← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 6Free

ตอนที่ 6 — รอยแยกใต้ฝ่าเท้า

เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังมาจากใต้พื้นกระดาน ไม่ใช่เสียงไม้ที่ขยับตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปตามฤดูมรสุม แต่มันคือเสียงของการขยับเขยื้อนที่จงใจและหนักแน่นเกินกว่าจะเป็นเพียงแรงสั่นสะเทือนจากพายุข้างนอก Anwen ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กหนา มือที่กำลังเช็ดแก้วน้ำที่สะอาดอยู่แล้วชะงักค้าง ดวงตาคมกริบของเธอจับจ้องไปยังรอยแยกเล็กๆ ระหว่างแผ่นไม้ที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อครู่ รอยแยกที่ดูเหมือนจะไม่ได้เกิดจากความเก่าแก่ของโรงเตี๊ยม แต่เกิดจากบางสิ่งที่กำลัง ‘พยายาม’ ดันมันขึ้นมาจากเบื้องล่าง

ความโกลาหลในห้องโถงหลักยังไม่สงบลงเสียทีเดียว กลิ่นคาวเลือดจางๆ จากบาดแผลของพ่อค้าวัวคละคลุ้งไปกับกลิ่นดินชื้นและกลิ่นเหงื่อไคลของกลุ่มนักล่าที่เพิ่งบุกรุกเข้ามา เจ้าหน้าที่ราชสำนักในคราบนักเดินทางคนนั้นกำลังกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง มือของเขาไม่เคยห่างจากด้ามมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องประตู ทำให้เงาของชายฉกรรจ์บนผนังดูเหมือนอสุรกายที่กำลังขยับเขยื้อน

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนของหนึ่งในกลุ่มนักล่าดังขึ้น เขาเป็นชายร่างกำยำที่มีแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้ม สายตาของเขาจดจ้องไปยังหญิงสาวปริศนาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง “ส่งตัวนางมา แล้วเราจะยอมถอยออกไปเหมือนแขกผู้มีเกียรติ”

Anwen วางแก้วลงบนเคาน์เตอร์ เสียงกระทบของแก้วกับไม้ดัง ‘ตึก’ หนักแน่นพอที่จะดึงความสนใจของทุกคนมาที่เธอ เธอไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัว แต่แววตาของเธอนั้นเยือกเย็นเหมือนผิวน้ำในฤดูหนาว “ใน The Pilgrims' Rest ฉันเป็นคนกำหนดว่าใครคือแขก และใครคือผู้บุกรุก” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำแต่ทรงพลัง “พวกคุณบุกเข้ามาในบ้านของฉัน ทำลายความสงบ และทำให้แขกของฉันต้องหวาดกลัว หากต้องการจะทำสงครามกัน ก็จงไปทำที่ถนนหลวงด้านนอก อย่ามาทำให้พื้นไม้ของฉันต้องเปื้อนเลือดไปมากกว่านี้”

“เจ้าไม่เข้าใจสถานการณ์หรอก แม่นาง” ชายแผลเป็นแค่นหัวเราะ “นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า แต่นี่คือเรื่องของความยุติธรรมที่ราชอาณาจักรกำลังตามหา”

“ความยุติธรรมที่ต้องใช้ดาบไล่ล่าผู้หญิงไร้ทางสู้ และพ่อค้าที่แค่เดินทางผ่านงั้นหรือ?” Anwen เลิกคิ้ว “ถ้าความยุติธรรมหน้าตาเป็นแบบนี้ ฉันคงขอเลือกความวุ่นวายที่ซื่อสัตย์มากกว่า”

ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังจะระเบิดออกเป็นความรุนแรงอีกระลอก เสียง ‘ครืด... ครืด...’ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากใต้เท้าของเจ้าหน้าที่ปลอมตัวที่กำลังยืนประจันหน้ากับนักล่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงไม้ลั่น แต่มันคือเสียงของหินที่เสียดสีกัน และตามมาด้วยเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ซึ่งลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ ของแผ่นไม้ขึ้นมา

เจ้าหน้าที่คนนั้นขมวดคิ้ว เขาขยับเท้าถอยห่างจากจุดนั้นเล็กน้อย พลางมองลงไปที่พื้นด้วยความสงสัย “มีบางอย่างอยู่ใต้ที่นี่...” เขาพึมพำ แววตาที่เคยฉลาดเฉลียวเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด

“Fin! Granny Nessa!” Anwen ตะโกนเรียกคนในโรงเตี๊ยมด้วยน้ำเสียงที่สั่งการชัดเจน “พาแขกที่บาดเจ็บไปที่ห้องพักด้านหลัง และปิดประตูให้สนิท อย่าให้ใครเข้าออกจนกว่าฉันจะสั่ง!”

Fin เด็กหนุ่มคนครัวที่ใบหน้ามักจะเรียบเฉยอยู่เสมอ รีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงพ่อค้าวัวที่โชกเลือดออกไปทางประตูหลัง ทิ้งให้บรรยากาศในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัด Granny Nessa แม้จะบ่นพึมพำเรื่องความวุ่นวายที่ทำให้เธอไม่ได้พักผ่อน แต่เธอก็รีบหยิบตะเกียงและผ้าสะอาดตามไปติดๆ เพื่อจัดการกับสถานการณ์

Anwen ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เธอคว้าตะเกียงน้ำมันเดินตรงไปยังจุดที่เกิดเสียงใต้พื้นไม้ เธอไม่ได้สนใจสายตาของนักล่าหรือเจ้าหน้าที่ที่จ้องมองมา เธอรู้ดีว่าหากไม่จัดการกับ ‘สิ่งนี้’ ตอนนี้ ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้โรงเตี๊ยมอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทำลายบ้านของเธอไปตลอดกาล

เธอทรุดตัวลงคุกเข่าข้างแผ่นไม้ที่ดูเหมือนจะขยับได้เล็กน้อยเมื่อลมพัดผ่าน มือของเธอแตะลงบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ เธอสังเกตเห็นว่ารอยแตกนั้นไม่ได้เป็นเพียงรอยแยกตามธรรมชาติ แต่มันมีลักษณะเหมือนรอยเลื่อยที่ถูกตัดอย่างประณีตเพื่อสร้างช่องลับ แสงจากตะเกียงที่เธอวางไว้ข้างๆ ส่องให้เห็นว่าใต้ช่องนั้นไม่ใช่เพียงดินหรือเศษหิน แต่มันคือช่องว่างมืดมิดที่มีโครงสร้างของไม้และหินเรียงตัวกันอย่างผิดวิสัย

“มองหาอะไรอยู่รึ?” เสียงทุ้มต่ำของเจ้าหน้าที่ปลอมตัวดังขึ้นข้างหลังเขาเดินตามเธอมาอย่างเงียบเชียบราวกับเงา

Anwen ไม่หันไปมอง “มองหาความจริงที่อาจจะทำให้ราชอาณาจักร Castellane ต้องสั่นคลอนอย่างไรล่ะ”

เจ้าหน้าที่คนนั้นก้มลงมองตาม เธอใช้คีมเหล็กที่มักใช้สำหรับคีบถ่านในเตาผิง ค่อยๆ งัดแผ่นไม้ที่ดูเหมือนจะเป็นแผ่นหลอกๆ ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้ลั่นดังสนั่นในความเงียบ เมื่อแผ่นไม้นั้นถูกยกขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้แม้แต่ Anwen ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย

ใต้พื้นโรงเตี๊ยมไม่ได้เป็นเพียงห้องใต้ดินธรรมดา แต่มันคือทางเดินแคบๆ ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆ และภายในนั้นมีหีบไม้หลายใบที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ข้างๆ กันนั้นมีเศษกระดาษและตราประทับขี้ผึ้งที่ดูคุ้นตา—มันคือตราประทับของขุนนางชั้นสูงในเขตการเก็บภาษีถนนหลวง แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือรอยเลือดที่ยังดูสดใหม่บนขอบหีบใบหนึ่ง และเศษผ้าที่ดูเหมือนจะเป็นเครื่องแบบของทหารรักษาการณ์

“นี่มัน...” เจ้าหน้าที่ปลอมตัวพึมพำ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “นี่ไม่ใช่แค่ทางลับ แต่นี่คือจุดพักของพวกที่กำลังลักลอบขนส่งบางอย่าง... หรือบางคน”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มนักล่าก็ดังใกล้เข้ามา พวกเขาไม่ได้ถอยออกไปตามคำสั่งของ Anwen แต่กลับเริ่มล้อมกรอบห้องโถงไว้เพื่อรอจังหวะเข้าจู่โจมอีกครั้ง สายตาของพวกเขามองเห็นความเคลื่อนไหวของ Anwen และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงพื้นไม้

“ดูเหมือนพวกเราจะเจอของดีเข้าให้แล้ว” ชายแผลเป็นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางชักดาบสั้นออกมาจากข้างเอว “ไม่ใช่แค่ผู้หญิงกับพ่อค้า แต่มันคือขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ใต้เท้าของเจ้าด้วยสินะ!”

Anwen ยืนขึ้นเต็มความสูง เธอมองสบตากับเจ้าหน้าที่ปลอมตัวที่ตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนนักเดินทางธรรมดาอีกต่อไป แต่ดูเหมือนคนที่มีอำนาจในมือและกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เห็น ความวุ่นวายที่เธอพยายามจะระงับไว้ บัดนี้มันได้กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะซัดถล่มโรงเตี๊ยมของเธอให้ราบคาบ

เธอรู้ดีว่าคืนนี้จะไม่จบลงด้วยการที่ทุกคนแยกย้ายกันไปนอนพักตามปกติ แต่เป็นคืนที่ความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ความสงบสุขของราชอาณาจักร กำลังจะถูกขุดขึ้นมาท่ามกลางสายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก

--- Anwen ค้นพบช่องลับใต้พื้นโรงเตี๊ยมที่เต็มไปด้วยร่องรอยการลักลอบขนส่งและหลักฐานของขุนนาง ในขณะที่กลุ่มนักล่าเริ่มรู้ตัวและเปลี่ยนเป้าหมายจากการตามล่าหญิงสาวเป็นการจู่โจมเพื่อชิงสิ่งที่ซ่อนอยู่