่สัมผัสได้

“เรา... เราตายแล้วใช่ไหม?” คามินพึมพำ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงขณะมองไปรอบๆ “หรือว่านี่คือสิ่งที่พวกหมอผีเรียกว่าโลกหลังความตาย?”

“ไม่ใช่...” รินตอบ พลางก้มมองมือตัวเอง เธอเห็นแสงสีฟ้าเล็กๆ ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของเธอ ราวกับว่าพลังงานจากหัวใจของน้ำได้ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของเธอผ่านการสัมผัสในนาทีที่เกิดการระเบิด “นี่ไม่ใช่ความตาย คามิน นี่คือ ‘หัวใจ’... มันคือที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น”

ทันใดนั้น ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น มันไม่ใช่เสียงเครื่องจักรของนายหัวเดชา แต่มันคือเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและมั่นคง เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่มันดูเหมือนจะดังมาจากทุกหนทุกแห่งรอบตัวพวกเขา

เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางม่านแสงสีฟ้าที่พลิ้วไหว มันไม่ใช่เงาที่มืดมิด แต่เป็นเงาที่สว่างจ้าจนรินต้องหยีตา ชายคนนั้นสวมชุดคลุมยาวที่ดูเหมือนทอขึ้นจากละอองน้ำและแสงจันทร์ ใบหน้าของเขาดูเยาว์วัยแต่ดวงตากลับแฝงไปด้วยความอาวุโสของยุคสมัยที่ล่วงลับไปนานแสนนาน และสิ่งที่ทำให้รินแทบหยุดหายใจคือสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ

มันคือแผนที่... แผนที่ฉบับเดียวกับที่ปู่เถาว์เคยใช้ แผนที่ที่มีลายเส้นเรืองแสงแบบเดียวกันเป๊ะ แต่มันสมบูรณ์กว่า มันไม่ได้มีแค่เส้นทางเดินเรือ แต่มันมีแผนผังของพลังงานทั้งหมดที่ไหลเวียนอยู่ในเดลต้า

“เจ้ามาถึงที่นี่เร็วกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก... ผู้สืบทอดแห่งสายน้ำ” ชายปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้แหบพร่าเหมือนวิญญาณ แต่กลับกังวานและทรงพลังเหมือนเสียงน้ำตกที่ไหลลงสู่หน้าผา

“คุณเป็นใคร?” รินถาม พยายามรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่น้อยนิด “แล้วคุณรู้เรื่องแผนที่ของปู่ฉันได้ยังไง?”

ชายคนนั้นไม่ตอบคำถามโดยตรง เขาเพียงแต่ขยับแผนที่ในมือ แสงสีฟ้าจากแผนที่พุ่งออกไปสัมผัสกับพื้นผิวที่รินยืนอยู่ ทันใดนั้น ภาพนิมิตก็ปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเขา มันไม่ใช่ภาพที่พร่ามัว แต่มันคือความจริงที่กำลังเกิดขึ้นในโลกเบื้องบน

รินเห็นนายหัวเดชา กำลังสั่งการให้เครื่องจักรขุดเจาะลึกลงไปใต้ดินเลนอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่ได้หยุดแค่การสูบน้ำ แต่เขากำลังพยายามจะ ‘เจาะ’ เข้าไปถึงแกนกลางของกลไกโบราณที่พวกเขายืนอยู่ตรงนี้ รินเห็นท่อเหล็กขนาดมหึมาที่ดูเหมือนเขี้ยวของสัตว์ร้ายกำลังแทรกซึมผ่านชั้นดินลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง

“เขากำลังจะทำลายมัน...” รินพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “เขาไม่ได้ต้องการแค่ควบคุมน้ำ แต่เขากำลังจะขุดทำลายหัวใจของเดลต้าเพื่อเอาพลังงานไปใช้ในเครื่องจักรของเขา!”

“ความโลภของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด” ชายปริศนากล่าว แววตาของเขามองดูภาพนิมิตด้วยความเศร้าสร้อย “เมื่อพวกเขาคิดว่าตนเองสามารถควบคุมธรรมชาติได้ พวกเขาก็เริ่มสร้างกรงขัง และเมื่อกรงขังนั้นแตกสลาย... สิ่งที่เหลืออยู่จะมีเพียงความว่างเปล่า”

คามินขยับเข้ามาใกล้ริน “แล้วเราจะทำยังไง? เราจะกลับไปที่นั่นได้ยังไง? เราต้องหยุดเขา!”

ชายปริศนาหันมาสบตาริน แสงในดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้น “เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ริน... เจ้ามาที่นี่เพื่อเป็น ‘ผู้รักษา’ หากเจ้าต้องการหยุดยั้งหายนะที่กำลังจะมาถึง เจ้าต้องเรียนรู้วิธีการสื่อสารกับสายน้ำ ไม่ใช่แค่การพายเรือไปตามมัน”

เขายื่นแผนที่ฉบับนั้นมาทางเธอ รินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือที่สั่นเทาไปรับมัน ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดาษที่ดูเหมือนจะทำจากน้ำแข็งและแสงสว่าง ความรู้มหาศาลก็พุ่งเข้าสู่สมองของเธอราวกับเขื่อนที่แตกออก เธอเห็นจังหวะการเต้นของหัวใจน้ำ เห็นทิศทางของแรงดันที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นดิน และเห็น ‘จุดอ่อน’ ของเครื่องจักรของนายหัวเดชา

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะรับรู้ความลับนั้นเอง แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้นในมิติแห่งแสง แสงสีฟ้าที่เคยนิ่งสงบเริ่มกลายเป็นสีแดงฉานวูบวาบราวกับมีเลือดไหลเวียนอยู่ใต้ผิวน้ำ

“พวกมันมาแล้ว!” คามินตะโกน ชี้ไปที่เส้นขอบของมิติที่กำลังบิดเบี้ยว

เครื่องจักรของนายหัวเดชาไม่ได้หยุดอยู่แค่บนผิวน้ำ แต่มันกำลังส่ง ‘แรงสั่นสะเทือน’ และ ‘ความมืด’ แทรกซึมเข้ามาในมิตินี้ด้วย ควันดำและเขม่าไฟจากโลกเบื้องบนเริ่มปรากฏเป็นเงาตะคุ่มๆ ที่กำลังกัดกินแสงสว่างรอบตัวพวกเขา

ชายปริศนาถอยหลังกลับไปในม่านแสง “เวลาของเจ้าในมิตินี้มีจำกัด... จงนำสิ่งที่เจ้าเห็นกลับไป และจงระวัง... เพราะความจริงที่เจ้าได้รับมา จะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นศัตรูของโลกที่เจ้าเคยรู้จัก”

“เดี๋ยวก่อน! คุณชื่ออะไร? แล้วเราจะเจอคุณได้อีกเมื่อไหร่!” รินตะโกนเรียก แต่ร่างของชายคนนั้นกลับจางหายไปในพายุแสงสีฟ้าที่เริ่มบ้าคลั่ง

วูบ!

แรงเหวี่ยงมหาศาลฉุดกระชากรินและคามินออกจากมิติแห่งแสง รินรู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงออกมาจากอุโมงค์ที่แคบและมืดมิดสู่ความสว่างจ้าที่ทำให้ตาพร่ามัว เสียงระเบิดและเสียงเครื่องจักรดังสนั่นหวั่นไหวกลับมาอีกครั้ง เธอลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนดินเลนที่เปียกชื้น ริมตลิ่งใกล้กับจุดที่เคยเป็นอุโมงค์น้ำ

ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้มด้วยเมฆมรสุม แสงไฟจากตะเกียงและเรือกลไฟของพวกคนงานนายหัวเดชาส่องสว่างอยู่ไกลๆ รินรีบควานหาแผนที่ในมือ... มันยังอยู่ แต่มันไม่ใช่แผนที่เรืองแสงเหมือนในมิตินั้น บัดนี้มันกลับมาเป็นเพียงกระดาษเก่าๆ ที่ดูไร้ชีวิต

“ริน! คุณโอเคไหม?” คามินถามพลางพยุงเธอขึ้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและโคลนตม

รินไม่ได้ตอบในทันที เธอมองไปที่ท่อเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ๆ ซึ่งกำลังพ่นควันดำออกมาอย่างต่อเนื่อง เธอรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร แต่เธอก็รู้เช่นกันว่าสิ่งที่เธอเพิ่งเผชิญมานั้น จะทำให้เธอไม่สามารถกลับไปเป็นเพียงนักเดินเรือธรรมดาได้อีกต่อไป

ทันใดนั้น สายตาของเธอเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ขอบตลิ่ง... รอยเท้าขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ของมนุษย์ และไม่ใช่รอยเท้าของสัตว์ในเดลต้า แต่มันเป็นรอยเท้าที่ดูเหมือนถูกสลักไว้ด้วยพลังงานบางอย่างที่ยังคงทิ้งความร้อนจางๆ ไว้บนดินเลน

และที่สำคัญที่สุด... เธอได้ยินเสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากลม แต่มาจากท่อเหล็กของนายหัวเดชาที่กำลังสั่นสะเทือน

‘...เจ้าเลือกแล้ว... ผู้สืบทอด...’

รินกำแผนที่ในมือแน่น สายตาของเธอมุ่งตรงไปยังอู่ต่อเรือของนายหัวเดชาที่ตั้งอยู่อย่างน่าเกรงขามในความมืด สงครามที่แท้จริงไม่ได้เริ่มที่ลำน้ำ แต่มันกำลังจะเริ่มที่ความลับที่เธอเพิ่งได้รับมา

--- รินและคามินหลุดเข้าไปในมิติแห่งแสงซึ่งเป็นหัวใจของน้ำ และรินได้รับแผนที่และความลับจากชายปริศนาเกี่ยวกับวิธีหยุดยั้งหายนะ แต่เมื่อกลับสู่โลกความจริง เธอพบว่าความลับนี้อาจทำให้เธอต้องกลายเป็นศัตรูกับทุกคน