ตอนที่ 165 — กังหันวายุแห่งบ้านปลาม
โครงเหล็กกากบาทสี่ทิศทาด้วยสีเขียวเข้มค่อยๆ ตั้งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางเสียงลมทะเลพัดหวีดหวิว คามินผูกเชือกยึดโครงเหล็กเข้ากับเสาไม้สักขนาดใหญ่ที่ปักลงไปในโคลนเลนอย่างแน่นหนา เหงื่อกาฬไหลซึมทั่วหน้าผาก เส้นเอ็นที่ต้นแขนปูดโปนขึ้นทุกครั้งที่ออกแรง ดึงสายสลิงให้ตึง เขาเหลือบมองไปยังรินที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้พลั่วขุดดินรอบๆ ฐานเสาอย่างขะมักเขม้น เสียงจอบกระทบพื้นดินดังสลับกับเสียงคลื่นกระทบฝั่งไม่ขาดระยะ “อีกนิดเดียวสินะ” คามินพึมพำกับตัวเองขณะที่กวาดสายตาสำรวจงานตรงหน้า ระบบผลิตพลังงานจากลมที่เขากำลังประดิษฐ์นี้คือความหวังใหม่ของบ้านปลาม หลังจากที่โครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ต้องชะงักงันไปเพราะการมาของนายหัวเดชา การปรากฏตัวของเรือขุดขนาดมหึมาลำนั้นยังคงติดตาเขาอยู่ มันไม่ใช่แค่เครื่องมือทำลาย แต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจที่พร้อมจะกลืนกินวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเขา
“ลมแรงใช้ได้เลยวันนี้” รินเงยหน้าขึ้น ยิ้มเหนื่อยๆ ให้คามิน “เหมาะเจาะกับงานเลย” เธอพูดพลางเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตา “แต่ว่านะ... ฉันว่าเราต้องคิดเผื่อเรื่องน้ำขึ้นด้วยนะ คามิน สังเกตไหมว่าน้ำมันขึ้นสูงกว่าปกติทุกวัน” ประโยคหลังของเธอทิ้งน้ำเสียงกังวลเอาไว้เล็กน้อย
คามินพยักหน้าเห็นด้วย “อืม... ฉันก็รู้สึกได้เหมือนกัน” เขาเดินเข้าไปช่วยรินขุดดิน “มันเกี่ยวกับที่นายหัวเดชาเอาเรือไปถมคลองนั่นแหละ ทำให้กระแสน้ำมันเปลี่ยนไปหมด” เขาพยายามปัดความคิดเรื่องนั้นออกไปก่อน “เอาเป็นว่าตอนนี้เราต้องทำให้เจ้านี่มันเสร็จก่อน” เขาชี้นิ้วไปยังโครงเหล็กที่ตั้งตระหง่านอยู่ “หลักการมันง่ายๆ น่ะริน เหมือนใบพัดเรือที่เราเคยเห็นแหละ แต่เราปรับมุมให้มันรับลมได้ดีที่สุด” เขาเริ่มอธิบาย “แกนกลางนี่ฉันทำจากเหล็กที่รีดมาพิเศษ ส่วนใบพัดนี่... ฉันใช้เทคนิคเดียวกับการสร้างใบเรือนั่นแหละ” เขาใช้มือวาดรูปทรงใบพัดกลางอากาศ “ให้มันโค้งรับลมอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”
“แล้วมันจะผลิตพลังงานได้มากพอใช้จริงๆ เหรอ?” รินถามด้วยความสงสัย “เรามีเครื่องมือไม่เยอะ แล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มที่สุด”
“ฉันคำนวณแล้ว” คามินตอบอย่างมั่นใจ “ถ้าลมพัดสม่ำเสมอแบบนี้ มันจะหมุนได้เร็วพอที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง... เอ่อ... ประมาณ 80% ของที่บ้านเราใช้กันอยู่” เขาไม่แน่ใจนัก แต่ก็พยายามให้กำลังใจตัวเอง “เราจะต่อมันเข้ากับแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ที่ได้มาจากเรือเก่าที่เราซื้อไว้ หวังว่ามันจะพอ”
“80% ก็ยังดีกว่าไม่มี” รินพยักหน้า “อย่างน้อยก็ช่วยลดภาระได้บ้าง” เธอหันไปมองดูจำนวนนกที่เริ่มกลับมาเกาะตามกิ่งไม้ที่เธอเพิ่งปักไว้ให้ “หวังว่าบ้านนกที่เราสร้างไว้จะช่วยดึงพวกมันกลับมาได้เยอะๆ นะ” สายตาของเธอทอดยาวออกไปยังผืนน้ำ
“เราทำทุกอย่างที่เราทำได้แล้วริน” คามินปลอบ “ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า... ลมมันจะพัดแรงแค่ไหน” เขาพูดขณะที่กำลังจะปีนขึ้นไปประกอบส่วนบนของกังหัน “ฉันจะขึ้นไปติดตั้งใบพัดแล้วนะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดบอกด้วย” เขาปีนป่ายขึ้นไปบนโครงเหล็กอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าเปื้อนเหงื่อแต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ขณะที่คามินกำลังยึดใบพัดเข้ากับแกนกลาง ลมทะเลก็เริ่มพัดแรงขึ้น เสียงใบไม้ไหวเอนดังเสียดแทรกเข้ามาในโสตประสาท แรงลมพัดชายเสื้อของเขาปลิวไสว เขาค่อยๆ คลายตัวล็อคออก แล้วยึดใบพัดเข้ากับแกนอย่างแน่นหนา “เอาล่ะ” เขาพูดเสียงดังกว่าเดิม “พร้อมแล้ว!”
วินาทีต่อมา แรงลมที่พัดมาปะทะเข้ากับใบพัดอย่างจัง แกนกลางหมุนคว้างด้วยความเร็วสูง ใบพัดสีเขียวเข้มหมุนเป็นวงกลมอย่างสง่างาม ส่งเสียงหึ่งๆ ดังไปทั่วบริเวณ รินที่ยืนมองอยู่ข้างล่างตบมืออย่างดีใจ “สำเร็จแล้ว!” เธอตะโกน “เยี่ยมไปเลย คามิน!”
คามินยิ้มกว้าง เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยที่ส่งผ่านมายังโครงเหล็ก เขามองดูเข็มวัดที่ต่อไว้กับแกนกลาง มันชี้ไปที่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “มันใช้ได้!” เขาตะโกนกลับลงมา “ผลิตไฟฟ้าได้จริงๆ!”
ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นก็ดังแหวกอากาศมาจากทางปากแม่น้ำ เรือขุดลำใหญ่ของนายหัวเดชาปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า กำลังแล่นตรงเข้ามายังบริเวณที่พวกเขาอยู่ ล้อมรอบด้วยเรือยนต์ลำเล็กๆ อีกหลายลำ ลูกเรือบนเรือเหล่านั้นถือปืนยาวมาด้วย
“แย่แล้ว!” รินร้อง “มาแล้ว!”
คามินรีบปีนลงมา “เราต้องรีบหน่อยแล้ว!” เขาพูดขณะที่มองดูเรือของนายหัวเดชาที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ “เราต้องทำให้มันเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่พวกมันจะมาถึง” เขาเหลือบมองไปที่กังหันลมที่กำลังหมุนอย่างแข็งขัน “อย่างน้อยที่สุด พลังงานจากลมนี้ก็อาจจะช่วยให้เรามีแสงสว่างสู้กับพวกมันได้” เขาพูดพลางคว้าเครื่องมือชิ้นต่อไปขึ้นมา ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งเครียด ท่ามกลางเสียงลมที่พัดกระหน่ำและเสียงเครื่องยนต์ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
--- คามินสร้างกังหันลมผลิตพลังงานสำเร็จ แต่เรือขุดของนายหัวเดชาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมจะเข้ามายับยั้งแผนการของพวกเขา