← All chapters

Echoes of the Spirit Valley

Chapter 6Free

ตอนที่ 6 — เสียงกระซิบจากขลุ่ยโบราณ

ความเย็นยะเยือกของโถงใต้ดินแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวหนังของไพลิน ราวกับถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา เสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดังเป็นจังหวะอันน่าขนลุก ผสานกับเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาของซีที่ยืนเคียงข้างเธอ แผ่นหินโบราณที่พ่อของเธอทิ้งไว้ยังคงเรืองแสงสีนวลอ่อนในมือของไพลิน แต่คราวนี้มันไม่ได้ให้ความหวังอีกต่อไป ความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วร่างมันรุนแรงเสียจนเธอแทบจะยืนไม่อยู่.

“ไพลิน… เธอเป็นอะไรไป?” เสียงซีดังขึ้นอย่างกังวล เขายื่นมือมาหมายจะประคอง แต่ไพลินสะบัดหน้าหนี แม้แต่การสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเผา

“ข้า… ข้าไม่เป็นไร” เธอพยายามเปล่งเสียง แต่คำพูดนั้นฟังดูแหบพร่าและไร้เรี่ยวแรง ราวกับกระดาษที่ถูกน้ำซึมจนเปื่อยยุ่ย รอยด่างดำที่เคยปรากฏเพียงเล็กน้อยบนแขนของเธอ บัดนี้ได้ลุกลามไปทั่วทั้งแขนด้านใน จนเกือบจะถึงหัวไหล่ มันไม่ใช่แค่รอยแผล แต่เป็นเหมือนเส้นใยสีดำที่บิดเบี้ยว ยึดเกาะกับผิวหนังของเธอ ราวกับรากไม้ที่ชอนไชลงไปในเนื้อ

“ไม่เป็นไรได้ยังไง! ดูนี่สิ!” ซีชี้ไปที่แขนของไพลินด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “มันกำลังลาม… เธอต้องรีบหาอะไรมาหยุดมัน!”

ไพลินมองไปยังขลุ่ยวิญญาณโบราณที่วางอยู่บนแท่นศิลาเบื้องหน้า มันมีรูปร่างเรียบง่าย แต่กลับแผ่พลังงานอันน่าเกรงขามออกมา ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเธอ ‘เพลงแห่งการเยียวยา’… แต่เธอจะบรรเลงมันได้อย่างไร ในเมื่อร่างกายของเธอกำลังจะแหลกสลายไปเสียก่อน?

“ขลุ่ย…” ไพลินพึมพำ “ขลุ่ยวิญญาณโบราณ… มันคือต้นกำเนิดของเพลง… ถ้าข้าสามารถ… ถ้าข้าสามารถเชื่อมต่อกับมันได้…”

เธอค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน ความเจ็บปวดราวกับจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ แต่แรงผลักดันจากความหวังอันริบหรี่ มันมีพลังมากกว่าความเจ็บปวดนั้น เธอก้าวเท้าช้าๆ ไปยังแท่นศิลา มือสั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสกับขลุ่ยที่เย็นเฉียบ ทันทีที่นิ้วของเธอแตะลงบนพื้นผิวที่ขรุขระ เสียงเพลงอันไพเราะแต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยก็ดังขึ้นในหัวของเธอ มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ

ภาพนับพันนับหมื่นภาพไหลบ่าเข้ามาในความคิดของเธอ — ภาพของบรรพบุรุษที่กำลังร้องเพลงสรรเสริญดวงดาว ภาพของเด็กน้อยที่กำลังหัวเราะด้วยความสุข ภาพของหญิงสาวที่กำลังโบกมือลาคนที่รัก — ทุกภาพล้วนเชื่อมโยงด้วยบทเพลงอันศักดิ์สิทธิ์นั้น พลังงานอันบริสุทธิ์ไหลผ่านร่างของเธอ ขับไล่ความเจ็บปวดและรอยด่างดำที่เคยกัดกินเธอให้ค่อยๆ จางหายไป

ไพลินหลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายของเธอโอนอ่อนไปตามท่วงทำนองที่ดังอยู่ในหัว เธอเริ่มฮัมเพลงตาม เสียงของเธอค่อยๆ ดังขึ้น กลายเป็นเสียงร้องที่ประสานเข้ากับท่วงทำนองโบราณนั้นอย่างลงตัว อากาศรอบตัวของเธอเริ่มสั่นไหว รอยด่างดำบนแขนของเธอไม่ได้จางหายไปเสียทีเดียว แต่กลับเปลี่ยนรูปกลายเป็นลวดลายที่ละเอียดอ่อน ปรากฏอยู่บนผิวของเธอราวกับรอยสักศักดิ์สิทธิ์

“เธอทำได้!” ซีอุทานด้วยความดีใจ เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับไพลิน ร่างกายของเธอกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ดวงตาของเธอกลับมามีประกายแห่งความมุ่งมั่น

เมื่อเสียงเพลงจบลง ไพลินก็ลืมตาขึ้น เธอก้มมองแขนของตนเองอีกครั้ง รอยด่างดำนั้นยังคงอยู่ แต่บัดนี้มันไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป มันคือเครื่องหมายแห่งการเดินทาง คือบทพิสูจน์ว่าเธอได้ผ่านพ้นบททดสอบอันโหดร้ายมาได้

“เพลงแห่งการเยียวยา…” เธอพึมพำ “มันไม่ได้หายไปไหน… มันอยู่ในตัวเรา… อยู่ในจิตวิญญาณของเรา…”

แต่ขณะที่เธอกำลังจะกล่าวอะไรต่อไป เสียงก้องกังวานอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของโถงใต้ดินนั้น มันไม่ใช่เสียงเพลง ไม่ใช่เสียงของน้ำ แต่เป็นเสียงที่ราวกับมาจากอเวจี ที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

“นั่นมันอะไร?” ซีถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น ไพลินหันไปมองต้นเสียงของเสียงนั้น หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย มันเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความกลัว ความโกรธ และความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

“ข้าไม่รู้…” ไพลินตอบ “แต่… มันกำลังเข้ามา…”

แสงสว่างจากแผ่นหินโบราณเริ่มหรี่ลง เผยให้เห็นเงาดำทะมึนที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากทางเดินมืด… ภัยคุกคามใหม่ที่ซ่อนเร้นอยู่กำลังจะเปิดเผยตัวของมันเอง

“เราต้องไปจากที่นี่!” ซีตะโกน พลางคว้าแขนของไพลิน

ไพลินพยักหน้า เธอหยิบขลุ่ยวิญญาณโบราณขึ้นมาอย่างมั่นคง “ใช่… เราต้องไป… แต่ก่อนอื่น…” เธอหันกลับไปมองทางเดินที่เสียงก้องกังวานดังออกมา “ข้าต้องรู้ว่ามันคืออะไร…”

เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากทิศทางนั้น พลังงานที่แตกต่างจากที่เธอเคยสัมผัสมาทั้งหมด มันไม่ได้เป็นธรรมชาติ หรือศักดิ์สิทธิ์ แต่มันชั่วร้าย… และกำลังจะกลืนกินหุบผาวิญญาณของเธอ…

“ไพลิน! อย่า!” ซีร้องเตือน แต่ไพลินไม่ฟัง เธอหลับตาลง สัมผัสถึงขลุ่ยวิญญาณในมือ ความทรงจำถึงเสียงเพลงของมารดา เสียงเพลงแห่งการเยียวยาที่เธอเพิ่งจะค้นพบ มันปลุกความกล้าหาญให้เธอ เธอตัดสินใจแล้ว… เธอจะไม่ยอมให้ความมืดกลืนกินทุกสิ่ง เธอจะใช้บทเพลงนี้… ต่อสู้กับมัน

ขณะที่เธอเงื้อขลุ่ยขึ้นเตรียมจะเป่า เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง รุนแรงกว่าเดิม จนพื้นดินสั่นสะเทือน… และแล้ว สิ่งที่ปรากฏตัวออกมาจากความมืดนั้น ก็ทำให้ทั้งไพลินและซีต้องผงะ… มันไม่ใช่สัตว์ร้าย หรือปีศาจอย่างที่พวกเขาคาดคิด… แต่มันคือ… รูปแบบของคลื่นเสียงที่ผิดเพี้ยน… วิ่งเข้าใส่พวกเขาเหมือนคลื่นยักษ์…

“นั่นมัน… เสียง… ที่ถูกบิดเบือน!” ไพลินอุทาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยเห็นหรือได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน… มันคือเสียงที่ถูกทำให้บิดเบี้ยว… ไร้ซึ่งท่วงทำนอง… และเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง…

“มันมาจากไหน?” ซีถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ไพลินส่ายหน้า เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากคลื่นเสียงนั้น มันไม่ใช่แค่เสียงธรรมดา… แต่มันคือบางสิ่งบางอย่างที่อันตรายอย่างยิ่ง… “ข้าไม่รู้… แต่… มันกำลังจะกลืนกินเรา… เราต้อง…”

ก่อนที่เธอจะได้พูดจบ คลื่นเสียงนั้นก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว… พลังอันมหาศาลทำให้พื้นหินรอบตัวแตกกระจาย… ร่างของไพลินถูกกระแทกอย่างแรง… และก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป… เธอได้ยินเสียงแผ่วเบา… เสียงกระซิบของใครบางคน… ที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง… “การเยียวยา… ไม่ใช่แค่การรักษา… แต่คือการเปลี่ยนผ่าน…”

--- ไพลินใช้พลังจากขลุ่ยวิญญาณโบราณและ 'เพลงแห่งการเยียวยา' ที่เพิ่งค้นพบเพื่อรักษาอาการป่วยของตนเอง แต่การรักษาครั้งนี้กลับปลุกบางสิ่งบางอย่างที่อันตรายและไม่รู้จักจากส่วนลึกของโถงใต้ดิน เป็นคลื่นเสียงที่ถูกบิดเบือนและเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง ซึ่งกำลังคุกคามชีวิตของเธอและซี