← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 110Free

ตอนที่ 110 — เสียงไม้กระทบผิวน้ำที่คลองคำสาป

กลิ่นโคลนตมผสมกับกลิ่นน้ำเค็มจางๆ ลอยขึ้นมาปะทะจมูกทันทีที่รินก้าวลงจากเรือแจวลำเล็ก เธอไม่ได้มองหาเส้นทางเดินเรือที่ถูกถางจนโล่งเหมือนสมัยที่พวกนายหัวต่างถิ่นพยายามเข้ามาขุดลอกคลองเพื่อสร้างทางเดินเรือพาณิชย์อีกต่อไป แต่เธอกำลังมองหาจังหวะการกระเพื่อมของผิวน้ำที่ไหลเวียนอย่างเป็นธรรมชาติ

“ริน! ดูนั่นสิ!” เสียงเด็กชายตัวน้อยตะโกนเรียกมาจากหัวเรือ

รินย่อตัวลงมองตามนิ้วเล็กๆ ที่ชี้ไปยังพงหญ้าคาและกอผักตบชวาสีเขียวขจีที่ขึ้นหนาแน่นตามริมตลิ่ง มันไม่ใช่การรุกรานของวัชพืช แต่มันคือปราการธรรมชาติที่ช่วยกรองตะกอนและชะลอแรงกระแทกของมรสุม น้ำในคลองคำสาปที่เคยขุ่นคลักและเต็มไปด้วยคราบน้ำมันจากการขนส่งสินค้าบัดนี้กลับดูใสขึ้นจนเห็นเม็ดทรายที่ก้นคลองบ้างแล้ว

“น้ำขึ้นกำลังดีเลยนะวันนี้” รินพูดพลางดึงเชือกผูกเรือให้แน่น “กระแสน้ำไม่เชี่ยวเกินไป พืชริมฝั่งพวกนี้กำลังช่วยยึดหน้าดินไว้ ไม่ให้คลองตื้นเขินเหมือนตอนที่พวกนายหัวเดชาสั่งปิดประตูระบายน้ำนั่น”

เธอหันไปมองคามินที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างฐานรากของพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ เขาไม่ได้ดูเหนื่อยล้าแม้จะผ่านการทำงานหนักมาหลายเดือน มือของเขาเลอะไปด้วยคราบดินและน้ำมันหล่อลื่น แต่แววตาที่มองดูโครงสร้างไม้ที่ประสานกันด้วยกลไกควบคุมระดับน้ำนั้นกลับดูสงบนิ่ง

“ริน ลองมาดูตรงนี้สิ” คามินกวักมือเรียก น้ำเสียงของเขาดูราบเรียบแต่แฝงความภูมิใจ “ฉันปรับจูนระบบหมุนเวียนน้ำใต้ฐานพิพิธภัณฑ์ใหม่ มันจะไม่ขวางทิศทางไหลของน้ำมรสุม แต่มันจะช่วยดึงตะกอนออกไปจากจุดที่เสี่ยงต่อการทับถมได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องจักรขุดลอกแบบเดิม”

รินเดินเข้าไปใกล้ เขาสะบัดเศษดินออกจากแบบแปลนไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ “กลไกนี้จะทำให้พวกเด็กๆ เห็นว่าน้ำไม่ได้มีไว้แค่ใช้สัญจร แต่น้ำคือชีวิตที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา”

“แต่มันยังดูแปลกๆ นะคามิน” รินขมวดคิ้วพลางก้มลงดูรอยต่อของไม้ “ถ้ามรสุมลูกใหญ่มาจริงๆ กลไกนี้จะรับแรงดันไหวไหม?”

“ฉันคำนวณทิศทางลมและแรงดันน้ำไว้แล้ว ริน” คามินตอบพลางใช้ไขควงไม้ปรับตำแหน่งเฟือง “มันเป็นโครงสร้างที่ยืดหยุ่นเหมือนเรือเรือนแพ ไม่มีอะไรแข็งทื่อจนหักสะบั้นเมื่อเจอกับแรงกระแทกของธรรมชาติ”

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน รินก็สังเกตเห็นกลุ่มเด็กในชุมชนเรือนแพกำลังล้อมวงกันอยู่ริมตลิ่ง พวกเขาไม่ได้เล่นไล่จับกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ในมือของแต่ละคนมีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ และอุปกรณ์เก็บตัวอย่างน้ำ

“ลุงริน! ลุงรินมาดูนี่เร็ว!” เด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งนำหน้าเพื่อนๆ มาหาเธอ “พวกเราเจอสาหร่ายชนิดใหม่ที่ขึ้นตรงโคนรากต้นโกงกางด้วยล่ะ!”

รินนั่งยองๆ ลงกับพื้นดินที่ชื้นแฉะ เธอรับสมุดบันทึกจากมือเด็กหญิงมาเปิดดู ลายเส้นขยุกขยิกที่พยายามวาดรูปพืชน้ำและจดบันทึกทิศทางน้ำขึ้นลงทำให้เธอรู้สึกวูบไหวในอก ความภาคภูมิใจที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นออกมา เธอไม่ได้แค่ปกป้องคลองไว้ได้ แต่เธอกำลังสร้างคนที่จะดูแลมันต่อ

“จดไว้ให้ละเอียดนะ” รินบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแต่ใจดี “ทิศทางของกระแสน้ำตรงนี้เปลี่ยนไปอย่างไร สีของน้ำเปลี่ยนไปตอนไหน น้ำขึ้นสูงกว่าปกติกี่คืบ ทุกอย่างต้องบันทึกไว้ เพราะถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่ ข้อมูลพวกนี้แหละที่จะช่วยให้คลองนี้ไม่ตาย”

“แล้วเรื่องคำทำนายที่พวกหมอผีริมน้ำพูดกันล่ะครับ?” เด็กชายอีกคนถามขึ้นด้วยตาเป็นประกาย “เรื่องราชินีที่จะมาจุติเพื่อรวมโลกเป็นหนึ่งน่ะครับ? เขาว่ากันว่าแสงในน้ำจะนำทางเธอมา”

รินชะงักไปครู่หนึ่ง ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องเล่าขานของพวกหมอผีริมน้ำเกี่ยวกับ 'อลิซ' ผุดขึ้นมาในหัว แต่นั่นเป็นเรื่องไกลตัวเกินกว่าที่เธอจะเก็บมาใส่ใจในตอนนี้ “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้หน้าที่ของพวกเธอคือเข้าใจกระแสน้ำตรงหน้าให้ดีที่สุดก่อน”

รินลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ริมน้ำอีกครั้ง ทันใดนั้นเธอก็ต้องชะงักเท้า เมื่อสายตาปะทะเข้ากับแสงสว่างวาบที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ผิวน้ำลึกตรงฐานรากของพิพิธภัณฑ์

มันไม่ใช่แสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ และไม่ใช่แสงจากไฟฉายของคามิน แต่มันเป็นแสงสีนวลที่เคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วอยู่ใต้รากไม้และโครงสร้างไม้ของพิพิธภัณฑ์ แสงนั้นวูบวาบเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นรนอยู่ใต้ชั้นโคลน

“คามิน! นายเห็นเหมือนฉันไหม?” รินตะโกนเรียก แต่คามินกำลังวุ่นอยู่กับการเก็บเครื่องมือและไม่ได้ยิน

รินก้มลงมองที่ผิวน้ำอีกครั้ง แสงนั้นเริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามีบางสิ่งที่มีขนาดมหึมากำลังขยับเขยื้อนอยู่ใต้พื้นดินและพื้นน้ำที่ดูเหมือนจะสงบนิ่ง แผ่นดินใต้เท้าของเธอเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอเหมือนการเต้นของหัวใจ

“ริน เกิดอะไรขึ้น!” คามินรีบวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ

รินไม่ได้ตอบ แต่เธอชี้ลงไปที่ผิวน้ำที่เริ่มหมุนวนเป็นวงกลมตรงจุดที่แสงนั้นปรากฏขึ้น แสงสีนวลนั้นเริ่มแทรกซึมผ่านรอยแตกของไม้และชั้นโคลนขึ้นมาสู่พื้นผิวอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ข้างใต้กำลังจะพังทลายออกมา

--- รินได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของคลองคำสาปที่กลับมาอีกครั้งจากการทำงานร่วมกับชุมชนและคามิน และเริ่มถ่ายทอดความรู้เรื่องธรรมชาติให้เด็กๆ รุ่นใหม่ แต่แล้วเธอก็พบกับแสงปริศนาและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติใต้ฐานรากพิพิธภัณฑ์