← All chapters

Echoes of the Spirit Valley

Chapter 3Free

ตอนที่ 3 — เสียงกระแสน้ำและแสงดาว

ลมเย็นยะเยือกปะทะใบหน้าไพลิน กลิ่นอายของดินชื้นและพืชพรรณป่าเขาโชยมาแตะจมูก ช้าๆ ทว่ามั่นคง ยามที่เธอเดินตามเส้นทางแคบๆ ที่ทอดยาวผ่านผืนป่าโบราณ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาผ่านม่านใบไม้หนาทึบ ก่อให้เกิดเงาดำทมึนเต้นระบำบนพื้นดิน เป็นภาพที่ทั้งสวยงามและน่าขนลุกในคราวเดียวกัน หลงเหลือเพียงแสงดาวริบหรี่ที่ส่องทะลุช่องว่างระหว่างกิ่งก้าน เป็นเหมือนเข็มทิศนำทางให้เธอไม่หลงทางในความมืดมิด

“เจ้าแน่ใจหรือว่าเรากำลังไปถูกทาง?” เสียงแหบพร่าของ 'ซี' สัตว์วิเศษรูปร่างคล้ายแมวป่าดวงตาสีฟ้าอมเขียว ดังขึ้นอยู่ข้างกายไพลิน มันกระโดดข้ามรากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดินมาอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาของมันกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง

ไพลินชะงักเท้า เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่แผ่วเบาจากแผ่นหินสลักโบราณที่ซ่อนอยู่ในย่าม เสื้อผ้าของเธอชื้นเหงื่อเล็กน้อยจากการเดินมาตลอดคืน แต่ความเหนื่อยล้ากลับถูกบดบังด้วยความตื่นเต้นและหวัง “แผ่นหินนี่…มันตอบสนองกับบางอย่างแถวนี้” เธอตอบพลางยกแผ่นหินขึ้นมาแนบแก้ม “มันเหมือนกับว่า…กำลังถูกดึงดูดไป”

ซีส่งเสียงฮึ่มในลำคอ “ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างเช่นกัน มันไม่ใช่พลังงานธรรมชาติธรรมดา…มันเก่าแก่กว่านั้น” มันหยุดชะงัก ก้มลงดมกลิ่นดิน “และมันกำลังนำทางเราไปยังแหล่งน้ำ”

ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่า เสียงหรีดหริ่งเรไรดังระงมประสานกับเสียงใบไม้ที่เสียดสีกันยามลมพัดโชย ผ่านไปอีกไม่นาน เสียงน้ำที่ไหลรินก็เริ่มดังแว่วมาแต่ไกล ทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็นลำธารเล็กๆ สายหนึ่ง ไหลเอื่อยผ่านโขดหินที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวชอุ่ม แสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับราวกับมีเพชรนับพันเม็ดลอยอยู่

“นี่มัน…!” ไพลินอุทานเบาๆ เมื่อดวงตาของเธอจับจ้องไปยังก้อนหินก้อนใหญ่ริมลำธาร ก้อนหินนั้นมีรูปร่างประหลาด คล้ายกับรูปมือที่กำลังอ้าออก ปลายนิ้วทั้งห้านิ้วชี้ไปยังทิศทางที่ลำธารไหลไป แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ บนผิวหน้าของก้อนหินนั้น สลักเป็นรูปดวงดาวนับร้อยดวงเรียงรายกันเป็นกลุ่มดาวที่ไพลินไม่เคยเห็นมาก่อน

“แผ่นหิน…มันสว่างขึ้น!” ไพลินรีบดึงแผ่นหินสลักออกมาจากย่าม แผ่นหินโบราณเรืองแสงสีทองอ่อนๆ ช้าๆ ลวดลายบนนั้นขยับไหว ราวกับมีชีวิต แสงสว่างจากแผ่นหินสะท้อนกับกลุ่มดาวที่สลักอยู่บนก้อนหินรูปมือ ทำให้ภาพนั้นดูราวกับมีมิติมากขึ้น

ซีเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายลึกลับที่แผ่ออกมาจากก้อนหินหอมหวานปนเย็นเยียบ “นี่คือ ‘ธารดาว’…หนึ่งในสถานที่ที่ถูกกล่าวถึงในตำนานโบราณ” มันกระซิบ “ตำนานเล่าว่า ที่นี่คือจุดที่จิตวิญญาณจากฟากฟ้าหลั่งไหลลงมาสู่โลกผ่านสายน้ำศักดิ์สิทธิ์”

ไพลินสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่พลังงานจากธรรมชาติ แต่เป็นพลังงานที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ เป็นความรู้สึกสงบสุขที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในใจ ดับความกลัวและความไม่มั่นใจที่เธอเคยรู้สึก

“กลุ่มดาวนี่…มันไม่เหมือนกลุ่มดาวที่เรารู้จักเลย” ไพลินเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วลูบเบาๆ บนลวดลายสลัก “พ่อเคยบอกว่า…กลุ่มดาวบนแผ่นหินของเขา…คือแผนที่”

ซีพยักหน้า “ถูกต้อง…กลุ่มดาวเหล่านี้คือสัญลักษณ์ที่นำทางไปยังสถานที่ต่อไป…และข้าสงสัยว่า ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ อาจจะซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่ง…เชื่อมโยงกับกลุ่มดาวเหล่านี้”

ทันใดนั้น เสียงเพลงแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากลำธาร ราวกับเสียงกระซิบของสายน้ำที่กำลังขับกล่อม บทเพลงนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลัง มันบรรเลงเป็นท่วงทำนองที่ไพเราะจนยากจะบรรยาย ความรู้สึกโหยหาและความทรงจำอันเลือนรางค่อยๆ ผุดขึ้นมาในใจของไพลิน ราวกับเสียงเพลงนี้กำลังปลุกบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลอยู่ภายในเธอ

“นี่คือ…?” ไพลินถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“นี่คือเสียงสะท้อน…เสียงสะท้อนจากจิตวิญญาณบรรพบุรุษ” ซีตอบ ดวงตาสีฟ้าของมันทอประกาย “บทเพลงแห่งการเยียวยา…อาจจะไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นโน้ต…แต่อาจจะถูกฝังอยู่ในจิตวิญญาณ…รอคอยเวลาที่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น”

ไพลินหลับตาลง ปล่อยให้ท่วงทำนองอันงดงามไหลผ่านเข้ามาในโสตประสาท เสียงเพลงนั้นทำให้เธอนึกถึงมารดา เสียงเพลงที่มารดามักจะฮัมให้ฟังในวัยเด็ก เสียงเพลงที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง เธอรู้สึกถึงน้ำตาที่คลอหน่วย แต่ไม่ใช่ความเศร้า…เป็นน้ำตาแห่งความเข้าใจและความปิติ

“แผ่นหิน…มันกำลังชี้ไปยัง…ทิศทางของกลุ่มดาวบนก้อนหิน” ไพลินลืมตาขึ้น เธอพบว่าแสงจากแผ่นหินสลักที่ส่องไปกระทบก้อนหินรูปมือนั้น กำลังเลื่อนไปชี้ที่กลุ่มดาวดวงหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปบนผิวหน้าของก้อนหิน “นั่นไง…เบาะแสต่อไป”

“เราต้องถอดรหัสกลุ่มดาวนั้น” ซีกล่าว “มันอาจจะเป็นกุญแจที่จะไขไปสู่สถานที่ต่อไป…หรืออาจจะเป็นเบาะแสที่นำไปสู่ตัวโน้ตบางส่วนของเพลงแห่งการเยียวยา”

ไพลินพยักหน้า เธอรู้สึกถึงความมั่นใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นภายในใจ ความกลัวที่มีอยู่ก่อนหน้านี้เริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและความปรารถนาที่จะค้นหาบทเพลงศักดิ์สิทธิ์นั้นให้พบ

“ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร…เราจะไปถึงที่นั่น” ไพลินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขณะที่แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบไล้ผิวกายของเธอและซี กลุ่มดาวบนก้อนหินรูปมือส่องประกายราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวโบราณที่รอคอยการค้นพบ และเสียงเพลงแห่งลำธารก็ยังคงบรรเลงต่อไป เป็นเหมือนคำมั่นสัญญาแห่งความหวังที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหุบผาวิญญาณ

--- ไพลินและซีค้นพบ 'ธารดาว' ลำธารศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณบรรพบุรุษ แผ่นหินสลักโบราณของพ่อไพลินส่องแสงนำทางไปยังกลุ่มดาวลึกลับบนก้อนหินรูปมือ ซึ่งเป็นเบาะแสต่อไปในการตามหา 'เพลงแห่งการเยียวยา' พร้อมกับได้ยินเสียงเพลงที่ปลุกความทรงจำอันเลือนรางภายในใจ