← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 95Free

ตอนที่ 95 — แรงกดดันแห่งความว่างเปล่าและจังหวะที่แตกสลาย

เสียงโลหะบิดเบี้ยวคราวนี้น่าสะพรึงกลัวกว่าครั้งใด มันไม่ใช่แค่เสียงของฟันเฟืองที่ขัดกัน แต่เป็นเสียงของความจริงที่กำลังถูกขยี้ด้วยน้ำหนักมหาศาล Anwen รู้สึกได้ถึงมันผ่านปลายนิ้วครึ่งโลหะที่กำลังสั่นระริก แรงกดดันจากเบื้องบน—จากตัวตนลึกลับที่เฝ้ามองลงมาเหมือนยักษ์ที่กำลังจะก้าวทับมด—กำลังบีบคั้นอากาศและมิติรอบกายให้แคบลง ในขณะที่เบื้องล่าง เครื่องจักรโบราณที่เธอกระตุ้นให้ตื่นขึ้นก็กำลังแผดร้องด้วยจังหวะชีวิตที่คาดเดาไม่ได้ พลังงานสีฟ้าครามและแสงสีทองหม่นปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็น แต่มันกลับทำให้เนื้อหนังและโลหะในร่างของเธอสั่นสะท้านจนแทบจะหลุดออกจากกัน

“เจ้ากำลังพยายามทำอะไร... เจ้าสิ่งปนเปื้อน...” เสียงกระซิบที่ไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่ดังมาจากรอยจารึกที่ฝังลึกในจิตวิญญาณและกระดูกของเธอ มันเป็นเสียงที่ไร้อารมณ์ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยระเบียบที่สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก มันคือเสียงของตัวตนเบื้องบนที่เริ่มเคลื่อนตัวลงมาใกล้เกินกว่าจะเพิกเฉยได้

Anwen กัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากจุดที่ผิวหนังมนุษย์บรรจบกับโลหะ เธอรู้สึกเหมือนถูกฉีกออกเป็นสองส่วน ฝั่งหนึ่งคือความทรงจำอันแปรปรวนที่พยายามจะดึงรั้งความเป็นมนุษย์ไว้ อีกฝั่งคือความต้องการที่จะหลอมรวมกับความโกลาหลเพื่อความอยู่รอด เธอเห็นภาพเศษเสี้ยวของโรงเตี๊ยมที่พังทลาย เห็นใบหน้าของ Fin และ Granny Nessa ที่กำลังเผชิญกับความมืดมิดเบื้องบน ภาพเหล่านั้นคือสมอเรือเพียงอย่างเดียวที่รั้งไม่ให้จิตวิญญาณของเธอแตกสลายไปกับแรงบีบอัดนี้

ทันใดนั้น พื้นผิวโลหะของห้องโถงโบราณก็เริ่มเปลี่ยนรูป มันไม่ได้เคลื่อนที่ตามกลไกอีกต่อไป แต่มันขยับเขยื้อนเหมือนกล้ามเนื้อของสิ่งมีชีวิตที่กำลังชักกระตุก รอยแยกมิติรอบตัวเธอเริ่มขยายตัวและหดตัวเป็นจังหวะที่ผิดเพี้ยน ราวกับหัวใจของโลกกำลังเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง แสงสว่างวาบจากการปะทะกันของพลังงานทำให้ทัศนวิสัยของเธอกลายเป็นสีขาวโพลนชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยความมืดมิดที่หนาแน่นกว่าเดิม

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น Anwen สัมผัสได้ถึงการบุกรุกที่ไม่ได้มาจากพลังงาน แต่มาจาก 'เจตจำนง' สมาชิกของภาคีระเบียบเหล็กที่บ้าคลั่งในอุดมการณ์ของตนกำลังพยายามแทรกแซงกระแสพลังงานนี้ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิตเธอ แต่มาเพื่อ 'ตรึง' ทุกอย่างให้หยุดนิ่ง พวกเขาต้องการเปลี่ยนความโกลาหลที่กำลังก่อตัวให้กลายเป็นระเบียบที่แข็งทื่อและตายตัว

“หยุดมัน! อย่าให้มันกลายเป็นระเบียบ!” Anwen ตะโกนก้องในใจ แม้ลำคอของเธอจะแห้งผากและเต็มไปด้วยกลิ่นสนิมโลหะ เธอรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่หลงเหลือ—ความรู้สึกของหยาดฝนที่กระทบหลังคาโรงเตี๊ยม ความอบอุ่นของซุปในยามค่ำคืน และความโกรธแค้นต่อความอยุติธรรม—แล้วอัดฉีดมันเข้าไปในรอยจารึกที่อก

พลังงานที่ระเบิดออกมาไม่ใช่แสงที่สะอาดตา แต่มันคือพายุแห่งสีสันที่ไร้ระเบียบ มันคือความโกลาหลที่งดงามและน่าหวาดหวั่น พลังนี้พุ่งเข้าใส่ทั้งแรงกดดันจากเบื้องบนและแรงขับจากเบื้องล่าง เกิดเป็นจุดปะทะที่ทำให้มิติรอบตัวฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ Anwen เห็นเงาร่างของขุนนางภาคีระเบียบเหล็กที่พยายามจะร่ายมนตร์ควบคุมเครื่องจักร ถูกคลื่นพลังงานที่ไร้ทิศทางซัดกระเด็นออกไปเหมือนเศษขยะ

ทว่าชัยชนะนั้นชั่วคราว ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นเมื่อตัวตนเบื้องบนเริ่ม 'ตอบสนอง' ต่อการขัดขืนของเธอ มันไม่ได้ถอยห่าง แต่มันกลับเริ่ม 'บดขยี้' อย่างจงใจ แรงดันมหาศาลกดลงมาที่กลางกระหม่อมของเธอ ราวกับมีภูเขาเหล็กทั้งลูกกำลังตั้งอยู่บนหัว Anwen ทรุดเข่าลงกับพื้นโลหะที่กำลังเต้นระรัว ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น แสงสีฟ้าเรืองรองรั่วไหลออกมาจากรอยแยกเหล่านั้นเหมือนเลือดของเทพเจ้า

“เจ้า... คือ... จุดเริ่ม...” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนจนทำให้ประสาทสัมผัสของเธอพร่าเลือน “ความโกลาหล... จะต้องถูก... ชำระ...”

ในวินาทีที่เธอกำลังจะสูญเสียการควบคุม จังหวะของเครื่องจักรโบราณใต้เท้าเธอก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้เต้นอย่างบ้าคลั่งอีกต่อไป แต่มันเริ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกับชีพจรของเธอ ความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันทำให้ Anwen รู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนจากแกนกลางขึ้นมาสู่ร่างของเธอ มันไม่ใช่พลังที่ควบคุมได้ แต่มันคือพลังที่ต้อง 'ไหลไปตามมัน'

เธอเลิกขัดขืนแรงบีบอัด แต่เลือกที่จะ 'สั่นสะเทือน' ไปพร้อมกับมัน เธอใช้ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเป็นตัวกลางในการถ่ายเทแรงกดดันจากฟากฟ้าลงสู่รอยแยกใต้ดิน เปลี่ยนแรงบดขยี้ให้กลายเป็นแรงเหวี่ยงมหาศาลที่หมุนวนอยู่ในมิติที่บิดเบี้ยว การกระทำนี้ทำให้เกิดพายุหมุนของพลังงานที่รุนแรงจนทุกอย่างรอบข้างถูกดูดกลืนเข้าไปในวังวนแห่งความไม่แน่นอน

ท่ามกลางพายุแห่งแสงและเงา Anwen เห็นภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะเริ่มเลือนลาง—เธอเห็นรอยแยกมิติที่ไม่ได้เป็นเพียงช่องว่าง แต่เป็นประตูที่กำลังเปิดออกสู่ความเป็นไปได้นับล้าน และที่ปลายทางของประตูนั้น มีบางสิ่งที่มีดวงตาเป็นดั่งดาราจักรกำลังจ้องมองเธออยู่ด้วยความสนเท่ห์

ร่างของเธอถูกเหวี่ยงไปในความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง ความรู้สึกถึงน้ำหนักและมิติหายไป เหลือเพียงความรู้สึกของจิตวิญญาณที่กำลังถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ และเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินไม่ใช่เสียงเครื่องจักร แต่เป็นเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัว... ท่ามกลางความเงียบงันที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

--- Anwen พยายามใช้ความทรงจำและพลังจากรอยจารึกเพื่อต่อต้านแรงบดขยี้จากตัวตนเบื้องบนและภาคีระเบียบเหล็ก จนเกิดเป็นพายุพลังงานที่บิดเบี้ยวและเปลี่ยนแรงกดดันให้กลายเป็นจังหวะการสั่นสะเทือนของมิติ ก่อนที่เธอจะถูกเหวี่ยงเข้าสู่ความมืดมิดที่ไม่อาจคาดเดา