← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 32Free

ตอนที่ 32 — จังหวะที่ผิดเพี้ยนและสัญญาณเตือนจากผืนดิน

กลิ่นไหม้จางๆ ของฟืนที่เปียกชื้นผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กยังคงอบอวลอยู่ในอากาศของโรงเตี๊ยม แม้ Anwen จะพยายามขัดถูพื้นไม้และเช็ดทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้จนขึ้นเงาเพียงใด แต่ร่องรอยของเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ดูเหมือนจะฝังรากลึกลงไปในจิตวิญญาณของอาคารแห่งนี้ มากกว่าเพียงแค่บนพื้นผิวไม้ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของเดือนลีฟไรต์สาดส่องผ่านหน้าต่างที่เพิ่งถูกเปลี่ยนกระจกใหม่ แต่มันกลับดูซีดเซียวและไร้ชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด

Anwen ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้หนาหนัก มือของเธอกำลังเช็ดแก้วน้ำด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ ทว่าความรู้สึกภายในกลับไม่สงบเช่นนั้น รอยจารึกที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกและต้นแขนของเธอไม่ได้เจ็บปวดเหมือนวันแรก แต่มันกำลัง 'เต้น' มันไม่ใช่การเต้นของหัวใจ แต่มันคือจังหวะที่หนักแน่น สม่ำเสมอ และเย็นเยียบ ราวกับมีนาฬิกาขนาดมหึมาที่ทำจากโลหะโบราณกำลังเดินอยู่ในกระแสเลือดของเธอ ทุกครั้งที่จังหวะนั้นขยับ เธอจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่ปลายนิ้ว ราวกับโลกเบื้องล่างกำลังพยายามส่งสัญญาณบางอย่างมาถึงเธอโดยตรง

“เจ้าดูไม่ได้นอนมาทั้งคืนเลยนะ Mistress Anwen” เสียงแหบพร่าของ Granny Nessa ดังขึ้นจากห้องครัว กลิ่นซุปหัวไชเท้าที่เริ่มเคี่ยวจนงวดลอยมาแตะจมูก Nessa เดินออกมาพร้อมกับผ้ากันเปื้อนที่เปื้อนคราบแป้ง ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามกาลเวลาของเธอดูเคร่งเครียดกว่าปกติ “ข้าว่าเจ้าควรพักบ้าง รอยพวกนั้น... มันทำให้เจ้าดูเหมือนคนกำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า”

Anwen ฝืนยิ้มบางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา “ข้าแค่ต้องทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ Nessa ถ้าโรงเตี๊ยมไม่พร้อมรับแขก เราจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมแซมส่วนที่เหลือ”

“แขกงั้นหรือ?” Nessa พ่นลมหายใจออกทางจมูก “ข้าเห็นแต่พวกนกแร้ง ข้าเห็นพวกเจ้าหน้าที่รัฐเดินกันขวักไขว่บนถนนหลวง ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สนใจเรื่องการซ่อมแซมบ้านเมืองเท่ากับการขุดคุ้ยหาความผิดพลาดของคนอื่น”

คำพูดของแม่ครัววัยชราแทงใจ Anwen อย่างจัง เธอรู้ดีว่าการที่เจ้าหน้าที่รัฐและขุนนางเริ่มเข้ามาวนเวียนใกล้พื้นที่รอยแยกมากขึ้น ไม่ใช่เพราะความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชน แต่มันคือการเฝ้าระวัง 'ทรัพยากร' ที่พวกเขาเชื่อว่าซ่อนอยู่ใต้ดินแห่งนี้

จังหวะการเต้นของรอยจารึกในตัวเธอเปลี่ยนไปกะทันหัน มันไม่ได้เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออีกต่อไป แต่มันเริ่มรัวถี่ขึ้น เหมือนจังหวะการวิ่งของม้าที่ตื่นตระหนก Anwen เผลอกำแก้วในมือแน่นจนนิ้วขาวซีด เธอรู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง และในวินาทีนั้นเอง เสียงที่เธอหวาดกลัวที่สุดก็ดังขึ้น

ตึง... ตึง... ตึง...

มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าคน แต่มันคือเสียงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากใต้พื้นดิน เป็นจังหวะที่หนักแน่นและทรงพลังจนถ้วยชามบนชั้นวางส่งเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง Anwen ก้มลงมองพื้นไม้ที่เธอเพิ่งเช็ดจนสะอาด ฝุ่นผงเล็กๆ เริ่มกระโดดโลดเต้นบนพื้นผิวราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กซ่อนอยู่ใต้ดิน

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!” Fin เด็กหนุ่มคนครัววิ่งออกมาจากห้องครัว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ม้าที่คอก... พวกมันเริ่มร้องอย่างบ้าคลั่ง Rhys บอกว่าพวกมันพยายามจะพังรั้วออกมา!”

Anwen ไม่ตอบ เธอเดินไปที่ประตูหน้าโรงเตี๊ยมและผลักออกไปดู ทัศนียภาพภายนอกดูเหมือนจะปกติ แต่เมื่อเธอมองไปทางทิศที่ตั้งของรอยแยก เธอเห็นกลุ่มเมฆสีเทาเข้มหมุนวนเป็นเกลียวผิดธรรมชาติเหนือผืนป่าที่อยู่ไกลออกไป และที่สำคัญที่สุด เธอเห็นเงาของกองเกวียนขนาดใหญ่กำลังมุ่งตรงมายังทางแยก

ไม่นานนัก แขกกลุ่มแรกของวันก็มาถึง ไม่ใช่ผู้แสวงบุญที่เหนื่อยล้า แต่เป็นกลุ่มทหารในเครื่องแบบสีเข้มขรึมของราชสำนัก นำโดยนายทหารที่มีท่าทางเคร่งขรึมและดวงตาที่คมปลาบราวกับเหยี่ยว เขาไม่ได้มาเพื่อพักผ่อน แต่มาเพื่อ 'ตรวจสอบ'

“Mistress Anwen ใช่หรือไม่?” นายทหารถาม เสียงของเขาเย็นชาและไร้ซึ่งการทักทายตามมารยาท “ข้าคือร้อยเอกคาเซียน จากหน่วยตรวจสอบความมั่นคงเขตชายแดน เราได้รับรายงานเรื่องความผิดปกติทางธรณีวิทยาในบริเวณนี้ และเราต้องการเข้าตรวจสอบโครงสร้างใต้ดินของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ทันที”

Anwen รู้สึกถึงรอยจารึกที่แผดเผาขึ้นมาที่หน้าอก ความร้อนของมันทำให้เธอต้องกัดฟันเพื่อไม่ให้แสดงอาการออกมา “ที่นี่เป็นเพียงโรงเตี๊ยมริมทางหลวงร้อยเอก ไม่มีอะไรนอกจากห้องพักและห้องครัว การตรวจสอบโครงสร้างต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าเมือง และข้าก็ไม่เห็นคำสั่งอย่างเป็นทางการใดๆ”

คาเซียนก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นหนังและเหล็กจากชุดเกราะของเขาข่มขวัญบรรยากาศรอบข้าง “คำสั่งอย่างเป็นทางการกำลังตามมา แต่ความมั่นคงของราชอาณาจักรไม่สามารถรอได้ หากพบว่ามีการซ่อนเร้นสิ่งผิดกฎหมายหรือร่องรอยของพลังงานที่ไม่เสถียร โรงเตี๊ยมแห่งนี้จะถูกสั่งปิดและยึดเป็นเขตควบคุมทันที”

ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างเจ้าของโรงเตี๊ยมและทหารเริ่มก่อตัวขึ้น ชายปริศนาที่ Anwen เคยพบเมื่อวันก่อนก็ปรากฏตัวขึ้นที่มุมมืดของถนนหลวง เขาไม่ได้เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม แต่เขายืนพิงต้นไม้ใหญ่ สายตามองตรงมาที่เธอด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาส่งสัญญาณบางอย่างด้วยการขยับมือเพียงเล็กน้อย ราวกับจะเตือนว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการตรวจสอบธรรมดา

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงจนทำให้พื้นดินใต้เท้าของทหารและ Anwen แยกออกเล็กน้อย เสียงครืนครั่นดังมาจากก้นบึ้งของโลก ราวกับเครื่องจักรโบราณกำลังส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว และในพริบตานั้นเอง Anwen ก็สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสยดสยอง... พืชพรรณริมทางหลวงที่เคยเขียวขจี เริ่มเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำในชั่วพริบตา ราวกับถูกสูบเอาพลังชีวิตออกไปเพื่อหล่อเลี้ยงบางสิ่งที่อยู่ข้างใต้

“มันเริ่มแล้ว...” ชายปริศนาพึมพำเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน แต่ Anwen ได้ยินมันชัดเจนในหัวของเธอ เพราะรอยจารึกในตัวเธอกำลังเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับเสียงคำรามใต้ดินนั้น

ร้อยเอกคาเซียนชักดาบออกมาครึ่งฝัก สายตาของเขามองไปยังรอยแยกที่เพิ่งเปิดออกด้วยความกระหายมากกว่าความกลัว “ค้นหา! หาให้พบว่ามันคืออะไร! หากมันเป็นภัยต่อราชอาณาจักร เราจะฝังมันไว้ที่นี่!”

Anwen ยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังก่อตัว เธอรู้ดีว่าความสงบสุขที่เธอพยายามสร้างขึ้นนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา และตอนนี้ พายุที่แท้จริงกำลังจะพัดพาเอาทุกอย่างที่เธอรักให้พังทลายลงมา

--- Anwen ต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากทหารราชสำนักท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนลึกลับจากใต้ดินที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและพืชพรรณรอบข้าง พร้อมกับการเตือนจากชายปริศนาว่าสัญญาณอันตรายกำลังเริ่มขึ้น