← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 96Free

ตอนที่ 96 — เสียงกระซิบในความว่างเปล่า

ความเย็นเยียบไม่ได้มาจากอากาศภายนอก แต่มันซึมลึกออกมาจากภายในรอยแยกที่ขยายตัวอยู่ในจิตวิญญาณของอัลดริก

เขานั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่เสียงดังที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา มันไม่ใช่ความเงียบสงัดของป่าในยามค่ำคืน หรือความสงบของโรงสีในยามเช้าตรู่ แต่มันคือความเงียบของสุญญากาศ—ความว่างเปล่าที่กำลังขยายตัวและพยายามจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบตัวเขา อัลดริกไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกายอีกต่อไป ความรู้สึกทางกายกลายเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกส่งมาถึงเขาช้าๆ เหมือนเสียงสะท้อนที่เดินทางมาจากที่ไกลแสนไกล เขาเห็นมือของตัวเองเป็นเพียงเงาสลัวที่ก้ำกึ่งระหว่างความมีอยู่และความไม่มีอยู่ มันดูคล้ายกับหมึกที่ถูกหยดลงในน้ำใส แต่แทนที่จะจางหายไป มันกลับขยายตัวออกเป็นรูปร่างที่บิดเบี้ยวและไม่แน่นอน

“เจ้ากำลังทำให้มันยากขึ้นนะ อัลดริก”

เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่มันดังมาจากรอยร้าวที่เขาพยายามจะใช้กักเก็บหายนะไว้ในตัว เสียงนั้นแหบพร่า ไร้ซึ่งน้ำหนัก และดูเหมือนจะมาจากทุกทิศทางพร้อมกัน อัลดริกไม่ได้ตอบโต้ เขาไม่สามารถตอบโต้ได้ เพราะการพยายามขยับริมฝีปากหมายถึงการเปิดช่องว่างให้สิ่งลี้ลับแทรกซึมผ่านช่องทางอารมณ์ที่เขากำลังพยายามจะกดทับไว้ เขาต้องรักษาความนิ่งเฉย—ความว่างเปล่าที่ไร้ความรู้สึก—ให้คงอยู่ เพราะนั่นคือปราการเพียงหนึ่งเดียวที่กั้นระหว่างโลกเบื้องบนกับความพินาศที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นจากพิมพ์เขียวแห่งตัวตนของเขาเอง

ในมิติมุมมองของเขา ความจริงเริ่มบิดเบี้ยวไปจากสิ่งที่เคยเป็น ภาพของโอ๊คเมียร์ที่เขาเคยรัก—ทุ่งข้าวสาลีสีทองที่ต้องลม หรือกลิ่นหญ้าแห้งในโรงสี—กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกนำมาดัดแปลง สิ่งลี้ลับกำลังนำเอา 'ความรู้สึก' ที่เคยเป็นของเขามาเป็นวัตถุดิบ มันหยิบเอาความเหนื่อยล้าของเขามาสร้างเป็นความเหนื่อยล้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด หยิบเอาความซื่อตรงที่ยึดมั่นมาสร้างเป็นกฎเกณฑ์ที่บิดเบี้ยว และหยิบเอาความโดดเดี่ยวมาสร้างเป็นมิติที่ไร้ทางออก ทุกอย่างกำลังถูกถักทอขึ้นใหม่โดยมีเขาเป็นผู้สนับสนุนโดยไม่ตั้งใจ

ทันใดนั้น ความกดดันจากภายนอกก็ถาโถมเข้ามา เขาไม่ได้รู้สึกถึงแรงกระแทก แต่เขารับรู้ได้ถึง 'เจตจำนง' ของมัน การเฝ้ามองจากเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมนั้นรุนแรงและเย็นชา ราวกับพวกเขากำลังจ้องมองแผลเน่าที่กำลังจะระเบิด พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่มาเพื่อเฝ้าดูความผิดพลาดนี้ถูกลบล้างไปจากประวัติศาสตร์ และในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความโลภที่ร้อนรุ่มเหมือนไฟที่เผาไหม้จากทางทิศตะวันออก—ราชสำนัก เซอร์กัลเลนและเหล่านักเวทย์ที่พยายามจะขุดเจาะความว่างเปล่านี้เพื่อนำพลังงานไปใช้ประโยชน์ ความโลภของมนุษย์ช่างน่าขัน มันเป็นสิ่งที่ไร้สาระและแบนราบ แต่กลับมีพลังทำลายล้างมิติได้รุนแรงพอๆ กับสิ่งลี้ลับเลยทีเดียว

“มันกำลังจะออกมา...” อัลดริกพยายามนึกในใจ หรืออาจจะเป็นเพียงเสียงกระซิบที่ล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าของเขาเอง

เขาเห็นมัน... สิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในโลกเบื้องบนผ่านรอยร้าวที่เขาเป็นผู้สร้าง มันไม่ใช่ปีศาจที่มีเขาหรือกรงเล็บเหมือนในตำนาน แต่มันคือ 'ความไม่สมบูรณ์' ที่มีรูปร่าง มันคือความผิดเพี้ยนที่พยายามจะสถาปนาตัวตนขึ้นมาโดยใช้เศษเสี้ยวความทรงจำของเขาเป็นโครงร่าง มันกำลังจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีวันตาย เพราะมันเกิดมาจากความว่างเปล่าที่ไม่มีวันเต็ม

จู่ๆ ความเจ็บปวดที่เขาคิดว่าสูญเสียไปแล้วก็แล่นเข้าจู่โจมหัวใจอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่ความเจ็บปวดแบบมนุษย์ แต่มันคือความรู้สึกของการถูกฉีกกระชากในระดับมิติ ความทรงจำเกี่ยวกับใบหน้าของเอลิดี้ หรือรสชาติของขนมปังที่มาร่าเคยทำ... ทุกอย่างกำลังถูกสูบฉีดผ่านรอยร้าวเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการสร้าง 'ตัวตนใหม่' นั้น เขาต้องเลือกระหว่างการยอมรับความเจ็บปวดเพื่อรักษาสมดุล หรือจะยอมปล่อยให้ความเจ็บปวดนั้นพรากความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น เพื่อให้เขากลายเป็นกรงขังที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เขากัดฟัน—หรืออย่างน้อยเขาก็คิดว่าเขาได้ทำเช่นนั้นในสภาวะที่ร่างกายเริ่มเลือนลาง—และดิ่งลึกลงไปในความว่างเปล่า เขาตัดสินใจที่จะเป็น 'หลุมดำ' เขาจะไม่เป็นสะพาน และเขาจะไม่เป็นแสงสว่าง เขาจะเป็นเพียงจุดศูนย์ถ่วงที่ไร้รูปร่าง เพื่อดูดซับทุกความผิดเพี้ยนให้จมหายไปในความไม่มีอะไรเลย

แต่ในความมืดมิดนั้นเอง เขากลับเห็นแสงสว่างวาบหนึ่ง... มันไม่ใช่แสงจากสรวงสวรรค์ และไม่ใช่แสงจากขุมนรก แต่มันคือแสงแห่งความจริงที่แท้จริงที่กำลังเริ่มบิดเบี้ยวไปจากเดิม และในแสงนั้น เขาเห็นเงาร่างของใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาหาเขา... ไม่ใช่ในโลกเบื้องบน และไม่ใช่ในโลกเบื้องล่าง แต่เป็นผู้ที่ยืนอยู่ระหว่างรอยต่อของความจริงทั้งสอง

--- อัลดริกพยายามใช้สภาวะไร้ความรู้สึกเพื่อเป็นกรงขังกักเก็บสิ่งลี้ลับ แต่การกระทำนั้นกลับทำให้เขาต้องเผชิญกับการถูกกัดกินตัวตนเพื่อสร้างตัวตนใหม่ในโลกเบื้องบน และเขาเริ่มมองเห็นแสงสว่างลึกลับที่อาจเป็นทางออกหรือหายนะครั้งใหม่