← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 156Free

ตอนที่ 156 — รังนกในกระแสลม

กลิ่นอับชื้นของโคลนและสาหร่ายลอยอวลในอากาศ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านไม้ไผ่ที่ถักทอเป็นผนังของเรือนแพ รินก้มหน้าก้มตาลงบนบันทึกเล่มหนาที่เปิดค้างอยู่ ปลายปากกาขนนกขยับเขยื้อนไปมาอย่างรวดเร็ว พลางพึมพำกับตัวเองเสียงเบา “นกกระยางปากกว้าง... ถิ่นอาศัย: ป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำ... อาหาร: ปลาขนาดเล็ก กุ้ง... พฤติกรรม: ทำรังเป็นกลุ่ม...” เธอแตะนิ้วโป้งไปที่รูปภาพนกสีขาวบริสุทธิ์ที่มีจุดสีดำแซมบนปีก “บันทึกเก่าบอกว่าเจ้านกนี่จะคลาคล่ำเต็มท้องฟ้าในฤดูวางไข่ แต่ช่วงสิบปีหลังมานี้... ไม่เคยเห็นเยอะขนาดนี้เลยสักครั้ง”

เสียงลมพัดหวีดหวิวลอดเข้ามาตามช่องว่างระหว่างแผ่นไม้ รินเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับ มองเห็นเงาตะคุ่มของเรือนแพหลังอื่นๆ ที่ลอยเรียงรายตามลำน้ำ ท่ามกลางเสียงเจื้อยแจ้วของนกนานาชนิดที่ยังคงดังไม่ขาดสาย แต่ในห้วงความคิดของเธอ ภาพฝูงนกที่เคยอธิบายไว้ในบันทึกกลับดูเลือนรางลงทุกที “มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ” เธอคิด พลางหยิบกล้องส่องทางไกลที่ทำจากทองเหลืองขัดเงาขึ้นมา ส่องมองไปยังแนวป่าชายเลนที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา

“เห็นอะไรไหม ริน?” เสียงทุ้มอบอุ่นของคามินดังขึ้นจากด้านหลัง เขาถือถาดไม้ที่เต็มไปด้วยผลไม้สดวางลงบนโต๊ะข้างๆ “ลองชิมมะม่วงสุกนี่สิ หวานฉ่ำกำลังดี”

รินละสายตาจากกล้อง “ขอบใจนะคามิน” เธอยื่นมือไปหยิบมะม่วงชิ้นหนึ่งเข้าปาก “ฉันกำลังสงสัยเรื่องนกน่ะสิ”

“นก? มีปัญหาอะไรหรือ?” คามินทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ เรือนแพอย่างระแวดระวัง

“ฉันกำลังเปรียบเทียบข้อมูลจากบันทึกเก่ากับที่เห็นในปัจจุบัน” รินอธิบาย “อย่างเจ้านกยางปากกว้างนี่ ปกติมันจะมีรังอยู่ตามพุ่มไม้ชายเลนเยอะแยะไปหมด แต่ตอนนี้... แทบไม่เห็นเลยสักรังเดียว แล้วก็มีอีกหลายชนิดที่จำนวนลดลงจนน่าใจหาย”

คามินขมวดคิ้ว “ลดลง? หมายความว่ายังไง?”

“ก็เหมือนกับที่ชาวประมงบ่นว่าปลาลดลงนั่นแหละ” รินว่า “แต่เรื่องนี้มันต่างออกไป มันเกี่ยวกับระบบนิเวศทั้งหมด” เธอกลับไปสนใจบันทึกอีกครั้ง “ในบันทึกของเถาว์มีพูดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน... ‘เมื่อใดที่ธรรมชาติเริ่มส่งเสียงร้องเตือน จงฟังให้ดี เพราะนั่นคือสัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่’ นี่ไง!” เธอชี้ไปที่ข้อความที่เขียนด้วยลายมืออันอ่อนช้อย

“สัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลง?” คามินทวนคำ “เธอหมายถึง... เกี่ยวกับพวกนายทุนที่พยายามเข้ามาปิดกั้นลำน้ำหรือเปล่า?”

“อาจจะ” รินพยักหน้า “การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การใช้สารเคมีในการเกษตร หรือแม้แต่การสร้างสิ่งก่อสร้างที่รบกวนแหล่งอาศัยของพวกมัน... ทุกอย่างล้วนส่งผลกระทบ” เธอเลื่อนนิ้วไปบนหน้ากระดาษ “ถ้าจำนวนนกในระบบนิเวศลดลงมากๆ มันหมายถึงความไม่สมดุลที่กำลังคืบคลานเข้ามา”

“แล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง?” คามินถาม น้ำเสียงจริงจังขึ้น “เราจะช่วยพวกมันได้ไหม?”

รินหลับตาลง นึกถึงภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยฝูงนกบินวนเวียน ภาพที่เคยเห็นในภาพวาดโบราณ “เราต้องทำอะไรสักอย่าง” เธอพูดหนักแน่น “เราจะเริ่มจากการสำรวจจำนวนนกอย่างจริงจังก่อน แล้วก็... ต้องหาทางฟื้นฟูแหล่งอาศัยของพวกมัน อาจจะเริ่มจากการปลูกพืชที่ดึงดูดแมลงซึ่งเป็นอาหารของนก หรือสร้างแหล่งน้ำสะอาดให้พวกมัน”

“ฟังดูเป็นไปได้” คามินพยักหน้า “แต่เราต้องระวังตัวด้วยนะ พวกของนายหัวเดชาจับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา”

“ฉันรู้” รินตอบ “แต่เราจะปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปเฉยๆ ไม่ได้” เธอปิดบันทึกอย่างเด็ดขาด “ฉันจะเริ่มวางแผนการอนุรักษ์นกทันที”

ทันใดนั้น เสียงกึกก้องดังมาจากภายนอกเรือนแพ “ริน! คามิน! เตรียมตัวให้พร้อม! เรือรบของนายหัวเดชาเข้ามาแล้ว! พวกมันปิดล้อมพวกเราอยู่!” เสียงของชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนมาด้วยความตื่นตระหนก

รินและคามินหันไปมองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็มีความมุ่งมั่นฉายชัด “ไม่เป็นไร” รินพูดปลอบ “เรามีแผนสำรองเสมอ” เธอมองไปที่กล้องส่องทางไกลที่วางอยู่บนโต๊ะ “อย่างน้อย... ก็ยังมีเรื่องให้น่าศึกษาอยู่เสมอ”

ขณะที่รินกำลังรวบรวมสติ เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติจากกล้องส่องทางไกลที่ยังคงวางอยู่บนโต๊ะ หางตาของเธอเหลือบไปเห็นบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่เหนือกอไม้ชายเลน เป็นนกตัวเล็กๆ สีน้ำตาลเข้ม ที่มีปีกสีดำสะท้อนแสงแวบวับ มันกำลังบินวนเวียนอยู่ใกล้ๆ กับรังที่ซ่อนตัวอยู่เหนือกิ่งไม้บางๆ ที่ยื่นออกไปในน้ำ “นั่นมัน... นกอะไรกัน?” เธอยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาอีกครั้ง พยายามจับภาพให้ชัดเจน แต่เงาของเรือรบที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ ทำให้แสงแดดถูกบดบังเป็นหย่อมๆ “ดูเหมือนว่า... จะมีเรื่องน่าสนใจกว่าที่คิด” เธอพึมพำ ก่อนจะหันไปมองคามิน “เราต้องรีบไปที่ห้องควบคุมระบบไฟฟ้าสำรอง คามิน”

รินเหลือบมองกล้องส่องทางไกลอีกครั้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับนกปริศนาตัวนั้น มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยคาดคิดก็ได้

“แต่ก่อนอื่น” รินพูดเสียงเรียบ “ฉันต้องรู้ก่อนว่าเจ้านกนั่นมันคืออะไร” เธอหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาอีกครั้ง พลางเดินตรงไปยังหน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุด “บางที... มันอาจจะเป็นสัญญาณที่เถาว์กำลังบอกเราอยู่ก็ได้”

เมื่อเรือรบของนายหัวเดชาเข้ามาใกล้ รินก็ยิ่งเห็นความผิดปกติของระบบนิเวศชัดเจนขึ้น เธอเห็นปลาตายลอยขึ้นมาเหนือน้ำเป็นจำนวนมาก และได้กลิ่นเหม็นเน่าลอยมาตามลม “แย่แล้ว” เธอพูด “นี่มันรุนแรงกว่าที่คิด”

แต่เมื่อเธอเพ่งมองไปยังฝูงนกที่กำลังบินหนีตายอย่างอลหม่าน เธอก็เห็นนกตัวหนึ่งที่ยังคงเกาะอยู่บนกิ่งไม้ ดูเหมือนมันจะพยายามปกป้องรังของมัน “เดี๋ยวก่อนนะ” รินอุทาน “นั่นมัน... นกที่ฉันเคยเห็นในบันทึกของเถาว์นี่นา! นกนักอนุรักษ์!”

คามินรีบเข้ามาดู “นกนักอนุรักษ์? คืออะไร?”

“ในบันทึกของเถาว์บอกว่า นกชนิดนี้จะปรากฏตัวเมื่อระบบนิเวศกำลังจะล่มสลาย มันจะบินวนเวียนอยู่ที่รังของมันเพื่อส่งสัญญาณเตือน” รินอธิบายด้วยความตื่นเต้น “ถ้าเราช่วยมันได้... บางทีเราอาจจะช่วยระบบนิเวศทั้งหมดได้!”

“แต่นายหัวเดชา...” คามินเริ่มพูด

“ฉันรู้” รินขัดขึ้น “แต่เราต้องทำ” เธอมองไปยังรังนกที่กำลังถูกกระแสน้ำพัดโหม “เราจะสร้างเขื่อนกั้นน้ำเพื่อช่วยพวกมัน!”

“สร้างเขื่อน? ในสถานการณ์แบบนี้?” คามินถามอย่างไม่แน่ใจ

“ไม่ใช่อย่างนั้น” รินรีบแก้ “เราจะสร้าง ‘เขื่อนธรรมชาติ’ ขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้รังนกถูกกระแสน้ำพัดไป” เธอหันไปหาคามิน “ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เราต้องรีบทำก่อนที่น้ำจะขึ้นสูงกว่านี้!”

แม้จะยังคงกังวลเรื่องของนายหัวเดชา แต่คามินก็พยักหน้าตอบรับ “ได้! ฉันจะช่วย!”

ทั้งสองรีบลงมือทำตามแผนที่วางไว้ รินสั่งให้ชาวบ้านช่วยกันรวบรวมกิ่งไม้และเศษไม้ที่ลอยน้ำได้ แล้วนำมาผูกต่อกันเป็นแพเล็กๆ ส่วนคามินก็ใช้ความรู้เรื่องกลไกเรือของเขา ในการยึดแพเหล่านั้นเข้ากับฝั่งอย่างมั่นคง เพื่อสร้างเป็นเขื่อนกั้นน้ำชั่วคราว

ขณะที่พวกเขากำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น เสียงตะโกนของชาวบ้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เรือนายหัวเดชาเข้ามาแล้ว! พวกมันกำลังจะยิง!”

รินและคามินรีบก้มหลบใต้แพไม้ของพวกเขา เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้แพไม้ที่พวกเขาสร้างขึ้นสั่นสะเทือน

“ริน! ไม่เป็นไรนะ!” คามินตะโกนถาม

“ไม่เป็นไร!” รินตอบเสียงดัง “เราต้องทำต่อไป! เราต้องช่วยเจ้านกนักอนุรักษ์ให้ได้!”

แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย รินก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ เธอมองไปยังรังนกที่ยังคงตั้งมั่นอยู่ได้ด้วยแพไม้ที่พวกเขาสร้างขึ้น “นี่แหละ... คือคำสัญญาของเรา” เธอพูดกับตัวเอง

“เห็นไหม” รินพูดกับคามิน “บางที... การมาของนายหัวเดชาครั้งนี้ อาจจะเป็นโอกาสให้เราได้พิสูจน์ตัวเองก็ได้”

“พิสูจน์อะไร?” คามินถาม

“พิสูจน์ว่าเราสามารถปกป้องผืนน้ำ ผืนดิน และชีวิตทุกชีวิตที่อาศัยอยู่บนที่ราบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแห่งนี้ได้” รินตอบ “ไม่ว่าใครหน้าไหนจะพยายามเข้ามาทำลายมันก็ตาม”

เธอหันกลับไปมองรังนกอีกครั้ง “และเจ้านกนักอนุรักษ์ตัวนั้น... ก็จะเป็นพยานให้เรา”

ก่อนที่เรือรบของนายหัวเดชาจะเข้ามาถึง รินก็สั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น “ทุกคน! ตั้งสติไว้! เราจะสู้!”

ทันทีที่เรือรบเข้ามาใกล้ รินก็สั่งให้ยิงสัญญาณควันขึ้นฟ้า เป็นสัญญาณให้ชาวบ้านที่อยู่ตามเรือนแพอื่นๆ รู้ตัว

“นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย” เสียงของนายหัวเดชาดังขึ้นจากเครื่องขยายเสียงบนเรือ “ยอมจำนนเสีย แล้วพวกเจ้าจะปลอดภัย”

รินไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่ยืนนิ่ง มองไปยังรังนกที่ยังคงปลอดภัย “เราจะไม่ยอมจำนน!” เธอตะโกนกลับไป “เราจะปกป้องบ้านของเรา!”

พลันเสียงปืนก็ดังขึ้น! ลูกกระสุนพุ่งเข้าใส่เรือนแพของริน! แต่โชคดีที่รินและคามินหลบได้ทัน!

“แย่แล้ว!” คามินอุทาน

“ไม่เป็นไร” รินพูด “เรายังมีทางหนี!”

เธอหันไปมองกล้องส่องทางไกลที่วางอยู่บนโต๊ะ “ฉันต้องจดบันทึกเรื่องเจ้านกนี่ไว้ให้ได้ก่อน”

“แต่...” คามินยังไม่ทันพูดจบ

“เร็วเข้า!” รินเร่ง “เราต้องรีบไปที่ทางลับใต้ท้องเรือ!”

รินและคามินรีบวิ่งไปยังทางลับที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นไม้ในห้องควบคุมของเรือนแพ เสียงปืนยังคงดังไล่หลังมาไม่หยุด

“เราจะไปไหนกัน?” คามินถาม

“ไปหาที่ปลอดภัย” รินตอบ “และฉันจะไปดูว่าเจ้านกนักอนุรักษ์นั่นมันจะนำพาเราไปสู่สิ่งใด!”

ทั้งสองหายลับเข้าไปในอุโมงค์ใต้ท้องเรือ ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง

--- รินพบว่าจำนวนนกบางชนิดในเดลต้าลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นสัญญาณเตือนปัญหาระบบนิเวศ หลังเผชิญหน้ากับเรือรบของนายหัวเดชา รินตัดสินใจเริ่มแผนการอนุรักษ์นกอย่างจริงจัง โดยหวังว่าการปกป้องพวกมันจะเป็นการปกป้องบ้านของเธอด้วย