← All chapters

Inscriptions of the Sand City

Chapter 53Free

ตอนที่ 53 — คลื่นเสียงสังหารและเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยว

ความเงียบในทะเลทรายกระจกเงาไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือการกดทับ กานต์รู้สึกเหมือนมีมวลสารที่มองไม่เห็นบีบคั้นลงบนหน้าอก ทุกครั้งที่เขาหายใจ ผืนทรายใต้เท้าที่เป็นกระจกเงาใสสะท้อนภาพท้องฟ้าสีครามที่ดูผิดเพี้ยนและร่างกายของเขาที่แตกร้าวราวกับเครื่องเคลือบดินเผาที่ถูกทุบตี รอยสลักบนผิวหนังแก้วทรายของเขาเปล่งแสงสลัวๆ เป็นจังหวะที่สอดรับกับความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปตามเส้นประสาท

“กานต์... อย่ามองลงไปที่พื้น” เสียงของเซนอสแหบพร่าและสั่นเครือ เขาพยายามคว้าต้นแขนของกานต์ไว้ แต่สัมผัสที่ได้รับกลับเป็นเพียงความเย็นเยียบของผิวสัมผัสที่เป็นแก้ว “เงาสะท้อนพวกนั้น... มันไม่ใช่แค่ภาพ มันคือแรงสั่นสะเทือนที่กำลังดึงเอาเศษเสี้ยวของนายไป”

กานต์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่จ้องมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ความสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ทำมุมประหลาดกับผืนกระจกเบื้องล่าง ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่เขาหวาดกลัวก็มาถึง มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ เย็นชา และทรงพลัง—จังหวะของ 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' (The Rhythm Sweeper)

จากความว่างเปล่าเบื้องหน้า ร่างเงาสีขาวโพลนขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้น มันไม่มีใบหน้า ไม่มีอวัยวะที่ชัดเจน มีเพียงคลื่นพลังงานที่ขยับเขยื้อนเป็นรูปทรงคล้ายมนุษย์ที่ประกอบขึ้นจากเส้นสายของเสียงที่แข็งตัว ทุกย่างก้าวที่มันเคลื่อนผ่าน ผืนกระจกเบื้องล่างจะถูก 'ลบ' ออกไป กลายเป็นความว่างเปล่าที่ไร้แม้แต่แสงสะท้อน มันไม่ได้เดินมาเพื่อทำลาย แต่มันเดินมาเพื่อ 'จัดระเบียบ' ทุกสิ่งที่ผิดเพี้ยนให้กลายเป็นความเงียบอันสมบูรณ์

“มันมาแล้ว” เซนอสกัดฟันกรอด มือของเขาขยับไปที่อาวุธข้างกาย แม้จะรู้ดีว่าในมิตินี้ กฎเกณฑ์ของฟิสิกส์และพลังงานถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยความถี่ที่ต่างออกไป

ผู้กวาดล้างจังหวะยกมือขึ้น—หรือสิ่งที่ควรจะเป็นมือ—คลื่นความถี่สูงแผ่ซ่านออกมาเป็นวงกว้าง กานต์รู้สึกได้ทันที รอยสลักบนร่างกายของเขาเริ่มสั่นสะท้านจนแทบจะแตกสลาย มันคือเสียงหวีดหวิวที่บาดลึกเข้าไปในแก้วหูและสมอง ความทรงจำที่เขาเพิ่งจะสลักลงไปในรอยร้าวของมิติเริ่มสั่นคลอน ภาพของอารยันนครที่ล่มสลาย ภาพของเซนอสที่เคยเป็นเพื่อนและศัตรู สลับไปมาเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกฉีกขาด

“กานต์! ใช้มัน! ใช้ความทรงจำที่บิดเบี้ยวของนายสร้างแรงต้าน!” เซนอสตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหวิวที่กำลังทวีความรุนแรง

กานต์หลับตาลงข้างหนึ่งที่ยังใช้งานได้ เขาไม่ได้พยายามจะหนีจากความเจ็บปวดอีกต่อไป ในเมื่อร่างกายนี้กลายเป็นแก้วทรายและจิตวิญญาณกลายเป็นรอยจารึก เขาก็จะใช้ความผิดเพี้ยนนี้เองเป็นอาวุธ เขาเริ่มนึกถึงความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด—ความรู้สึกตอนที่รอยสลักพยากรณ์เริ่มกัดกินเนื้อหนัง ความรู้สึกของการสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อย ความอ้างว้างในมิติที่ไร้เสียง

เขาสลักมันลงไปในอากาศ เขาไม่ได้ใช้มือ แต่ใช้ 'ความรู้สึก' กระแทกผ่านแรงสั่นสะเทือนจากแกนกลางของร่างกายที่แตกร้าว

ครืนนนน!

คลื่นเสียงที่ผิดเพี้ยน (Dissonant Chord) พุ่งออกจากร่างของกานต์ มันไม่ใช่เสียงที่ไพเราะ ไม่ใช่จังหวะที่สอดประสาน แต่มันคือเสียงกรีดร้องของความจริงที่ถูกบิดเบือน มันพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นความถี่สีขาวสะอาดของผู้กวาดล้างจังหวะ เกิดการระเบิดของมิติเล็กๆ ขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย แสงสีขาวและสีทองของทรายปะทะกันจนเกิดเป็นประกายไฟที่แผดเผาอากาศ

ผู้กวาดล้างจังหวะหยุดชะงัก ร่างสีขาวนั้นเริ่มสั่นไหวเหมือนภาพสะท้อนในน้ำที่ถูกก้อนหินขว้างใส่ มันพยายามจะปรับจูน (Tune) เสียงของกานต์ให้กลับมาอยู่ในระเบียบ แต่กานต์ไม่ยอม เขาเร่งจังหวะแห่งความโกลาหลขึ้นไปอีก เขาจงใจดึงเอาความทรงจำที่ขัดแย้งกันมาสลักทับกันในเสี้ยววินาที—ความรักและความเกลียดชัง ความจริงและความลวง—จนเกิดเป็นคลื่นเสียงที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้

“แก... คือ... สิ่ง... ผิด... เพี้ยน...” เสียงของสิ่งมีชีวิตสีขาวนั้นไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่มันดังขึ้นในความคิดของกานต์ เป็นเสียงที่เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งที่แตกตัว

ในขณะที่กานต์กำลังร่ายรำไปกับความโกลาหล เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวผ่านเงาสะท้อนบนพื้นกระจก เงาของเขาเองไม่ได้เคลื่อนไหวตามเขา แต่มันกำลัง 'ฉีก' ตัวเองออกจากร่าง เงาของกานต์ในพื้นกระจกมีรูปร่างที่สมบูรณ์กว่า มีผิวหนังที่เป็นมนุษย์มากกว่า และมันกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช

“กานต์! ระวังข้างหลัง!” เซนอสคำราม

กานต์สะดุ้งโหยง พลังที่เขากำลังรวบรวมไว้แตกกระจายออกไปผิดทิศทาง ผู้กวาดล้างจังหวะอาศัยจังหวะที่ความถี่ของกานต์เกิดการชะงักงัน ปลดปล่อยคลื่นเสียงสังหาร (Sonic Cleansing) ออกมาเป็นระลอกคลื่นสีขาวบริสุทธิ์ มันกวาดผ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า

เซนอสพุ่งเข้ากระแทกตัวกานต์ให้ล้มลงเพื่อใช้ร่างของตนเป็นเกราะกำบัง แรงปะทะนั้นมหาศาลจนโลกทั้งใบดูเหมือนจะหมุนคว้าง กานต์รู้สึกถึงแรงกระแทกที่ทำให้แก้วทรายบนผิวหนังของเขาแตกละเอียดเพิ่มขึ้นอีก เสียง 'เพล้ง' ดังสะท้อนอยู่ในหัวใจ ความเจ็บปวดครั้งนี้ต่างจากเดิม มันไม่ใช่แค่ความเจ็บทางกาย แต่เป็นความรู้สึกเหมือนตัวตนของเขากำลังถูกลบออกไปจากหน้ากระดาษของประวัติศาสตร์

เมื่อฝุ่นทรายและแสงสีขาวจางลง กานต์พบว่าตัวเองนอนคว่ำอยู่บนพื้นกระจกที่แตกร้าว เซนอสนอนหอบหายใจอยู่ข้างๆ ร่างกายของเซนอสมีรอยไหม้จากคลื่นเสียง แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่เสียชีวิต ทว่าสิ่งที่ทำให้กานต์ต้องใจหายวูบคือผู้กวาดล้างจังหวะ... มันไม่ได้หายไป แต่มันกำลัง 'ขยายตัว' ขึ้น

มันไม่ได้มาเพียงหนึ่ง แต่มันกำลังเรียกพวกพ้อง ร่างสีขาวโพลนเริ่มก่อตัวขึ้นจากขอบฟ้าในทุกทิศทาง ราวกับฝูงหมาป่าที่ล้อมรอบเหยื่อที่กำลังบาดเจ็บ ทะเลทรายกระจกเงาที่เคยเงียบสงัด บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงฮัมต่ำๆ ของคลื่นความถี่ที่กำลังเตรียมจะกวาดล้างทุกความผิดเพี้ยนให้สิ้นซาก

กานต์พยายามจะยันตัวขึ้น แต่เขากลับพบว่ามือของเขา—มือที่เคยเป็นเนื้อหนังและบัดนี้เป็นแก้วทราย—เริ่มโปร่งแสงขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ได้แค่กำลังบาดเจ็บ แต่เขากำลังจะกลายเป็นเพียง 'เงา' ที่ไม่มีมวลสาร

“เราต้องไป...” กานต์พยายามเค้นเสียง แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเพียงเสียงสั่นสะเทือนที่แหบพร่า “เซนอส... พวกมัน... ไม่ได้มาเพื่อฆ่า... แต่มาเพื่อ... เปลี่ยนเรา...”

ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าผู้กวาดล้างจังหวะที่กำลังคืบคลานเข้ามา กานต์เหลือบไปเห็นรอยแยกขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันเมื่อครู่ มันไม่ใช่แค่รอยร้าวบนพื้นกระจก แต่มันคือรอยแยกที่นำไปสู่ 'ความลึก' ที่มากกว่าเดิม—ความลึกที่ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในมิตินี้ แต่มันคือรอยแยกที่นำไปสู่จุดกำเนิดของเสียงที่แท้จริง

เขามองหน้าเซนอส ความหวาดกลัวในดวงตาของเพื่อนร่วมทางทำให้กานต์รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันคือการต่อสู้เพื่อไม่ให้ตัวตนของพวกเขาถูกเขียนขึ้นใหม่โดยมือของสิ่งที่ไม่เคยรู้จักความเจ็บปวด

“ถ้าเราตกลงไป...” กานต์พูดขึ้นขณะที่เงาสีขาวเริ่มล้อมเข้ามาจนเกือบจะสัมผัสตัว “เราอาจจะพบแกนเสียงที่แท้จริง... หรือไม่ก็หายไปตลอดกาล”

เซนอสคว้ามือแก้วทรายของกานต์ไว้แน่น “งั้นก็ไปหาความจริงที่เจ็บปวดนั่นกันเถอะ!”

ก่อนที่คลื่นสังหารจะพุ่งถึงตัว ทั้งคู่ตัดสินใจกระโจนลงสู่รอยแยกมิติที่กำลังอ้าปากกว้าง ทิ้งความโกลาหลและแสงสีขาวไว้เบื้องหลัง ร่างของพวกเขาดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ท่ามกลางเสียงเพรียกที่ดังมาจากก้นบึ้งของความทรงจำที่ถูกลืมเลือน

--- กานต์และเซนอสต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าของผู้กวาดล้างจังหวะในทะเลทรายกระจกเงา กานต์ใช้ความทรงจำสร้างคลื่นเสียงโกลาหลเข้าต่อต้านแต่กลับทำให้ร่างกายเริ่มโปร่งแสงและเสี่ยงต่อการสูญเสียตัวตน สุดท้ายทั้งคู่ตัดสินใจกระโดดลงสู่รอยแยกมิติเพื่อหนีการล้อมจับและมุ่งหน้าสู่ความลึกลับที่ลึกยิ่งกว่า