ตอนที่ 90 — เสียงสะท้อนในรอยแยกและจังหวะแห่งความโกลาหล
ความมืดมิดใต้รอยแยกมิตินั้นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความอัดแน่นของข้อมูลและพลังงานที่บิดเบี้ยวจนกลายเป็นมวลสารหนาหนัก Anwen รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้ส่งผ่านเพียงผิวหนัง แต่ดังก้องเข้าไปในส่วนที่เป็นโลหะของร่างกายเธอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงกลไกที่ทำงานอย่างเป็นระบบ แต่เป็นเสียงครวญครางของเครื่องจักรโบราณที่ถูกกระตุ้นด้วยเศษเสี้ยวความทรงจำที่เธอจงใจปล่อยให้ไหลบ่าเข้าไปแทรกแซง
“ท่าน Anwen! อย่าปล่อยมือ!” เสียงของหนึ่งในผู้รอดชีวิตตะโกนก้อง ทว่าเสียงนั้นกลับฟังดูไกลห่างราวกับถูกกั้นด้วยกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะ
Anwen ไม่ได้ตอบกลับ เธอไม่ได้ใช้เสียงในการสื่อสารอีกต่อไป แต่ใช้เจตจำนงที่แหลมคมดุจเข็มโลหะทิ่มแทงเข้าไปในกระแสพลังงานที่กำลังหมุนวนอยู่รอบตัว รอยจารึกบนผิวหนังครึ่งโลหะของเธอเรืองแสงสีฟ้าจัดจ้า มันไม่ได้ส่องสว่างอย่างสงบ แต่มันกระพริบถี่รัวเป็นจังหวะที่ผิดเพี้ยน—จังหวะที่ขัดแย้งกับระเบียบอันเคร่งครัดของเครื่องจักรโบราณที่พยายามจะจัดระเบียบทุกสิ่งให้เป็นเส้นตรง
เบื้องล่างของรอยแยกนี้คือหัวใจของกลไกที่โลกหลงลืม มันคือฟันเฟืองขนาดมหึมาที่ทำจากโลหะผสมชีวภาพซึ่งกำลังพยายามจะขยับตัวเพื่อปรับสมดุลโลกใหม่ แต่ทว่าการเคลื่อนไหวของมันกลับถูกขัดขวางด้วย 'สิ่งแปลกปลอม' ที่ Anwen นำเข้ามา นั่นคือความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นฝนบนถนนหลวง ความอบอุ่นของเตาผิงในโรงเตี๊ยมที่พังทลาย และรสชาติขมปร่าของเบียร์ราคาถูกในยามเย็น สิ่งเหล่านี้คือความโกลาหลที่ไร้รูปแบบ แต่มันมีพลังมหาศาลพอที่จะทำให้ฟันเฟืองที่เคยหมุนอย่างสม่ำเสมอเริ่มเกิดอาการสะดุด
เคร้ง! ครืนนน!
เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหวจนแผ่นดินใต้เท้าสั่นคลอน แสงสีฟ้าที่เคยสม่ำเสมอเริ่มแตกกระจายเป็นประกายไฟระยิบระยับเหมือนดวงดาวที่กำลังแตกสลาย Anwen มองเห็นภาพนิมิตของภาคีระเบียบเหล็กที่กำลังคืบคลานลงมาตามรอยแยก พวกเขามาพร้อมกับเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อ 'สยบ' และ 'จัดระเบียบ' พวกเขาต้องการเปลี่ยนความโกลาหลที่งดงามนี้ให้กลายเป็นความนิ่งสงบที่ตายซาก
“พวกมันกำลังมา...” Anwen กระซิบผ่านจิตสำนึก ร่างกายครึ่งโลหะของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกหลอมในเตาหลอม ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากจุดที่รอยจารึกฝังตัวอยู่ แต่มันคือความเจ็บปวดที่ทำให้เธอยังรู้สึกว่าตนเองยังมีชีวิต
เธอต้องตัดสินใจ ในวินาทีที่แรงดันจากฟากฟ้าและแรงดึงจากใต้ดินกำลังบีบอัดเข้ามาที่จุดศูนย์กลางซึ่งก็คือตัวเธอ หากเธอปล่อยให้เครื่องจักรนี้ทำงานตามระเบียบเดิม โลกจะกลายเป็นกรงขังโลหะที่สมบูรณ์แบบ แต่หากเธอใช้พลังแห่งความทรงจำที่แปรปรวนนี้กระตุ้นให้มันทำงานผิดพลาดอย่างสมบูรณ์ เธออาจจะสร้างโลกที่ไร้ระเบียบ แต่เป็นโลกที่มีลมหายใจ
“Fin! Nessa! หมอบลง!” Anwen ตะโกนสั่งเมื่อเห็นเงาร่างของทหารภาคีระเบียบเหล็กเริ่มปรากฏขึ้นที่ขอบรอยแยก พวกเขาดูเหมือนหุ่นยนต์ที่สวมชุดเกราะขุนนาง ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำ เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึก
การปะทะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังงานจากรอยจารึกในตัว Anwen ระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกสีฟ้า พัดเอาเศษโลหะและฝุ่นผงในอากาศให้หมุนวนเป็นพายุขนาดย่อม มันไม่ใช่การโจมตีที่มุ่งหมายทำลายล้าง แต่เป็นการสร้าง 'ความไม่แน่นอน' ทหารภาคีที่พยายามจะก้าวเข้ามาในพื้นที่กลับถูกแรงเหวี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ซัดจนเสียหลัก กลไกของพวกเขาสับสนเมื่อเผชิญกับพลังงานที่ไม่เป็นไปตามสมการ
Anwen รู้สึกว่าร่างกายของเธอเริ่มสูญเสียการควบคุม แรงดึงดูดจากแกนกลางกำลังพยายามจะดูดกลืนจิตวิญญาณของเธอเข้าไปเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการสร้างระเบียบใหม่ เธอเห็นภาพเงาของตัวเองในกระจกเงาแห่งมิติ—ร่างที่ครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์ที่อ่อนล้า และอีกครึ่งหนึ่งเป็นจักรกลที่ทรงพลังแต่ไร้หัวใจ
“ข้าจะไม่เป็นเครื่องมือของใคร...” เธอคำรามในใจ พลางรวบรวมความทรงจำสุดท้ายเกี่ยวกับความวุ่นวายในวันวาน—เสียงหัวเราะของเด็กๆ ในตลาด เสียงทะเลาะกันของพ่อค้า และเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาโรงเตี๊ยม—แล้วอัดฉีดมันเข้าไปในแกนกลางของเครื่องจักรโบราณ
ทันใดนั้น เสียงหวีดหวิวที่แหลมสูงก็ดังขึ้น เครื่องจักรโบราณใต้ดินเริ่มส่งเสียงร้องเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กำลังเจ็บปวด รอยแยกที่เคยเป็นเส้นตรงเริ่มบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น แสงสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงครามและทองคำสลับกันไปมา ความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้นเริ่มแผ่ขยายออกไปเหมือนรากไม้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ทำลายเครื่องจักร แต่มันกำลัง 'เปลี่ยน' วิธีที่เครื่องจักรทำงาน
ทหารภาคีระเบียบเหล็กเริ่มถอยร่น พวกเขาไม่สามารถคำนวณวิถีของพลังงานที่แปรปรวนนี้ได้ ทว่าความสำเร็จของ Anwen ก็มีราคาที่ต้องจ่าย ร่างกายของเธอเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกถึงสัมผัสของมือมนุษย์เริ่มเลือนลาง แทนที่ด้วยความรู้สึกของแรงกดดันทางไฟฟ้าและการหมุนเวียนของของเหลวโลหะ
ในขณะที่เธอกำลังจะเสียการควบคุมไปมากกว่านี้ เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่ขอบของรอยแยก—ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านเงาของพวกเขา มันคือดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองลงมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน ดวงตาที่ไม่ได้มองด้วยความโกรธหรือความเมตตา แต่มองด้วยความสงสัยในสิ่งปนเปื้อนที่กำลังทำให้ระเบียบของพวกมันสั่นคลอน
“มันไม่ได้จบลงที่นี่...” Anwen พึมพำขณะที่ร่างของเธอเริ่มถูกแรงดึงดูดมหาศาลฉุดกระชากลงสู่ใจกลางที่ลึกที่สุดของรอยแยก “แต่มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก”
แรงระเบิดของพลังงานครั้งสุดท้ายทำให้ทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน ความรู้สึกสุดท้ายของเธอคือความร้อนแรงที่แผดเผา และเสียงกระซิบของเครื่องจักรที่เริ่มเปลี่ยนจากจังหวะการเต้นของหัวใจที่เย็นชา มาเป็นจังหวะที่เต้นเร้าและไม่สม่ำเสมอ... จังหวะแห่งชีวิตที่โกลาหล
--- Anwen ใช้พลังจากความทรงจำอันแปรปรวนแทรกแซงการทำงานของเครื่องจักรโบราณใต้ดินเพื่อต่อต้านภาคีระเบียบเหล็ก ส่งผลให้เกิดความโกลาหลที่งดงามในรอยแยก แต่เธอกลับต้องเผชิญกับการจับจ้องจากตัวตนลึกลับเบื้องบนขณะที่ร่างกายกำลังถูกกลืนกิน