← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 132Free

ตอนที่ 132 — เงาสะท้อนในซากเมืองหลวงและเสียงฝีเท้าที่ไร้เสียง

ความเย็นเยียบของซากเมืองหลวง Castellane ไม่ได้มาจากอากาศที่จับตัวเป็นน้ำแข็งเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความเย็นที่แผ่ออกมาจากโครงสร้างโลหะกึ่งชีวภาพที่ขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังหายใจด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน Anwen ยันกายลุกขึ้นจากพื้นคอนกรีตที่แตกร้าวและปนเปื้อนด้วยคราบน้ำมันสีดำสนิท เสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านซอกตึกที่บิดเบี้ยวฟังดูคล้ายเสียงคร่ำครวญของผู้คนที่ล่วงลับไปนานแล้ว ร่างกายครึ่งโลหะของเธอส่งเสียงเสียดสีเบาๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว ความรู้สึกหนักอึ้งที่หัวไหล่ซ้ายทำให้เธอต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา

ข้างกายของเธอ ร่างปริศนาที่ดูคล้ายคลึงกับเธออย่างน่าประหลาดกำลังนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางเศษซาก แสงสลัวจากฟ้าที่บิดเบี้ยวส่องกระทบใบหน้าของร่างนั้น—มันคือใบหน้าของเธอเอง หากแต่ดูสงบและไร้ร่องรอยของความเหนื่อยล้าที่กัดกินจิตวิญญาณของ Anwen มาตลอดหลายเดือน ร่างนั้นสวมชุดที่ดูเหมือนจะถักทอมาจากเส้นใยแสงและโลหะละเอียดอ่อน ซึ่งแตกต่างจากชุดที่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนของเธออย่างสิ้นเชิง

“ตื่นขึ้นเถิด... เงาของข้า” Anwen พึมพำ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ เธอเอื้อมมือที่เป็นโลหะเย็นเฉียบไปแตะที่ไหล่ของร่างนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส คลื่นความร้อนสายหนึ่งก็แล่นปราดเข้าสู่ร่างกายของเธอ มันไม่ใช่ความร้อนที่แผดเผา แต่เป็นความร้อนที่เต็มไปด้วยความทรงจำ—กลิ่นขนมปังอบใหม่จากโรงเตี๊ยม เสียงหัวเราะของ Fin และความอบอุ่นจากเตาผิงในคืนที่พายุฝนกระหน่ำ

ร่างปริศนาลืมตาขึ้น ดวงตาของร่างนั้นไม่มีนัยน์ตาเหมือนมนุษย์ แต่มันคือกลุ่มก้อนของแสงสีทองที่หมุนวนอยู่ภายใน “เจ้ามาถึงช้ากว่าที่ข้าคาดไว้ Anwen” ร่างนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวมากกว่าที่จะผ่านโสตประสาท “ความโกลาหลที่เจ้าถักทอไว้กำลังดึงดูดสิ่งที่เจ้าไม่พร้อมจะเผชิญ”

ยังไม่ทันที่ Anwen จะได้ตั้งคำถาม เสียงโลหะกระทบกันที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังมาจากสุดปลายถนนที่พังทลาย มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ แต่มันคือเสียงของเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ด้วยความแม่นยำระดับวินาที ภาคีระเบียบเหล็กกำลังมา

“พวกมันตามมาแล้ว” Anwen กระชับวัตถุปริศนาในมือแน่น ความรู้สึกตื่นตัวพุ่งขึ้นสูงจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในกระแสเลือด “เจ้าเป็นใครกันแน่? ทำไมหน้าตาของเจ้าถึง...”

“ข้าคือผลลัพธ์ของการตัดสินใจของเจ้า” ร่างปริศนาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ดูเหมือนจะยอมสยบต่อการเคลื่อนไหวของเธอ “ข้าคือความทรงจำที่เจ้าเลือกจะรักษาไว้ และคือความจริงที่เจ้าพยายามจะหลบหนี แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาสำหรับบทสนทนาอันยาวเหยียด ภาคีระเบียบเหล็กไม่ได้มาเพื่อจับกุมเจ้า... พวกมันมาเพื่อ 'ชำระล้าง' ทุกสิ่งที่บิดเบี้ยว และเจ้าคือความบิดเบี้ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกมันเคยพบ”

เสียงฝีเท้าเหล่านั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แสงไฟสีฟ้าเย็นเยียบจากดวงตาของเหล่าหน่วยล่าสังหารเริ่มปรากฏให้เห็นตามหัวมุมถนนที่มืดมิด Anwen รู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากมิติที่ยังคงไม่คงที่รอบตัวเธอ ราวกับว่าโลกใบนี้พร้อมจะปริแตกได้ทุกเมื่อหากเธอขยับผิดจังหวะ เธอหันไปมองร่างปริศนาอีกครั้ง “ถ้าเจ้าเป็นข้า... เจ้าจะทำอย่างไร?”

ร่างนั้นไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ยื่นมือออกมาหาเธอ “จงเลิกพยายามเป็นผู้พิทักษ์ที่แตกสลาย และจงเป็นผู้ถักทอที่ยอมรับรอยร้าวเสียเถิด”

ทันใดนั้น หน่วยล่าสังหารกลุ่มแรกก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาไม่ได้สวมชุดเกราะแบบทหารทั่วไป แต่ร่างกายของพวกเขาคือโลหะขัดเงาที่ไร้รอยต่อ ใบหน้าถูกปิดทับด้วยหน้ากากโลหะเรียบสนิทที่ไม่มีช่องว่างสำหรับดวงตาหรือปาก มีเพียงแสงสีฟ้าที่ลอดออกมาจากรอยแยกเล็กๆ บนหน้ากากเท่านั้น พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ ไร้เสียงฝีเท้า ไร้เสียงลมหายใจ มีเพียงเสียงกลไกที่ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ

“เป้าหมายยืนยัน: ตัวแปรความโกลาหลระดับสูง” เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ดังขึ้นจากหน่วยล่าสังหารคนหนึ่ง “เริ่มกระบวนการชำระล้าง”

Anwen สัมผัสได้ถึงพลังงานในวัตถุปริศนาที่เริ่มตอบสนองต่อเจตจำนงของเธอ มันสั่นระรัวเหมือนหัวใจที่เต้นรัวเร็ว เธอต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที ระหว่างการหลบหนีไปตามซอกหลืบของซากเมืองหลวงที่เธอไม่คุ้นเคย หรือการเผชิญหน้ากับระเบียบที่เย็นชานี้ด้วยพลังที่เธอเพิ่งจะได้รับมา

เธอมองไปที่ร่างปริศนา ซึ่งตอนนี้ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังเธอ ราวกับเป็นเงาที่คอยสนับสนุนแต่ไม่ก้าวก่าย Anwen ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังงานจากรอยจารึกในร่างของเธอเริ่มเรืองแสงสีม่วงสลับทอง แผ่ซ่านออกมาจากผิวหนังครึ่งโลหะ กระแสพลังงานนั้นปะทะกับความเย็นเยียบของอากาศรอบตัวจนเกิดเป็นประกายไฟเล็กๆ

“ข้าไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะมาจัดการได้ง่ายๆ เหมือนขยะในถนนหลวง” Anwen คำราม แม้เสียงของเธอจะสั่น แต่ดวงตาของเธอกลับแน่วแน่

หน่วยล่าสังหารพุ่งเข้าใส่เธอพร้อมกับอาวุธที่เป็นแท่งโลหะเรืองแสงสีฟ้า Anwen เหวี่ยงวัตถุปริศนาออกไปข้างหน้า ไม่ใช่เพื่อโจมตี แต่เพื่อสร้าง 'รอยร้าว' ในความจริงตรงหน้า พลังงานความทรงจำที่แปรปรวนระเบิดออก กลายเป็นคลื่นกระแทกที่ทำให้มิติรอบตัวบิดเบี้ยวชั่วขณะ หน่วยล่าสังหารที่พุ่งเข้ามาเสียหลักเพราะพื้นที่ใต้เท้าของพวกเขากลายเป็นของเหลวโลหะไปชั่วอึดใจ

แต่ความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้นกลับเป็นเพียงการจุดไฟในกองฟาง ภาคีระเบียบเหล็กไม่ได้มีเพียงแค่หน่วยล่าสังหารเดินดิน พวกเขาเริ่มส่งสัญญาณบางอย่างขึ้นไปบนฟ้า และทันใดนั้น เงายักษ์ที่เคยเคลื่อนที่อยู่บนชั้นบรรยากาศก็เริ่มลดระดับลงมาอย่างช้าๆ ราวกับเทพเจ้าที่กำลังจะลงมาพิพากษาโลก

“มันเริ่มแล้ว...” ร่างปริศนากระซิบข้างหูเธอ “การถักทอที่แท้จริง ไม่ใช่การสร้างสิ่งที่สมบูรณ์ แต่คือการรักษาสิ่งที่พังทลายให้ยังคงอยู่”

Anwen รู้สึกถึงความกดดันมหาศาลที่บีบคั้นเข้ามาจากทุกทิศทาง ทั้งจากหน่วยล่าสังหารที่กำลังล้อมกรอบ และจากเงายักษ์ที่กำลังปิดกั้นแสงสว่างเพียงน้อยนิดบนฟากฟ้า เธอตระหนักได้ทันทีว่า การพบกับร่างปริศนาครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการหลบหนี แต่เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่เธอต้องตัดสินใจว่าจะสู้เพื่อโลกที่แตกสลาย หรือจะยอมจำนนต่อระเบียบที่สมบูรณ์แต่ไร้ชีวิต

--- Anwen ตื่นขึ้นในซากเมืองหลวงพร้อมกับร่างปริศนาที่หน้าตาเหมือนเธอ และต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าของภาคีระเบียบเหล็กที่เริ่มใช้มาตรการ 'ชำระล้าง' อย่างรุนแรง ท่ามกลางเงายักษ์บนฟากฟ้าที่เริ่มเคลื่อนลงมาบีบอัดความจริง