← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 21Free

ตอนที่ 21 — ความทรงจำที่แตกสลายในความมืด

ความมืดในห้องโถงเครื่องจักรโบราณไม่ใช่ความมืดธรรมดา แต่มันคือความมืดที่หนาแน่นราวกับม่านหมึกที่แทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนและปอด Anwen รู้สึกได้ถึงรสโลหะในปากและกลิ่นโอโซนที่ไหม้เกรียมซึ่งอบอวลอยู่รอบกาย เสียงหอบหายใจของเธอเองดังสะท้อนก้องในความเงียบที่ดูเหมือนจะกดทับลงบนบ่า มือของเธอยังคงกำแผ่นจารึกโบราณไว้แน่น ความร้อนแรงที่เคยแผ่ออกมาจากมันบัดนี้กลายเป็นเพียงความอุ่นจางๆ ที่สั่นระริกราวกับลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

"วางมันลง!" เสียงตวาดกร้าวของนายทหารราชสำนักดังขึ้นท่ามกลางความมืด แสงสลัวจากคบไฟที่ถูกจุดขึ้นอย่างลนลานเผยให้เห็นเงาร่างของทหารสามนายที่ยืนล้อมเธอไว้ ปลายดาบของพวกเขาชี้มาที่หน้าอกของเธอ ประกายไฟจากคมเหล็กสะท้อนแสงวูบวาบดูน่าเกรงขามทว่าในสายตาของ Anwen พวกเขากลับดูเหมือนเงาที่ไร้ชีวิต ทหารเหล่านี้ไม่ได้มาเพื่อรักษาความสงบ แต่มาเพื่อครอบครองสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ

"มันไม่ใช่ของพวกท่าน" Anwen เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นพร่า แม้หัวใจจะเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก "สิ่งที่พวกท่านเห็น... สิ่งที่พวกท่านกำลังพยายามจะชิงไป มันไม่ใช่สมบัติ แต่มันคือคำเตือน"

"คำเตือนงั้นหรือ?" นายทหารผู้นำกลุ่มหัวเราะในลำคอ เสียงของเขาแห้งผากเหมือนกระดาษทราย "ข้าเห็นเพียงวัตถุโบราณที่มีค่ามหาศาล และเจ้า... เจ้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านที่บังเอิญมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ ส่งแผ่นจารึกนั่นมาเสียดีๆ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนจากความอดทนเป็นความรุนแรง"

Anwen มองลึกลงไปในดวงตาของเขา เธอไม่ได้เห็นความภักดีต่อราชอาณาจักร แต่เห็นความโลภที่ฉาบไว้ด้วยหน้าที่ ความทรงจำที่เพิ่งไหลผ่านร่างของเธอเมื่อครู่ยังคงหลอกหลอน ภาพของเมืองที่ล่มสลาย เครื่องจักรที่เคยทำหน้าที่รักษาความสมดุลแต่กลับถูกบิดเบือนด้วยมือของมนุษย์ และความจริงที่ว่าแสงสีฟ้าที่พุ่งออกมาไม่ใช่พลังงานที่ควบคุมได้ แต่มันคือเสียงกรีดร้องของโลกที่กำลังจะแตกสลาย

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็กระชากความสนใจของทุกคนออกจากกัน ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนไหวของมนุษย์ แต่เป็นเสียงคำรามที่ลึกและทุ้มต่ำจากใต้พื้นดินที่ลึกยิ่งกว่าห้องโถงแห่งนี้ มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย แต่มันคือเสียงของกลไกขนาดมหึมาที่กำลังขยับเขยื้อนอยู่ใต้ชั้นหิน พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มปริแตก แสงสีฟ้าจางๆ เริ่มลอดออกมาจากรอยแยกใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

"มันกำลังมา!" ทหารนายหนึ่งตะโกนด้วยความตื่นตระหนก ดาบในมือเขาสั่นเทาเมื่อเห็นรอยแยกที่ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว

Anwen ไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะที่ทหารกำลังเสียขวัญ มุดตัวหลบผ่านช่องว่างระหว่างเงาที่สับสนวุ่นวาย เธอไม่ได้หนีเพื่อเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียว แต่เธอหนีเพื่อไปให้ถึงจุดที่ความทรงจำนั้นบอกกับเธอ จุดที่ความจริงทั้งหมดถูกฝังไว้ เธอวิ่งผ่านซากปรักหักพังของฟันเฟืองยักษ์ที่นอนสงบนิ่งราวกับซากศพของยักษ์หลับ เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนไปมาในโถงกว้าง ขณะที่เสียงตะโกนสั่งการของทหารไล่หลังมาติดๆ

"หยุดนาง! อย่าให้นางหนีไปได้!"

Anwen รู้สึกถึงความเย็นเยียบของอากาศที่เปลี่ยนไป เมื่อเธอเข้าใกล้ใจกลางของรอยแยก แสงสีฟ้าที่นี่ไม่ได้สว่างจ้าจนแสบตา แต่มันนวลตาและดูเศร้าสร้อยราวกับแสงจันทร์ที่ตกกระทบผิวน้ำที่นิ่งสนิท ในความสลัวนั้น เธอเห็นร่างโปร่งแสงที่เธอพบก่อนหน้านี้อีกครั้ง ร่างนั้นไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ แต่กำลังกวักมือเรียกเธอด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความโหยหา

"คุณคือใครกันแน่?" Anwen พึมพำกับตัวเอง ลมหายใจของเธอเป็นไอสีขาวในอากาศที่เย็นจัด

ก่อนที่เธอจะได้คำตอบ แรงระเบิดจากด้านหลังก็ดังขึ้น เสียงโลหะกระทบกันและเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดบ่งบอกว่าการปะทะกันระหว่างทหารและ 'บางสิ่ง' ที่ผุดขึ้นมาจากรอยแยกได้เริ่มขึ้นแล้ว สิ่งมีชีวิตปริศนาเหล่านั้นไม่ได้มีรูปร่างที่แน่นอน พวกมันเหมือนเงาที่ประกอบขึ้นจากควันและแสงสีฟ้า มีดวงตานับสิบที่จ้องมองมายังผู้บุกรุกด้วยความโกรธแค้น

Anwen ตัดสินใจก้าวลงไปในรอยแยกที่ขยายกว้างขึ้น เธอไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร แต่แผ่นจารึกในมือเริ่มสั่นสะเทือนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อเสียงคำรามใต้ดิน ความทรงจำที่เธอได้รับมาเริ่มไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ—ภาพของหญิงสาวปริศนาที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของกลไกนี้ และความลับที่ว่าโรงเตี๊ยมของเธอไม่ได้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายธรรมดา แต่มันตั้งอยู่บนจุดเชื่อมต่อของโลกที่กำลังจะล่มสลาย

เมื่อเธอหย่อนตัวลงสู่ความลึก แสงสว่างสุดท้ายจากเบื้องบนก็เลือนหายไป เหลือเพียงความมืดมิดและแสงสีฟ้าที่นำทางเธอไปสู่ห้องโถงที่ลึกลับยิ่งกว่าเดิม ที่นั่น เธอไม่ได้พบเพียงแค่เครื่องจักร แต่เธอพบกับ 'หัวใจ' ของมัน—แกนพลังงานขนาดมหึมาที่กำลังเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจของสิ่งมีชีวิต และที่ใจกลางของแกนนั้น มีร่างของหญิงสาวปริศนาที่เธอตามหา นอนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางกระแสพลังงานที่ไหลเวียน

ทว่า ความตื่นเต้นนั้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและมั่นคงที่ตามเธอลงมา ไม่ใช่ทหารที่วิ่งพล่านด้วยความกลัว แต่เป็นใครบางคนที่เดินลงมาอย่างใจเย็นและมีเป้าหมายชัดเจน

"เจ้ามาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางแล้ว มิสเทรสแอนเวน" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืดเบื้องหน้า มันเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่น่าขนลุก ซึ่ง Anwen รู้สึกได้ทันทีว่ามันไม่ใช่เสียงของคนธรรมดา

เธอกระชับแผ่นจารึกในมือแน่น สายตาจับจ้องไปยังเงาร่างที่กำลังก้าวออกมาจากความมืด ความจริงที่เธอเพิ่งค้นพบกำลังจะถูกทดสอบด้วยสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอและราชอาณาจักรไปตลอดกาล

--- Anwen หนีการไล่ล่าของทหารราชสำนักลงสู่ส่วนลึกของรอยแยกจนพบกับร่างของหญิงสาวปริศนาที่ใจกลางแกนพลังงานโบราณ ทว่าเธอกลับถูกขัดจังหวะโดยบุคคลลึกลับที่ดูเหมือนจะรู้ความลับทั้งหมด