← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 44Free

ตอนที่ 44 — จังหวะแห่งการล่มสลายและเสียงเพรียกของโลหะ

เสียงครืดคราดของโลหะที่บดเบียดเข้ากับไม้เนื้อแข็งดังเสียดแทงโสตประสาท ราวกับเสียงฟันของอสุรกายที่กำลังเคี้ยวกลืนบ้านของเธอ Anwen ยืนอยู่กลางห้องโถงที่เคยเป็นที่พักพิงอันอบอุ่น แต่บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิระหว่างโลกเบื้องบนและกลไกโบราณที่ตื่นจากการหลับใหล เถาวัลย์โลหะสีเงินหม่นที่มีผิวสัมผัสคล้ายเกล็ดงูพุ่งทะลุขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นไม้ มันไม่ได้ขยับอย่างสุ่มเสี่ยง แต่มันขยับเป็นจังหวะ—จังหวะที่หนักแน่นและสม่ำเสมอเหมือนเสียงหัวใจของยักษ์ที่กำลังเต้นระรัวอยู่ใต้ฝ่าเท้า

“ถอยไป! ถอยออกไปให้ห่างจากรอยแยกนั้น!” เสียงตะโกนของพันโทวาลันดังแทรกผ่านเสียงโลหะกระทบกัน ทหารราชสำนักในชุดเกราะเต็มยศพยายามใช้ทวนและดาบกระแทกเถาวัลย์เหล่านั้นออกไป ทว่าทุกครั้งที่คมอาวุธสัมผัสกับเส้นใยโลหะ แรงสั่นสะเทือนกลับสะท้อนกลับมาจนทหารเหล่านั้นต้องกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด

Anwen รู้สึกได้ถึงมัน... ไม่ใช่แค่ผ่านหูหรือตา แต่ผ่านรอยจารึกที่สลักลึกลงในผิวหนังใต้สาบเสื้อ รอยจารึกนั้นไม่ได้เพียงแค่เรืองแสง แต่มันกำลัง 'เต้น' มันกำลังดึงเอาความรู้สึกของเธอเข้าไปผูกติดกับจังหวะของเครื่องจักรใต้ดิน ทุกครั้งที่เถาวัลย์โลหะขยับขยาย มันคือการส่งผ่านแรงกระเพื่อมที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกระดูกทุกชิ้นในร่างกำลังถูกเค้นด้วยแรงดึงดูดมหาศาล

“มันไม่ได้พยายามจะทำลายเรา...” Anwen พึมพำ เสียงของเธอแผ่วเบาแต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของเธอเอง “มันกำลัง... ขยายตัวตามคำสั่ง”

“คำสั่งของใคร!” เซอร์ คาสเซียน ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาไม้ที่กำลังถูกบีบรัด ใบหน้าของเขาซีดเผือดภายใต้แสงสีฟ้าที่เรืองรองมาจากรอยแยก “เจ้าบอกว่าเจ้าเชื่อมต่อกับมันได้ Anwen! บอกมาว่าเราจะหยุดมันได้อย่างไร ก่อนที่มันจะกลืนกินทั้งโรงเตี๊ยมและกองทหารของข้า!”

Anwen หันไปมองขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่บัดนี้ดูไม่ต่างจากชายที่กำลังจมน้ำ ความหยิ่งผยองของเขาถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่อาจปิดบัง เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของการทำลายล้างเพื่อความสะใจ แต่มันคือการ 'จัดระเบียบใหม่' ของโลกใบนี้ เครื่องจักรโบราณไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพื่อสู้กับมนุษย์ แต่มันตื่นขึ้นมาเพื่อทวงคืนพื้นที่ที่เคยเป็นของมัน

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนทุกคนเสียหลัก ทหารบางนายล้มลง กระแทกกับโต๊ะไม้ที่แตกกระจาย เถาวัลย์โลหะเส้นหนึ่งพุ่งวาบผ่านหน้า Anwen ไปเพียงไม่กี่นิ้ว มันไม่ได้เคลื่อนที่เหมือนพืช แต่มันพุ่งไปเหมือนกระสุนปืนใหญ่ ความเร็วและมวลของมันทำให้เกิดลมพัดวูบจนเสื้อผ้าของเธอสะบัด

“Fin! Granny Nessa! หนีไปที่ห้องใต้ดินชั้นนอก!” Anwen ตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นร่างของ Fin พยายามจะเข้ามาช่วยยกลังไม้เพื่อขวางทางเถาวัลย์โลหะที่กำลังเลื้อยเข้าหาทางเดินครัว “อย่าเข้ามา! มันไม่ใช่สิ่งที่จะสู้ด้วยกำลัง!”

เสียงของเธอถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังมาจากใต้ดิน มันไม่ใช่เสียงสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงของฟันเฟืองขนาดมหึมาที่เริ่มหมุนวน ความถี่ของเสียงนั้นทำให้แก้วไวน์ที่ยังเหลืออยู่บนโต๊ะแตกละเอียดเป็นผง และทำให้หัวใจของ Anwen เต้นผิดจังหวะ

รอยจารึกบนร่างกายของเธอเริ่มร้อนผ่าวจนเหมือนถูกเหล็กเผาไฟนาบ เธอทรุดตัวลงคุกเข่า มือทั้งสองข้างกุมหน้าอกไว้แน่น ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนและซ้อนทับด้วยนิมิต—ภาพของฟันเฟืองทองแดงขนาดเท่าภูเขา ภาพของกระแสพลังงานสีฟ้าที่ไหลเวียนเหมือนเลือดในเส้นเลือดของโลก และภาพของประตูบานยักษ์ที่กำลังถูกเปิดออก

“มันกำลังเปิด...” เธอครางออกมาด้วยความทรมาน “ประตู... กำลังเปิดออก...”

พันโทวาลันมองดูหญิงสาวที่กำลังดิ้นรนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและหวาดกลัว เขาหันไปสั่งการทหาร “ล้อมเธอไว้! อย่าให้เธอขยับไปไหนได้! ถ้าเธอคือต้นเหตุของเรื่องนี้ เราต้องควบคุมตัวเธอไว้ให้ได้!”

ทหารสองนายก้าวเข้ามาหา Anwen พร้อมโซ่ตรวน แต่ก่อนที่พวกเขาจะถึงตัวเธอ เถาวัลย์โลหะเส้นใหญ่ก็ตวัดขึ้นมาจากพื้นดินราวกับแส้ มันไม่ได้โจมตีทหารโดยตรง แต่กลับสร้างกำแพงโลหะขึ้นมาขวางกั้นระหว่าง Anwen และกองทหาร สร้างอาณาเขตที่แยกเธอออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ท่ามกลางความวุ่นวาย Anwen รู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่ได้เห็นแค่ความพินาศ แต่เธอเริ่มเห็น 'แผนผัง' เธอเห็นว่าเถาวัลย์เหล่านี้กำลังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำยันเพื่อสร้างบางสิ่งขึ้นมาใหม่ โรงเตี๊ยมของเธอกำลังถูกเปลี่ยนสภาพจากที่พักผู้แสวงบุญ กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่ยิ่งใหญ่กว่า

เธอมองเห็นความตายที่กำลังคืบคลานมาในรูปของความเจริญรุ่งเรืองที่ผิดเพี้ยน หากเครื่องจักรนี้ทำงานเสร็จสมบูรณ์ มนุษย์จะไม่มีที่ยืนอีกต่อไป เว้นแต่ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ในระบบนี้

“ข้าต้องหยุดมัน...” Anwen พยายามลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นเทาและรอยจารึกจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด “ข้าต้องเป็นคนปิดมัน...”

เธอมองไปที่เซอร์ คาสเซียน ที่กำลังพยายามสั่งการทหารอย่างบ้าคลั่ง และมองไปที่พันโทวาลันที่เตรียมพร้อมจะใช้กำลังเผด็จการ ทุกคนพยายามจะ 'เอาชนะ' สิ่งนี้ด้วยวิธีการแบบที่พวกเขาคุ้นเคย—ด้วยดาบ ด้วยอำนาจ ด้วยกฎหมาย—แต่ไม่มีใครเข้าใจเลยว่า สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นมานั้นไม่ได้สนใจกฎเกณฑ์ของมนุษย์แม้แต่น้อย

แรงสั่นสะเทือนครั้งสุดท้ายที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้น พื้นดินกลางห้องโถงแยกออกเป็นเหวขนาดใหญ่ แสงสีฟ้าสว่างจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด และในเสี้ยววินาทีนั้น Anwen ได้ยินเสียงหนึ่ง... ไม่ใช่เสียงจากหู แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ

‘จงกลับมา... ผู้รักษา...’

เมื่อแสงสว่างจางลง เถาวัลย์โลหะได้ยึดครองเพดานและผนังโรงเตี๊ยมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของไม้และปูน ทหารและขุนนางต่างยืนนิ่งงันด้วยความช็อก ท่ามกลางความเงียบที่น่าขนลุกหลังพายุแรงสั่นสะเทือน Anwen ยืนอยู่ตรงกลางวงล้อมของโลหะที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างสงบ รอยจารึกของเธอบัดนี้ไม่ได้เพียงแค่เรืองแสง แต่มันกำลัง 'ไหล' เข้าไปในเนื้อไม้และโลหะ ราวกับเธอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้นไปแล้ว

สายตาของเธอสบเข้ากับสายตาของเซอร์ คาสเซียน ความหวาดกลัวในดวงตาของเขาทำให้เธอรู้ว่า สงครามที่แท้จริงไม่ได้อยู่บนถนนหลวงหรือในราชสำนัก แต่มันกำลังเริ่มต้นขึ้นที่นี่... ในใจกลางของความลับที่เธอกำลังแบกรับไว้เพียงลำพัง

--- ท่ามกลางความโกลาหลจากการบุกรุกของเถาวัลย์โลหะและการเผชิญหน้าระหว่างทหารและขุนนาง Anwen พบว่ารอยจารึกในร่างของเธอไม่ได้เพียงแค่เชื่อมต่อกับเครื่องจักรโบราณ แต่เธอกำลังถูกดึงเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนสภาพของโลกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้