← All chapters

Inscriptions of the Sand City

Chapter 7Free

ตอนที่ 7 — วิหารแห่งเสียงคร่ำครวญและคมดาบที่ไร้เงา

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มโจรทรายดังสะท้อนผ่านโถงวิหารกว้างใหญ่ กระทบกับเสาหินแก้วที่สลักลวดลายบิดเบี้ยว กานต์สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาจากพื้นหินเย็นเยียบ มันไม่ใช่แค่เสียงเดิน แต่มันคือจังหวะการไล่ล่าที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือด เขากระชับแกนเสียงดนตรีแห่งทรายไว้แนบอก ความร้อนจางๆ จากวัตถุโบราณนั้นแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้า เข้าสู่ผิวหนัง และไหลเวียนไปตามเส้นเลือด ราวกับมันกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นระรัวของเขา

“เซนอส... อย่าห่างจากฉัน” กานต์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าท่ามกลางเสียงลมที่หวีดหวิวลอดผ่านรอยแตกของเพดานวิหาร

“ฉันรู้แล้ว กานต์” เซนอสตอบกลับมา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนนักในความสลัวนี้ แต่เขารู้ดีว่าศัตรูกำลังบีบวงล้อมเข้ามา “พวกมันไม่ได้มาแค่เพื่อแย่งชิงแกนแก้ว แต่มันเหมือนพวกมันกำลังตามหา... อะไรบางอย่างที่ลึกกว่านั้น”

กานต์หลับตาลงข้างที่ยังใช้งานได้ และใช้ดวงตาที่เหลือเพียงความมืดมิดสัมผัสโลกผ่านทางหูและผิวหนัง เขาพยายามขยายขอบเขตการรับรู้ คลื่นเสียงจากฝีเท้าโจรทรายแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มที่สองกำลังอ้อมผ่านเสาหินทางทิศตะวันตก และกลุ่มสุดท้าย... กลุ่มสุดท้ายกำลังเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบผิดปกติ ราวกับพวกมันไม่ได้เดินบนพื้น แต่กำลังเลื่อนไหลไปกับเงา

ทันใดนั้น แสงไฟจากคบเพลิงก็สว่างวาบขึ้นที่ปลายโถงวิหาร เผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์ในชุดหนังสีทรายที่เปื้อนฝุ่นดิน ใบหน้าของพวกมันถูกปิดบังด้วยผ้าคลุมหน้า เหลือเพียงดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความโลภ

“ส่งมันมา! เจ้าเด็กช่างสลัก!” เสียงตะโกนดังก้องกังวานจนกานต์รู้สึกเสียวแปลบในโสตประสาท “แกนดนตรีนั้นไม่ใช่ของคนชั้นต่ำอย่างแก มันคืออาวุธที่จะเปลี่ยนทะเลทรายนี้ให้กลายเป็นอาณาจักรของเรา!”

กานต์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด เขาขยับตัวถอยหลังเข้าหาเงาของเสาแก้วขนาดมหึมา เขาเริ่มปรับจูนความถี่ในใจ พยายามสื่อสารกับแกนเสียงดนตรีที่เขากำลังถืออยู่ เขาไม่ได้ต้องการทำลาย แต่นี่คือการป้องกันตัว ในขณะที่เขากำลังรวบรวมสมาธิ แรงสั่นสะเทือนประหลาดก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้นดินใต้เท้าของเขา มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าโจร แต่มันคือเสียงโหยหวนที่แผ่วเบาแต่ทรงพลัง—เสียงของความทรงจำที่ถูกกักขังไว้ในวิหารแห่งนี้

วิหารโบราณเริ่ม ‘ร้องเพลง’

ผนังแก้วที่สลักลวดลายโบราณเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าหม่น เสียงกระซิบกระซาบของนับพันดวงวิญญาณดังขึ้นพร้อมกันจนกานต์ต้องยกมือขึ้นอุดหู มันเป็นเสียงที่ทั้งงดงามและน่าสยดสยอง ราวกับเสียงร้องไห้ของเมืองที่ล่มสลายไปแล้วนับพันปี กลุ่มโจรที่กำลังวิ่งเข้ามาเริ่มชะงัก พวกมันทำหน้าตื่นตระหนกเมื่อเสียงเหล่านั้นไม่ได้ดังแค่ในหู แต่ดังสะท้อนอยู่ในหัวสมอง

“นั่นมันอะไรกัน! หยุดเสียงนั่นเดี๋ยวนี้!” หัวหน้าโจรตะโกนสั่ง พร้อมกับชักดาบโค้งที่ทำจากเหล็กทรายออกมา

กานต์อาศัยจังหวะที่ความสับสนครอบงำศัตรู เขาใช้มืออีกข้างแตะลงบนพื้นวิหาร ส่งคลื่นความถี่ที่เขาเพิ่งเรียนรู้จากแกนเสียงดนตรีลงไปสู่พื้นหิน คลื่นสั่นสะเทือนนั้นกระจายตัวออกเป็นวงกว้างเหมือนระลอกน้ำในบ่อทราย มันพุ่งเข้าหาเท้าของพวกโจร ทำให้พวกมันเสียหลักล้มลงและเสียการควบคุมร่างกาย

“วิ่ง! เซนอส ไปทางช่องแคบด้านหลัง!” กานต์สั่งการพลางลากเซนอสออกไปจากจุดปะทะ

แต่ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะพ้นจากรัศมีของแสงไฟ ร่างหนึ่งก็กระโดดออกมาจากเงามืดเบื้องหน้า กายนั้นไม่ได้สวมชุดโจร แต่สวมอาภรณ์สีดำสนิทที่ดูเหมือนจะดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไปทั้งหมด ชายลึกลับผู้นั้นถือดาบเรียวยาวที่สั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลาจนเกิดเสียง ‘หึ่ง’ ที่น่าขนลุก

“เจ้ากำลังรบกวนบทเพลงที่ควรจะสงบนิ่ง” ชายลึกลับกล่าว เสียงของเขาเรียบเฉยจนน่าใจหาย ราวกับว่าการฆ่าคนเป็นเพียงการขยับนิ้ว “แกนเสียงนั่น... มันไม่ใช่เครื่องมือของช่างสลัก แต่มันคือกุญแจที่เจ้าไม่ควรครอบครอง”

กานต์หยุดชะงัก ลมหายใจของเขาขาดช่วง ความรู้สึกสั่นสะเทือนที่เขาสัมผัสได้จากชายผู้นี้แตกต่างจากโจรทรายอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนที่หยาบกระด้าง แต่มันคือความถี่ที่นิ่งสนิทและคมกริบ เหมือนใบมีดที่วางอยู่บนเส้นด้าย

“คุณเป็นใคร?” กานต์ถาม พยายามรักษาความนิ่งของมือที่ถือแกนเสียงไว้

ชายลึกลับไม่ตอบ แต่พุ่งเข้าใส่กานต์ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ดาบของเขาสร้างคลื่นกระแทกที่ตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว กานต์ต้องโยนตัวหลบอย่างสุดชีวิต แรงสั่นสะเทือนจากคมดาบที่เฉียดผ่านไหล่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกระดูกแทบจะแตกสลาย

เซนอสพยายามจะเข้ามาช่วย แต่เขาก็ถูกกลุ่มโจรที่เริ่มตั้งตัวได้รุมล้อมไว้ กานต์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุด เขาต้องเลือกระหว่างการใช้พลังของแกนเสียงเพื่อปกป้องเซนอส หรือการใช้มันเพื่อเอาชีวิตรอดจากนักดาบปริศนาที่ดูเหมือนจะอ่านการเคลื่อนไหวของเขาออกทุกฝีเก้า

ขณะที่เขากำลังจะเสียเปรียบ แกนเสียงดนตรีในมือก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรงจนเขารู้สึกเจ็บปวด มันไม่ได้ส่งเสียงเพลงที่นุ่มนวลอีกต่อไป แต่มันกำลังกรีดร้อง—เป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ราวกับมันตระหนักถึงภัยคุกคามที่แท้จริงที่อยู่ตรงหน้า

แสงสีทองสว่างจ้าพุ่งออกจากแกนแก้ว กระแทกเข้ากับดาบของชายลึกลับจนเกิดเสียงระเบิดกึกก้องไปทั่ววิหาร แรงอัดอากาศทำให้เพดานวิหารที่อ่อนแออยู่แล้วเริ่มร่วงหล่นลงมาเป็นสายฝนแห่งหินและแก้ว กานต์มองเห็นเพียงภาพเลือนรางของความพินาศที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนที่สติของเขาจะเริ่มพร่าเลือนไปพร้อมกับเสียงดนตรีที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเงียบงันอันน่าหวาดหวั่น

--- กานต์และเซนอสถูกกลุ่มโจรทรายไล่ล่าในวิหารโบราณ แต่ต้องเผชิญหน้ากับชายลึกลับผู้มีพลังความถี่ที่น่าสะพรึงกลัว จนนำไปสู่การปลดปล่อยพลังที่ควบคุมไม่ได้ของแกนเสียงดนตรีท่ามกลางวิหารที่กำลังถล่ม