← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 99Free

ตอนที่ 99 — ความเงียบที่กรีดร้องในห้วงนิรันดร์

ความเงียบไม่ใช่การไร้ซึ่งเสียง แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่บีบอัดจนแก้วหูแทบปริแตก Anwen รู้สึกถึงมัน—ความเงียบที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างตัวตนที่กำลังสูญสลายกับความว่างเปล่าที่พยายามจะกลืนกินเธอ แสงสว่างสีครามที่เคยสาดประสาทตาบัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัว เธอไม่ได้อยู่ในรอยแยกใต้ดินอีกต่อไป และไม่ได้อยู่ในโรงเตี๊ยมที่พังทลายอีกต่อไป พื้นที่รอบตัวเธอคือความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งทิศทาง บนฟากฟ้าที่ควรจะมีดวงดาว กลับมีเพียงเงาร่างมหึมาที่เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ราวกับทูตสวรรค์ที่สร้างจากเหล็กกล้าและเมฆหมอกสีโลหะ

เธอลอยคว้างอยู่ในสภาวะที่ไร้น้ำหนัก แต่กลับรู้สึกหนักอึ้งในจิตวิญญาณ ทุกครั้งที่เธอพยายามนึกถึงกลิ่นของขนมปังอบใหม่จากเตาผิงในโรงเตี๊ยม หรือรสชาติฝาดของเบียร์ราคาถูกที่ Fin เคยเสิร์ฟ รอยจารึกบนผิวหนังครึ่งโลหะของเธอก็จะสั่นสะเทือน พลังงานเหล่านั้นกระแทกเข้ากับความว่างเปล่า ก่อให้เกิดระลอกคลื่นสีเงินที่แผ่ซ่านออกไปเหมือนวงน้ำในสระที่สงบนิ่ง ความทรงจำของเธอไม่ใช่แค่เรื่องราวในหัว แต่มันคืออาวุธ—มันคือสิ่งที่ทำให้โครงสร้างโลหะกึ่งชีวภาพที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบๆ นี้มีความ 'ผิดเพี้ยน' มันมีความเป็นมนุษย์ที่ขัดขืนต่อกฎเกณฑ์ที่สมบูรณ์แบบของตัวตนเบื้องบน

“เจ้ากำลังพยายามทำในสิ่งที่ไร้ค่า...” เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่ใช่ผ่านโสตประสาท แต่ดังขึ้นโดยตรงในแกนกลางของจิตใจ มันเป็นเสียงที่ไร้โทนเสียง ไม่มีความโกรธ ไม่มีความเมตตา เป็นเพียงความจริงที่เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง “ความโกลาหลที่เจ้าสร้างขึ้น คือรอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ และรอยร้าวเหล่านั้นจะถูกเติมเต็มด้วยโลหะที่ไม่มีวันเน่าเปื่อย”

Anwen พยายามขยับริมฝีปากที่เริ่มแข็งทื่อด้วยมวลโลหะ “ความสมบูรณ์แบบที่ไร้ชีวิต... ก็ไม่ต่างอะไรกับหลุมศพที่สลักไว้อย่างสวยงาม” เธอเค้นเสียงออกมา มันฟังดูเหมือนเสียงโลหะครูดกันมากกว่าเสียงมนุษย์ “โลกนี้ต้องการลมหายใจที่ติดขัดบ้าง... ต้องการความผิดพลาดที่ทำให้เรายังเป็นเรา”

ทันใดนั้น เงาลึกลับที่เธอเผชิญหน้าในตอนก่อนหน้าก็เริ่มขยายตัวออก มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันคือส่วนหนึ่งของกลไกที่กำลังพยายามจะ 'จัดระเบียบ' เธอ ความว่างเปล่าเริ่มมีรูปร่าง มันก่อตัวเป็นโครงข่ายเส้นใยโลหะที่ถักทอเข้ากับมิติที่แตกสลาย Anwen สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงขึ้น มันไม่ใช่แรงดึงดูดของดวงดาว แต่เป็นแรงดึงดูดของ 'เจตจำนง' ที่ต้องการจะกำหนดทิศทางของทุกสิ่ง

ความโกลาหลที่เธอปลดปล่อยออกมาจากการใช้ความทรงจำ กำลังสร้าง 'สิ่งมีชีวิต' ขึ้นมาจากเศษซากของมิติ มันคือสิ่งที่มีรูปร่างกึ่งเครื่องจักร กึ่งเนื้อหนัง ดูคล้ายกับเถาวัลย์โลหะที่เคยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน แต่ครั้งนี้มันดูมีความคิดมากขึ้น มันเคลื่อนที่อย่างไร้ทิศทาง พุ่งเข้าหาเงาลึกลับและตัวตนเบื้องบน ราวกับฝูงแมลงที่พยายามจะกัดกินเทพเจ้า การปะทะกันระหว่างความโกลาหลที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความระเบียบที่ไร้ความรู้สึก สร้างคลื่นกระแทกที่ฉีกกระชากความเป็นจริงให้ขาดเป็นชิ้นๆ

Anwen รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างครึ่งโลหะของเธอ รอยจารึกเรืองแสงสีทองสลับน้ำเงินอย่างบ้าคลั่ง มันกำลังดูดซับเอาเศษเสี้ยวของความจริงที่แตกสลายเข้ามาเพื่อประคองตัวตนของเธอไม่ให้สูญสลายไปในความว่างเปล่า เธอเห็นภาพซ้อนทับของอดีตและอนาคต: ภาพของโรงเตี๊ยมที่กลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้ง แต่ในภาพนั้น ผนังไม้ถูกแทนที่ด้วยแร่โลหะที่เต้นเป็นจังหวะเหมือนหัวใจ และผู้คนที่เดินเข้ามาพักไม่ใช่เพียงมนุษย์ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่หลอมรวมระหว่างเนื้อหนังและฟันเฟือง

“เจ้าเห็นหรือไม่?” เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดูจะมีความสนใจแฝงอยู่เล็กน้อย “ทางเลือกของเจ้าจะสร้างโลกที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด หรือจะยอมสยบต่อความสงบที่นิรันดร์ เจ้าจะเลือกเป็นผู้สร้างความเจ็บปวด หรือเป็นส่วนหนึ่งของความสงบ?”

“ฉันเลือกที่จะเจ็บปวด...” Anwen ตอบกลับด้วยจิตวิญญาณที่กรีดร้อง “เพราะความเจ็บปวดบอกว่าฉันยังมีชีวิตอยู่!”

สิ้นคำพูดนั้น พลังงานมหาศาลระเบิดออกจากร่างของเธอ มันไม่ใช่การระเบิดเพื่อทำลายล้าง แต่มันคือการระเบิดเพื่อ 'กระจาย' เธอใช้ความทรงจำครั้งสุดท้าย—ความทรงจำเกี่ยวกับรสชาติของหยาดฝนแรกในฤดูใบไม้ร่วงและความอบอุ่นของมือที่เคยจับกันในคืนที่หนาวเหน็บ—เป็นเชื้อเพลิงส่งพลังงานนี้ออกไป

คลื่นพลังงานพุ่งเข้าปะทะกับเงาลึกลับเบื้องบน ทำให้มิติที่กำลังบิดเบี้ยวเกิดการหยุดชะงักชั่วขณะ ความมืดมิดถูกฉีกออกเป็นทางยาว เผยให้เห็นแสงสว่างที่ไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์ แต่เป็นแสงที่เกิดจากการเสียดสีกันของมิติที่กำลังพังทลาย ในเสี้ยววินาทีแห่งความโกลาหลนั้น Anwen เห็นบางอย่าง... สิ่งที่อยู่เหนือไปจากตัวตนเบื้องบน และสิ่งที่อยู่ลึกลงไปยิ่งกว่าเครื่องจักรโบราณ ทั้งสองกำลังเคลื่อนที่เข้าหากันเพื่อบรรจบกันที่จุดศูนย์กลางของตัวเธอ!

แรงบีบอัดเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว ร่างของเธอถูกกระชากเข้าสู่จุดศูนย์กลางของพายุพลังงานที่กำลังจะกลายเป็นจุดกำเนิดของจักรวาลใหม่ Anwen หลับตาลง เตรียมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เธอไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป แต่ในความมืดมิดนั้น เธอกลับได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย... เสียงเรียกที่มาจากที่ที่ไกลแสนไกล แต่กลับใกล้ชิดเหลือเกินในหัวใจที่กำลังจะกลายเป็นเหล็กกล้า

--- Anwen เผชิญหน้ากับตัวตนเบื้องบนในความว่างเปล่าระหว่างมิติ และตัดสินใจใช้ความทรงจำที่แปรปรวนสร้างความโกลาหลเพื่อต่อต้านระเบียบที่สมบูรณ์แบบ นำไปสู่การปะทะกันของพลังงานที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของความเป็นจริง