← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 142Free

ตอนที่ 142 — คลื่นใต้น้ำที่คลองคำสาป

ความหนาวเหน็บในกระแสน้ำไม่ได้มาจากอุณหภูมิ แต่มันมาจากแรงสั่นสะเทือนที่ผิดจังหวะ

ข้าพยายามแทรกตัวผ่านชั้นดินเลนใต้ก้นคลองคำสาป ท่ามกลางตะกอนขุ่นข้นที่บดบังวิสัยทัศน์ สิ่งที่ข้าสัมผัสได้ไม่ใช่จังหวะการไหลเวียนปกติของน้ำมรสุม แต่มันคือความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามกดทับกระแสน้ำด้วยแท่งเหล็กเย็นเยียบ ข้าขยับปลายนิ้วที่ไร้รูปกาย พยายามควานหาต้นตอของความปั่นป่วนนั้น แต่ยิ่งข้าเข้าใกล้จุดศูนย์กลาง แรงต้านกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนข้าแทบจะหลุดออกจากมิติจิตวิญญาณ

“มันไม่ใช่แค่การขวางทางน้ำแบบที่รินทำเมื่อตอนกลางวัน...” ข้าพึมพำกับตัวเองในความเงียบที่ไม่มีใครได้ยิน “นี่มันคือการกักขัง”

ข้าเคลื่อนที่ผ่านรากโกงกางที่พันกันยุ่งเหยิง เสียงน้ำไหลผ่านช่องแคบเล็กๆ ดังซ่าๆ ในหู แต่ในความรู้สึกของข้า เสียงนั้นกลับถูกบิดเบือนด้วยคลื่นความถี่ที่แปลกปลอม ข้าเห็นรินเพิ่งพาสมาชิกในชุมชนผ่านทางเบี่ยงมาได้สำเร็จ นางใช้เครื่องมือโบราณจัดการทิศทางน้ำได้อย่างเด็ดขาด แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ปลายเหตุ สิ่งที่ข้ากำลังเห็นอยู่ตรงหน้าต่างหากคือต้นเหตุของพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

ข้าฝ่าแรงดันน้ำที่เริ่มหมุนวนเป็นเกลียวผิดธรรมชาติ พยายามมองหาต้นตอของแรงบีบคั้นนั้น ทันใดนั้น ข้าก็สังเกตเห็นวัตถุบางอย่างที่จมอยู่ใต้พื้นทรายริมตลิ่ง มันไม่ใช่เศษไม้หรือซากเรือเก่า แต่มันคือโครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกฉาบด้วยสารกันสนิมสีดำมะเมื่อม ข้าเอื้อมมือ—หรือสิ่งที่แทนมือ—ไปแตะที่ผิวโลหะที่เย็นจัดจนน่าสะพรึงกลัว

“นี่มันกลไกควบคุมแรงดันน้ำแบบใหม่...” ข้าชะงัก เมื่อความทรงจำที่หลงเหลืออยู่บอกข้าว่าโครงสร้างลักษณะนี้ไม่ควรอยู่ในเขตคลองคำสาป “พวกเขากำลังฝัง ‘เข็มทิศเหล็ก’ ลงไปในเส้นเลือดของแม่น้ำ”

ข้าพยายามใช้พลังงานที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเพื่อสำรวจลึกเข้าไปในกลไกนั้น ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนสั่งการ ข้าเลื่อนผ่านแนวตะกอนไปจนถึงจุดที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวที่สุด ที่นั่น ข้าเห็นชายในชุดเครื่องแบบแปลกตา พวกเขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าฝ้ายหรือผ้าทอพื้นเมืองแบบชาวเรือริมน้ำ แต่สวมชุดที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่ดูแข็งกระด้าง พวกเขากำลังทำอะไรบางอย่างกับวาล์วขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับท่อเหล็กที่พาดผ่านก้นคลอง

“นายหัวเดชาบอกว่าแผนนี้จะทำให้เราคุมน้ำได้เบ็ดเสร็จ” เสียงหนึ่งดังขึ้นผ่านผิวน้ำที่สั่นไหว ข้าพยายามเงี่ยหูฟังผ่านแรงสั่นสะเทือน “ถ้าเราปิดทางเข้าคลองคำสาปได้ทั้งหมด เรือสินค้าทุกลำจะต้องมาใช้เส้นทางสายหลักที่เราสร้างขึ้นเท่านั้น”

“แล้วเรื่องคำทำนายพวกนั้นล่ะ?” อีกเสียงหนึ่งถามขึ้น น้ำเสียงดูไม่แยแส “พวกหมอผีริมน้ำชอบพูดเรื่องราชินีที่จะมาจุติเพื่อรวมโลกเป็นหนึ่ง อลิซอะไรนั่นน่ะ มันจะมาเกี่ยวอะไรกับการทำกำไรจากค่าธรรมเนียมเดินเรือ?”

“มันก็แค่เรื่องเล่าหลอกเด็กเพื่อปลอบใจพวกเรือนแพ” ชายคนแรกหัวเราะเสียงต่ำ “น้ำมรสุมไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงดาว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของวาล์วเหล็กพวกนี้”

ข้าสะดุ้งสุดตัว เมื่อสายตาของข้าไปปะทะกับสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนตัววาล์วทองเหลืองขนาดมหึมา มันไม่ใช่ตราประจำตระกูลของนายหัวเดชา และไม่ใช่สัญลักษณ์ของชุมชนริมน้ำ แต่มันคือรูปฟันเฟืองที่ถูกโอบล้อมด้วยโซ่ตรวนสีเงิน—ตราประจำกลุ่มทุนพ่อค้าต่างถิ่นที่กำลังขยายอิทธิพลไปทั่วเขตมรสุม

หัวใจ (ที่ไม่มีอยู่จริง) ของข้าเต้นรัวด้วยความวิตก ข้าเห็นภาพความวินาศที่กำลังจะเกิดขึ้น คลองคำสาปที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชีวิตผู้คน กำลังจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นท่อเหล็กที่ไร้ชีวิต หากกลไกนี้ทำงานสมบูรณ์ น้ำจะถูกกักเก็บไว้ในเขื่อนที่พวกเขาแอบสร้าง และเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องการ พวกเขาก็จะปล่อยน้ำหรือกักน้ำตามใจชอบ เพื่อบีบให้ชาวเรือทุกคนต้องก้มหัวให้

ข้าพยายามจะส่งสัญญาณเตือนไปถึงริน ข้าพยายามจะสะกิดใจให้นางรับรู้ถึงความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำที่ดูสงบนิ่งนี้ แต่ข้าทำไม่ได้ พลังงานของข้าถูกดูดกลืนไปกับแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรเหล่านั้น ข้าทำได้เพียงยืนมองดูความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ

คลองคำสาปไม่ได้ถูกสาปด้วยมนต์ดำจากบรรพกาลอีกต่อไป แต่มันกำลังถูกสาปด้วยความโลภของมนุษย์ที่มองเห็นสายน้ำเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีการค้า

ข้ากัดฟันแน่นในความเงียบสงัดของโลกวิญญาณ ข้าจะไม่ยอมให้แผนการนี้สำเร็จ ข้าจะตามหาจุดอ่อนของกลไกพวกนี้ ข้าจะหาทางส่งข่าวให้ริน แม้ว่าข้าจะต้องเสี่ยงกับการถูกกลืนกินไปกับกระแสน้ำที่บิดเบี้ยวนี้ก็ตาม ข้าขอสาบานต่อสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตข้า... ข้าจะปกป้องคลองแห่งนี้ไว้ให้ได้

--- เถาว์สัมผัสได้ถึงความผิดปกติในคลองคำสาปและพบว่ากลุ่มทุนต่างถิ่นกำลังแอบฝังกลไกควบคุมน้ำเพื่อผูกขาดเส้นทางเดินเรือ ข้าพบสัญลักษณ์ของกลุ่มพ่อค้าบนวาล์วเหล็กและตระหนักว่าคลองแห่งนี้กำลังถูกคุกคามด้วยความโลภของมนุษย์