← All chapters

Inscriptions of the Sand City

Chapter 21Free

ตอนที่ 21 — เศษซากแห่งตัวตนและท่วงทำนองที่ไร้เสียง

ความมืดมิดในแอ่งทะเลทรายเสียงไม่ใช่ความมืดที่ว่างเปล่า แต่มันคือความมืดที่อัดแน่นไปด้วยแรงสั่นสะเทือนจนแทบจะกลายเป็นเนื้อสัมผัส กานต์รู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรของเศษแก้วที่กรีดร้อง ทุกครั้งที่หัวใจของเขาเต้น รอยจารึกบนผิวหนังที่กลายเป็นแก้วทรายจะสั่นระรัว ส่งผ่านความเจ็บปวดที่แหลมคมราวกับเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงลงไปในเส้นประสาท มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดจากการที่ 'ความเป็นกานต์' กำลังถูกลบออกไปทีละตัวอักษร

เบื้องหน้าของเขา สิ่งมีชีวิตยักษ์ที่ประกอบขึ้นจากแก้วทรายและคลื่นเสียงกำลังขยับเขยื้อน มันไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยกล้ามเนื้อ แต่เคลื่อนที่ด้วยจังหวะการสั่นสะเทือนที่บิดเบี้ยว ร่างกายของมันคือการรวมตัวกันของเศษซากความทรงจำที่แตกสลาย ทุกครั้งที่มันขยับ ร่างกายของมันจะส่งเสียงกรีดร้องเหมือนโลหะเสียดสีกัน ผสมกับเสียงกระซิบของนับพันวิญญาณที่ถูกลืมเลือน กานต์พยายามจะเปล่งเสียงเรียกเซนอส แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากลำคอที่แข็งตัวเป็นแก้วกลับมีเพียงเสียงสะท้อนที่แหลมสูงและแห้งผาก

'แกนเสียง... ไม่ใช่เครื่องมือ... แต่มันคือเครื่องสังเวย...'

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรุนแรง ท่ามกลางความสับสนอลมานของกระแสเสียงที่ถาโถม กานต์ตระหนักได้ว่าแกนเสียงดนตรีแห่งทรายที่เขาถือครองอยู่นั้น ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นบทเพลงเพื่อปลอบประโลมโลก แต่มันคือเครื่องมือในการ 'ปรับจูน' (Tuning) โลกใบนี้ให้เข้าสู่ความถี่ใหม่ ความถี่ที่ไม่มีที่ว่างให้แก่ความไร้ระเบียบของสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อ ความถี่ที่สะอาดบริสุทธิ์และตายตัวเหมือนแก้วที่ถูกหลอม

สิ่งมีชีวิตยักษ์นั้นเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ กลิ่นอายของมันคือกลิ่นโอโซนที่ไหม้เกรียมและกลิ่นฝุ่นทรายที่แห้งผากจนแสบจมูก กานต์พยายามถอยหนี แต่ขาของเขาที่กลายเป็นแก้วทรายกลับหนักอึ้งและติดหนึบอยู่กับพื้นแอ่งที่สั่นสะเทือน รอยจารึกที่ลามขึ้นมาถึงหน้าอกของเขาเริ่มเรืองแสงสีฟ้าซีด มันกำลังพยายามจะสลัก 'ความจริง' ชุดใหม่ลงบนตัวเขา ชุดความจริงที่บอกว่าเขาไม่ใช่ช่างสลักทรายผู้มีชื่อว่ากานต์อีกต่อไป แต่เขาคือเพียงภาชนะหนึ่งที่รอการเติมเต็มด้วยความทรงจำของโลก

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ปะทุขึ้นจากใต้เท้าของเขา มันไม่ใช่การถล่ม แต่เป็นการ 'บรรเลง' สิ่งมีชีวิตยักษ์แก้วทรายหยุดชะงักลงชั่วครู่ ก่อนที่มันจะเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่างไปตามจังหวะของแกนเสียงดนตรีที่กานต์ถืออยู่ กานต์รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่ประหลาด มันไม่ได้ดึงเขาลงสู่ดิน แต่ดึงเขาเข้าไปใน 'ท่วงทำนอง' เขาเห็นภาพนิมิตของอารยันนครที่กำลังล่มสลาย เห็นผู้คนกลายเป็นรูปปั้นแก้วที่ไร้ชีวิต และเห็นทะเลทรายที่ขยายตัวออกไปอย่างไร้ขอบเขตเพื่อกลืนกินทุกสิ่งที่เป็นความทรงจำ

'กานต์! ตั้งสติไว้!'

เสียงของเซนอสแว่วมาแต่ไกล แต่มันฟังดูเหมือนมาจากอีกโลกหนึ่ง หรืออาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่กานต์พยายามจะยึดเหนี่ยวไว้ กานต์พยายามรวบรวมสมาธิ ใช้สัมผัสการสั่นสะเทือนที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิต ไม่ใช่เพื่อสลัก แต่เพื่อ 'ขัดขวาง' เขาพยายามจะส่งคลื่นความถี่ที่ผิดเพี้ยนกลับไปหาแกนเสียง เพื่อทำลายจังหวะที่สมบูรณ์แบบจนน่ากลัวนั้น

เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มี ความเจ็บปวดจากการที่ร่างกายกำลังจะแตกสลายกลายเป็นแรงขับเคลื่อน รอยจารึกบนผิวหนังเริ่มสั่นอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงหวีดหวิว กานต์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพยายามจะหยุดพายุด้วยมือเปล่า เขาพยายามจะตะโกนบอกโลกนี้ว่า 'เรายังมีตัวตนอยู่!' แต่คำพูดเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงรอยร้าวเล็กๆ บนผิวแก้วของเขาเอง

ในวินาทีที่คลื่นความถี่ที่เขาปล่อยออกไปปะทะกับแกนเสียงดนตรี เกิดการระเบิดของแสงและเสียงที่ทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน กานต์รู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ และประกอบใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ กลิ่นดินหลังฝนตกในวัยเด็ก หรือสัมผัสของเครื่องมือสลักทรายที่คุ้นมือ ถูกคลื่นเสียงมหาศาลพัดพาหายไปทีละอย่าง... ทีละอย่าง...

เมื่อแสงสว่างจางลง กานต์พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในแอ่งทะเลทรายเสียงอีกต่อไป แต่เขากำลังลอยคว้างอยู่ในพื้นที่ที่ไร้ซึ่งทิศทางและแรงโน้มถ่วง รอบตัวเขาคือเศษซากของรอยจารึกที่ลอยละล่องเหมือนดวงดาวที่ตายแล้ว และเบื้องหน้าของเขา... คือความว่างเปล่าที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็น 'ประตู' ที่นำไปสู่จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง หรืออาจจะเป็นจุดจบที่แท้จริง

เขามองเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ที่ขอบของความว่างเปล่านั้น ร่างนั้นดูคุ้นเคยอย่างประหลาด แต่ในขณะเดียวกันก็แปลกแยกจนน่าขนลุก ร่างนั้นไม่ได้มีร่างกายที่เป็นเนื้อหนัง แต่เป็นเพียงกลุ่มก้อนของคลื่นเสียงที่สั่นสะเทือนเป็นรูปทรงมนุษย์

'เจ้าพยายามจะรักษาเศษเสี้ยวที่แตกสลาย...' เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากหู แต่ดังขึ้นจากภายในแก้วทรายที่อยู่ในอกของเขา 'แต่เจ้าไม่รู้หรือว่า... ความงามที่แท้จริง คือความว่างเปล่าที่ไร้รอยตำหนิ'

กานต์พยายามจะขยับตัว แต่เขารู้สึกว่าเขาไม่มี 'แขน' หรือ 'ขา' อีกต่อไป เขามีเพียง 'การสั่นสะเทือน' เขาเริ่มตระหนักด้วยความหวาดกลัวสุดขีดว่า การต่อสู้ของเขาอาจจะสายเกินไปเสียแล้ว และสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่การกู้คืนความทรงจำ แต่เป็นการเผชิญหน้ากับผู้ที่เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่โดยใช้ความตายของความทรงจำเดิมเป็นหมึกเขียน

--- กานต์พยายามใช้พลังจากแกนเสียงดนตรีเพื่อขัดขวางการปรับจูนโลกของสิ่งมีชีวิตยักษ์แก้วทราย แต่การกระทำนั้นกลับทำให้เขาหลุดเข้าไปในมิติแห่งความว่างเปล่าและเริ่มสูญเสียสัมผัสความเป็นมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง