← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 85Free

ตอนที่ 85 — ความโกลาหลที่งดงามในรอยร้าวแห่งนิรันดร์

ความเงียบงันที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยในแกนกลางจักรวาลบัดนี้ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ราวกับผืนผ้าไหมที่ถูกคมมีดที่มองไม่เห็นกรีดผ่าน

Anwen รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากภายในจิตวิญญาณที่กำลังถูกบีบเค้น ความทรงจำที่เธอเพิ่งใช้เป็นอาวุธ—กลิ่นหอมของซุปผักที่ Granny Nessa เคี่ยวในหม้อดิน กลิ่นเหงื่อและดินหลังฝนตกบนถนนหลวง เสียงหัวเราะแห้งๆ ของนักเดินทางที่นั่งล้อมวงกันในคืนที่หนาวเหน็บ—บัดนี้กลายเป็นคลื่นพลังงานที่ปั่นป่วนและไร้ทิศทาง มันไม่ใช่ระเบียบที่คำนวณได้ แต่มันคือความโกลาหลที่เปี่ยมไปด้วยชีวิต ความผิดเพี้ยนที่เธอกระแทกใส่แกนกลางจักรวาลกำลังสร้างรอยร้าวสีทองสลับกับสีม่วงเข้ม แผ่ซ่านไปตามเส้นใยแห่งความจริงที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่

'เจ้ากำลังทำลายความสมบูรณ์แบบ' เสียงหนึ่งดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่เป็นความสั่นสะเทือนที่กดทับลงในมวลกระดูกและโลหะในร่างของเธอ มันคือเสียงของตัวตนเบื้องบน ผู้เฝ้ามองที่มองว่าความโกลาหลคือความบกพร่องที่ต้องกำจัด

Anwen ไม่ตอบด้วยคำพูด เธอตอบด้วยความรู้สึก ร่างกายครึ่งโลหะของเธอร้อนผ่าว รอยจารึกที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อเยื่อและแผ่นเหล็กเริ่มเรืองแสงในจังหวะที่ผิดเพี้ยน มันไม่ได้เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเครื่องจักรโบราณ แต่มันเต้นตามจังหวะหัวใจที่ยังคงมีความกลัว ความโกรธ และความหวังผสมปนเปกัน เธอรู้สึกได้ถึงผู้รอดชีวิตที่อยู่ใกล้ๆ ในมิติที่บิดเบี้ยวนี้ พวกเขาเป็นเพียงจุดเล็กๆ ของความจริงที่ยังหลงเหลืออยู่ และเธอต้องปกป้อง 'ความไม่สมบูรณ์' นั้นไว้

ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลที่เคยพยายามจะบดขยี้เธอเข้าสู่จุดศูนย์กลางกลับเปลี่ยนทิศทาง พลังงานที่เคยไหลเข้าหาแกนกลางอย่างเป็นระเบียบถูกขัดขวางโดย 'ความทรงจำ' ที่เธอปล่อยออกมา มันทำหน้าที่เหมือนตะกอนที่ขุ่นมัวในน้ำที่ใสสะอาด รอยร้าวที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอเริ่มขยายตัวออก ไม่ใช่เพื่อทำลายล้าง แต่เพื่อสร้างพื้นที่ว่างให้แก่สิ่งใหม่ที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

แสงสว่างที่เคยขาวบริสุทธิ์และเย็นชาเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่คาดเดาไม่ได้ สีแดงของเลือดที่หลั่งไหล สีเขียวของใบไม้ที่กำลังผลิบาน และสีน้ำตาลของดินที่เปียกชื้น ทุกอย่างพุ่งทะยานผ่านอุโมงค์มิติที่บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดที่สีเลอะเทอะแต่กลับงดงามอย่างประหลาด

'หยุดมัน!' เสียงสั่งการจากเบื้องบนดังก้องกัมปนาท พลังงานมหาศาลพยายามจะกดทับรอยร้าวเหล่านั้นให้ปิดลง พยายามจะบีบอัดความโกลาหลให้กลับไปเป็นระเบียบที่ตายตัว Anwen รู้สึกว่าแขนโลหะของเธอเริ่มปริแตก แรงกดดันนั้นมหาศาลจนเธอแทบจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูประสาท แต่นั่นคือสิ่งที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิต

เธอรวบรวมเศษเสี้ยวสุดท้ายของเจตจำนง—ความทรงจำเกี่ยวกับโรงเตี๊ยมที่พังทลาย ความทรงจำเกี่ยวกับความยุติธรรมเล็กๆ ที่เธอเคยหยิบยื่นให้คนแปลกหน้า—แล้วผลักมันออกไปสุดแรง พลังงานจากรอยจารึกระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกที่ไม่ได้มีเพียงพลังทำลายล้าง แต่มันมี 'เนื้อหา' ของความเป็นมนุษย์แฝงอยู่ด้วย

คลื่นพลังงานนั้นเข้าปะทะกับระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์ เกิดการระเบิดของมิติที่รุนแรงจนโลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุน แสงสว่างวาบขึ้นจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาวโพลน ก่อนที่ความมืดมิดที่นุ่มนวลกว่าเดิมจะเข้าปกคลุม

เมื่อความสับสนเริ่มคลายตัว Anwen รู้สึกว่าแรงดึงดูดที่เคยบดขยี้เธอได้จางหายไป ร่างกายของเธอไม่ได้ลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่าที่ไร้จุดหมายอีกต่อไป แต่มันกำลังตกลง... ตกลงสู่บางสิ่งที่มีน้ำหนัก มีพื้นผิว และมีแรงดึงดูดที่คุ้นเคย

เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นความเย็นชื้นของอากาศและกลิ่นที่เธอจำได้ติดจมูก กลิ่นของดินเปียกและกลิ่นสนิมเหล็กที่จางหายไปในสายฝน เธอพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในแกนกลางจักรวาลอีกแล้ว แต่เธอกำลังนอนอยู่บนพื้นดินที่ขรุขระ

รอบตัวเธอไม่ใช่ความมืดมิดแห่งมิติ แต่เป็นซากปรักหักพังที่คุ้นตา โรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ที่เคยเป็นบ้านของเธอ บัดนี้อยู่ในสภาพที่แปลกประหลาดไปกว่าเดิม โครงสร้างไม้และหินไม่ได้ถูกทำลายด้วยไฟหรือแรงระเบิด แต่ดูเหมือนมันได้หลอมรวมเข้ากับบางสิ่งที่กึ่งโลหะกึ่งชีวภาพ เถาวัลย์โลหะสีเงินวาวพันรอบเสาไม้ที่ผุพัง ราวกับว่าธรรมชาติและเครื่องจักรได้ทำสัญญาสันติภาพกันในชั่วข้ามคืน

Anwen พยายามพยุงตัวขึ้น ความเจ็บปวดที่แขนโลหะเตือนให้รู้ว่าเธอยังมีตัวตนอยู่ เธอหันมองไปรอบๆ และพบว่าผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ก็เริ่มขยับตัวอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังเหล่านั้น ทุกคนดูมึนงงและอ่อนแรง แต่พวกเขายังมีชีวิต

ทว่า ความสงบสุขชั่วคราวนี้กลับถูกขัดจังหว้งด้วยเสียงบางอย่างที่ดังมาจากขอบฟ้า มันไม่ใช่เสียงคำรามของเครื่องจักร หรือเสียงกรีดร้องของมิติ แต่มันคือเสียงฝีเท้าของกองทัพ และเสียงแตรที่ดังกังวานอย่างเป็นระเบียบ

แสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดผ่านหมอกโลหะที่เบาบางลง เผยให้เห็นเงาร่างของกองกำลังขนาดใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้ามายังซากของโรงเตี๊ยม พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่มาพร้อมกับตราสัญลักษณ์ที่ Anwen รู้จักดี—ตราของภาคีระเบียบเหล็ก (Order of the Iron Mandate)

พวกเขามองเห็นความโกลาหลที่งดงามที่เธอสร้างขึ้น และสำหรับพวกเขา... มันคือสิ่งปนเปื้อนที่ต้องถูกชำระล้างให้สิ้นซาก

--- Anwen ใช้ความทรงจำอันแปรปรวนแทรกแซงแกนกลางจักรวาลจนเกิดการเปลี่ยนแปลงมิติ ส่งผลให้เธอกลับคืนสู่โลกที่โครงสร้างถูกหลอมรวมระหว่างชีวภาพและเครื่องจักร แต่ต้องเผชิญกับการมาเยือนของภาคีระเบียบเหล็กที่จ้องจะทำลายความโกลาหลนี้