← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 139Free

ตอนที่ 139 — คานไม้และแนวรั้วเหล็กกลางลำคลอง

เสียงไม้กระแทกกับคลื่นกระทบกราบเรือดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คามินขยับมือปรับองศาหางเสือไม้โอ๊กที่เพิ่งขัดจนขึ้นเงา เรือ 'วารีร่ายรำ' ลำใหม่เอี่ยมเคลื่อนตัวผ่านม่านหมอกยามเช้าของที่ราบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำมรสุม ทิศทางลมมรสุมวันนี้ค่อนข้างนิ่ง แต่น้ำขึ้นสูงจนเรือสามารถผ่านแก่งหินตื้นๆ ในคลองสายหลักได้อย่างสบาย คามินก้มลงมองรอยต่อของไม้กระดานเรือที่ประกอบเข้าด้วยกันอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบตามแผนที่เขาคำนวณไว้

“คามิน ดูนั่นสิ ทำไมน้ำตรงหน้าถึงไม่กระเพื่อมเหมือนปกติ?” เสียงของรินดังมาจากท้ายเรือ เธอไม่ได้มาด้วยเพียงลำพัง แต่สายตาของเธอก็จ้องมองไปยังทิศทางเดียวกับเขา รินยืนกอดอกบนดาดฟ้าเรือ ท่าทางกระฉับกระเฉงแม้ในยามเช้าที่อากาศชื้นแฉะ

คามินขมวดคิ้ว เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อมองผ่านผิวน้ำที่ดูเรียบผิดปกติ “กระแสน้ำควรจะไหลเวียนตามจังหวะน้ำขึ้น แต่นี่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างขวางทิศทางลมไว้ใต้ผิวน้ำ” เขาหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นมาเช็กความพร้อม ก่อนจะบังคับเรือให้ชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าใกล้จุดที่น้ำเริ่มนิ่งสนิทราวกับกระจก

“มันไม่ใช่แค่ความนิ่งธรรมดา” รินก้าวมาข้างหน้าเขา กลิ่นเกลือและโคลนตมลอยขึ้นมาตามลม “น้ำมันขุ่นขึ้นตรงนั้น เหมือนมีตะกอนถูกกวนขึ้นมาจากการขยับของอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างล่าง”

คามินพยายามรักษาความเยือกเย็น เขาเอื้อมมือไปแตะขอบเรือ ตรวจสอบแรงสั่นสะเทือนผ่านไม้ “ถ้าเป็นเครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่ เราควรจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ แต่ที่นี่ไม่มีเสียงอะไรเลย มีแค่เสียงน้ำไหลวนที่ผิดจังหวะ” เขาเริ่มวิเคราะห์ตามสัญชาตญาณช่าง “ถ้ามีอะไรขวางทางน้ำในจุดนี้ มันต้องเป็นโครงสร้างที่ใหญ่พอจะเปลี่ยนทิศทางมรสุมย่อยในคลองได้”

เรือวารีร่ายรำเคลื่อนเข้าใกล้จุดที่น้ำวนเป็นวงกลมเล็กๆ ทันใดนั้น เสียง ‘กึก’ ดังสนั่นเหมือนไม้กระแทกกับเหล็ก คามินกระชากหางเสือกลับเพื่อป้องกันไม่ให้เรือชนเข้ากับวัตถุใต้ผิวน้ำอย่างจัง เรือโคลงเคลงจนรินต้องคว้าเสากระโดงเรือไว้แน่น

“บ้าจริง! นั่นมันอะไรน่ะ?” รินตะโกนถาม

คามินหยิบไม้พายยาวที่เตรียมไว้สำหรับหยั่งน้ำ ยื่นออกไปในจุดที่เรือหยุดชะงัก เขาพยายามแหวกม่านน้ำที่ขุ่นข้นออก สิ่งที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่โขดหินหรือซากเรือเก่า แต่มันคือแท่งเหล็กกล้าขนาดมหึมาที่ปักลึกลงไปในดินเลนใต้คลอง มันถูกเชื่อมต่อด้วยคานไม้หนาและโครงสร้างเหล็กที่ดูเหมือนกรงดักขนาดใหญ่ที่วางเรียงรายกันเป็นแนวยาวขวางลำคลอง

“นี่มันไม่ใช่สิ่งก่อสร้างตามธรรมชาติ” คามินพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น เขาหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูรอยต่อของเหล็ก “ดูรอยเชื่อมพวกนี้สิ มันเป็นเทคนิคการหลอมแบบเดียวกับที่พวกกลุ่มทุนใช้ในท่าเรือใหญ่ มันคือเครื่องมือปิดกั้นทางน้ำ”

รินเดินมาดูใกล้ๆ ใบหน้าของเธอเคร่งเครียด “พวกนายหัวเดชา... พวกเขาไม่ได้แค่มาค้าขาย แต่พวกเขากำลังสร้างกำแพง”

“ไม่ใช่แค่กำแพงริน” คามินชี้ไปยังปลายสุดของสิ่งกีดขวางที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเป็นระยะ “ดูแนววางตำแหน่งพวกนี้สิ พวกเขาจงใจวางไว้ในจุดที่กระแสน้ำมรสุมจะไหลผ่านได้น้อยที่สุด เพื่อที่จะบีบให้ทางน้ำไหลไปรวมกันที่จุดเดียว ซึ่งก็คือคลองสายหลักที่พวกเขาสร้างเขื่อนกั้นไว้”

เขานึกถึงคำพูดของนายหัวเดชาที่เคยบอกว่า ‘การจัดการทรัพยากรต้องมีระเบียบ’ บัดนี้ความหมายของคำนั้นชัดเจนขึ้น มันคือการสร้างระเบียบที่เอื้อต่อการผูกขาด การวางเครื่องมือเหล่านี้จะทำให้เรือของชาวบ้านเรือนแพดั้งเดิมไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่อุดมสมบูรณ์ได้อีกต่อไป และจะถูกบังคับให้ต้องใช้เส้นทางที่กลุ่มทุนควบคุมเท่านั้น

“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ คลองคำสาปจะกลายเป็นแค่ทางผ่านที่ถูกควบคุมโดยสมบูรณ์” รินกัดฟันกรอด “พวกหมอผีริมน้ำเคยบอกเรื่องคำทำนายแห่งดวงดาวเกี่ยวกับราชินีที่จะมารวมโลกเป็นหนึ่ง แต่นี่มันไม่ใช่การรวมด้วยสันติภาพ แต่มันคือการรวมด้วยการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ”

คามินก้มลงมองรอยแตกบนไม้กระดานเรือที่เพิ่งกระแทกกับสิ่งกีดขวาง เขารู้สึกได้ถึงความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ใต้ความสงบ “เครื่องมือพวกนี้ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงดันน้ำมหาศาล แต่มันมีจุดอ่อน... ทุกโครงสร้างที่สร้างจากไม้และเหล็กย่อมมีจุดสมดุลที่ถ้าเราทำลายมันได้ มันจะพังทลายลงมาเอง”

“นายหมายความว่าอย่างไร?” รินถาม

“ผมจะหาจุดยึดเหนี่ยวที่อ่อนแอที่สุดของแนวรั้วเหล็กพวกนี้” คามินตอบ สายตามองตรงไปยังโครงสร้างเหล็กที่ดูน่าเกรงขาม “ผมจะคำนวณหาตำแหน่งที่แรงดันน้ำจะช่วยให้เราทำลายมันได้ง่ายที่สุด เราจะไม่ใช้แค่กำลัง แต่เราจะใช้กฎแห่งกระแสน้ำให้เป็นประโยชน์”

เขากำมือแน่น ความตั้งใจเปลี่ยนจากความตื่นเต้นในการสำรวจเรือใหม่ กลายเป็นความมุ่งมั่นที่จะทำลายพันธนาการที่กำลังจะเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของคนในแถบนี้

ขณะที่เขากำลังจดบันทึกพิกัดลงในสมุด เสียงเครื่องยนต์เรือลาดตระเวนของกลุ่มทุนก็ดังแว่วมาจากหัวโค้งน้ำเบื้องหน้า รินรีบดับตะเกียงและสั่งให้คามินลดระดับเรือลงต่ำที่สุด

เรือลาดตระเวนสีดำทมิฬขนาดใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านแนวสิ่งกีดขวางที่พวกเขาเพิ่งพบมาอย่างง่ายดาย ราวกับว่าพวกเขารู้ตำแหน่งที่ปลอดภัยดีอยู่แล้ว คามินมองตามเรือลำนั้นไปพร้อมกับความจริงที่หนักอึ้งในใจ ว่าสงครามระหว่างวิถีเดิมกับทุนใหม่ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

--- คามินนำเรือลำใหม่ออกสำรวจเส้นทางน้ำและพบกับเครื่องมือเหล็กขนาดใหญ่ที่กลุ่มทุนของนายหัวเดชาวางไว้เพื่อปิดกั้นและควบคุมทิศทางน้ำ เขาจึงตั้งปณิธานที่จะหาจุดอ่อนเพื่อทำลายสิ่งกีดขวางเหล่านั้น