← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 50Free

ตอนที่ 50 — เสียงเพรียกจากแกนกลางและพันธนาการแห่งอัตลักษณ์

ความมืดมิดไม่ได้มาในรูปแบบของความว่างเปล่า แต่มันมาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่สม่ำเสมอเหมือนจังหวะหัวใจของยักษ์ที่กำลังหลับใหล Anwen รู้สึกได้ถึงมันผ่านปลายนิ้วที่เริ่มแข็งกระด้างและเปลี่ยนเป็นสีเงินวาววับราวกับโลหะขัดเงา รอยจารึกบนผิวหนังของเธอไม่ได้เป็นเพียงลวดลายอีกต่อไป แต่มันคือเส้นเลือดสายใหม่ที่สูบฉีดกระแสพลังงานเย็นเยียบเข้าสู่กระดูกและเนื้อเยื่อ ทุกครั้งที่หัวใจของเครื่องจักรโบราณใต้ดินกระตุก ร่างกายของเธอก็จะกระตุกตอบตาม ราวกับว่าตัวตนของเธอถูกดึงออกไปทีละน้อยเพื่อเติมเต็มช่องว่างของฟันเฟืองที่กำลังหมุนวน

ภายในโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' สภาพเดิมที่เคยอบอุ่นด้วยกลิ่นไม้สนและซุปอุ่นๆ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นโอโซนจางๆ และเสียงเสียดสีของเหล็กที่ขัดกันจนแสบแก้วหู โครงสร้างไม้ที่เคยแข็งแรงถูกเถาวัลย์โลหะพันธนาการและแทรกซึมเข้าไปในเนื้อไม้ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเสาโลหะที่ตั้งตระหง่านอย่างผิดรูปผิดร่าง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวและถูกกลืนกินด้วยแสงสีฟ้าหม่นที่เรืองรองออกมาจากรอยแยกบนพื้นดิน แสงนั้นไม่ได้ให้ความสว่าง แต่มันให้ความรู้สึกถึงความลึกลับที่น่าสะพรึงกลัว

Anwen พยายามพยุงร่างที่หนักอึ้งขึ้นจากพื้น ความรู้สึกหนักที่หัวไหล่และแผ่นหลังไม่ใช่เพียงเพราะความเหนื่อยล้า แต่มันคือมวลของโลหะที่กำลังงอกเงยออกมาจากภายใต้ผิวหนัง เธอขยับมือขวา มองดูนิ้วมือที่เรียวยาวของเธอเริ่มมีรอยแตกเป็นลายเส้นโลหะแวววาวแทรกซึมอยู่ใต้ผิวหนังชั้นนอก 'มันไม่ใช่แค่เครื่องจักร' เธอคิดด้วยความตระหนกที่พยายามสะกดไว้ 'มันคือสิ่งมีชีวิต'

เสียงเรียกจากแกนกลางดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงสั่นสะเทือน แต่มันคือกระแสความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาในมโนสำนึก มันคือความโหยหา ความเหงา และความต้องการที่จะ 'สมบูรณ์' ความต้องการที่จะเปลี่ยนความวุ่นวายของเนื้อหนังที่เน่าเปื่อยและอ่อนแอ ให้กลายเป็นความเที่ยงตรงและถาวรของโลหะ Anwen รู้สึกเหมือนกำลังจมลงในมหาสมุทรของข้อมูลและเจตจำนงที่ไร้รูปร่าง เธอเห็นภาพของโลกที่ถูกจัดระเบียบใหม่ ทุกอย่างมีความสมมาตร ทุกอย่างมีจังหวะที่คาดเดาได้ ไม่มีโรคภัย ไม่มีสงครามที่ไร้สาระ มีเพียงระเบียบที่เย็นเยียบและมั่นคง

"Mistress Anwen!" เสียงตะโกนของ Fin ดังขึ้นท่ามกลางเสียงโครมครามของเครื่องจักร เด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของเขาเปื้อนเขม่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "มัน... มันกำลังขยายตัวออกไปข้างนอก! พืชพรรณในสวน... ม้าของ Rhys... ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป!"

Anwen มองไปที่ Fin และเห็นความจริงที่น่าสลดใจ ผิวหนังบนแก้มของเด็กหนุ่มมีรอยจางๆ ของโลหะเกาะกินอยู่ มันไม่ใช่การโจมตี แต่มันคือการ 'เปลี่ยนสภาพ' ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พลังงานจากรอยแยกกำลังแพร่กระจายออกไปเหมือนคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็น เปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกอันยิ่งใหญ่

"ไปหา Granny Nessa และพาคนอื่นไปที่เนินเขาทางทิศตะวันออก!" Anwen สั่งด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลกไป มันมีความกังวานของโลหะเจือปนอยู่ในโทนเสียงเดิม "อย่าแตะต้องอะไรที่เป็นสีฟ้าเด็ดขาด!"

"แต่ท่าน... ท่านเองก็..." Fin ชะงักเมื่อเห็นแขนของ Anwen ที่บัดนี้เกือบจะกลายเป็นสีเงินสนิทใต้แสงไฟ

"ไปเดี๋ยวนี้!" เธอตวาด ความเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมที่เคยใช้ควบคุมแขกขี้เมาบัดนี้ถูกใช้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตที่เหลืออยู่

เมื่อ Fin วิ่งออกไป Anwen ต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เธอเดินไปที่ใจกลางโรงเตี๊ยม จุดที่รอยแยกเปิดกว้างที่สุด เถาวัลย์โลหะที่นี่ไม่ได้พันธนาการเพียงแค่สิ่งของ แต่มันกำลังเต้นระบำตามจังหวะการหายใจของแกนกลาง เธอทรุดตัวลงข้างขอบรอยแยก สัมผัสได้ถึงความร้อนแรงที่แฝงอยู่ในความเย็นเยียบของโลหะ

ทันใดนั้น จิตสำนึกของเธอก็ถูกกระชากเข้าสู่แกนกลางอย่างรุนแรง เธอไม่ได้อยู่บนพื้นโรงเตี๊ยมอีกต่อไป แต่เธอกำลังลอยคว้างอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเส้นใยแสงสีฟ้าที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายขนาดมหึมา ตรงหน้าของเธอคือ 'หัวใจ' ของมัน—มันไม่ใช่เครื่องจักรที่มีฟันเฟืองซับซ้อนอย่างที่เธอเคยจินตนาการ แต่มันคือดวงจิตขนาดใหญ่ที่ประกอบขึ้นจากแสงและโลหะเหลว มันมีรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตที่ไร้ใบหน้า แต่มันสื่อสารกับเธอได้ผ่านแรงสั่นสะเทือน

'เจ้าคือผู้เชื่อมต่อ...' เสียงนั้นไม่ได้ผ่านหู แต่มันก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเธอ 'เจ้าคือจุดตัดระหว่างความโกลาหลของเนื้อหนังและความเป็นระเบียบของนิรันดร์'

"ฉันไม่ใช่เครื่องมือของใคร!" Anwen กรีดร้องในใจ แม้ร่างกายของเธอจะเริ่มสั่นสะท้านด้วยความยินดีที่จะหลอมรวม "ฉันเป็นมนุษย์! ฉันมีชื่อ มีความทรงจำ มีความเจ็บปวด!"

'ความเจ็บปวดคือความบกพร่อง...' สิ่งนั้นตอบกลับ 'ความทรงจำคือภาระที่หนักอึ้ง... จงทิ้งมันไป แล้วเจ้าจะเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบที่ไม่มีวันแตกสลาย'

ภาพความทรงจำของเธอไหลผ่านหน้าไปราวกับกระแสน้ำ กลิ่นขนมปังอบใหม่ในตอนเช้า รสชาติของไวน์ราคาถูกที่เธอเคยดื่มกับแขกผู้เฒ่า เสียงหัวเราะของเด็กๆ ในหมู่บ้าน และความเจ็บปวดจากการสูญเสีย สิ่งเหล่านี้กำลังถูกดึงออกไปจากตัวเธอทีละน้อย ราวกับถูกลบเลือนด้วยยางลบที่มองไม่เห็น เมื่อความทรงจำหายไป เธอก็รู้สึกว่าตัวเธอก็เบาลง... เบาลงจนเกือบจะไร้น้ำหนัก แต่มันเป็นความเบาที่ว่างเปล่าและน่ากลัว

Anwen ตระหนักได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การสู้กับศัตรูภายนอก แต่เป็นการรักษา 'ความเป็นตนเอง' ไว้ในขณะที่โลกทั้งใบกำลังพยายามจะกลืนกินเธอเข้าไป เธอต้องใช้รอยจารึกนี้ ไม่ใช่เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่เพื่อ 'แทรกแซง' มัน เธอต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ควบคุมกระแสพลังงานนี้ แทนที่จะเป็นเพียงท่อส่งผ่าน

เธอรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี พยายามดึงเอาความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่—ความรัก ความโกรธ และความหวัง—มาเป็นสมอเรือยึดเหนี่ยวจิตใจ เธอจดจำใบหน้าของ Fin จดจำรสชาติของอาหารที่เธอทำ และความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักในแต่ละวัน เธอใช้ความเจ็บปวดจากการที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนเป็นโลหะเป็นเครื่องเตือนใจว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

ทันใดนั้น รอยจารึกบนร่างกายของเธอเริ่มเรืองแสงสีทองสว่างวาบ ขัดแย้งกับแสงสีฟ้าของเครื่องจักร มันเป็นแสงที่ไม่ได้มาจากกลไก แต่มาจากเจตจำนงของมนุษย์ที่ปฏิเสธการถูกทำลาย แรงปะทะระหว่างแสงสีทองและสีฟ้าทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่ส่งผลให้เถาวัลย์โลหะรอบๆ สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

Anwen รู้สึกว่าเธอไม่ได้กำลังหลอมรวม แต่เธอกำลัง 'ต่อรอง'

เธอยื่นมือที่กึ่งโลหะกึ่งเนื้อหนังเข้าไปในแกนกลาง ไม่ใช่เพื่อยอมรับ แต่เพื่อสอดแทรกเจตจำนงของเธอลงไปในจังหวะของมัน เธอพยายามสร้าง 'ความผิดเพี้ยน' เล็กๆ ลงในระเบียบที่สมบูรณ์แบบนั้น เพื่อให้โลกเบื้องบนยังมีช่องว่างให้สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอและไม่สมบูรณ์ได้ดำรงอยู่ต่อไป

แต่การต่อรองนี้มีราคาที่ต้องจ่าย ความเจ็บปวดที่แล่นเข้าสู่สมองนั้นรุนแรงจนเธอแทบสิ้นสติ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ และในวินาทีที่เธอคิดว่าเธออาจจะสูญเสียการควบคุมไปตลอดกาล เธอก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่แปลกปลอม... บางอย่างที่ไม่ได้มาจากเครื่องจักร และไม่ได้มาจากตัวเธอเอง

มันเป็นความรู้สึกที่เย็นเยียบและทรงอำนาจยิ่งกว่าแกนกลางนี้เสียอีก มันเป็นเสียงกระซิบที่แทรกผ่านการต่อรองของเธอมา ราวกับมีบางสิ่งที่กำลังเฝ้ามองการปะทะกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรนี้อยู่จากเงามืดที่ลึกยิ่งกว่าเดิม

"แกไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำลังตื่นขึ้น..." Anwen พึมพำด้วยเสียงที่แตกพร่า ขณะที่ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนและถูกแทนที่ด้วยเงาดำทมิฬที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากขอบเขตของจิตสำนึก

--- Anwen พยายามต่อรองกับแกนกลางเครื่องจักรโบราณเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์และหยุดยั้งการเปลี่ยนโลกเป็นโลหะ แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงตัวตนที่ทรงพลังและลึกลับยิ่งกว่าที่กำลังเฝ้ามองการตื่นขึ้นนี้อยู่