← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 94Free

ตอนที่ 94 — พิมพ์เขียวแห่งความวิปริต

ความเงียบในมิติที่อัลดริกสถิตอยู่นั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงหวีดแหลมที่ไร้คลื่นเสียง เป็นสุญญากาศที่กำลังถูกสลักเสลาด้วยคมสิ่วที่มองไม่เห็น ทุกครั้งที่เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากโลกเบื้องบน—แรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากความโลภของราชสำนักหรือความเข้มงวดของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิม—รอยร้าวในตัวตนของเขาจะขยายออกเหมือนกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักหน่วง เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดในแบบที่มนุษย์รู้สึก เพราะประสาทสัมผัสส่วนใหญ่ได้หลอมรวมไปกับความว่างเปล่าไปแล้ว แต่มันคือความรู้สึกของการถูก ‘กัดกิน’ โครงสร้าง ความเป็นตัวตนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกำลังถูกนำมาวางลงบนโต๊ะช่าง และสิ่งลี้ลับเหล่านั้นกำลังใช้ปลายนิ้วที่ไร้รูปร่างขีดเขียนมันใหม่

เขารู้สึกได้ถึง ‘มือ’ ที่มองไม่เห็นกำลังลากผ่านความทรงจำที่เหลืออยู่เพียงเลือนราง มันไม่ใช่การลบเลือน แต่เป็นการ ‘ดัดแปลง’ ภาพจำของแสงแดดที่ตกกระทบรวงข้าวในโอ๊คเมียร์ ให้กลายเป็นสีเทาหม่นที่แฝงไปด้วยความน่าขนลุก ภาพของใบหน้าเอลิดี้ที่เคยเป็นสมอเหนี่ยวรั้งความเป็นมนุษย์ ถูกบิดเบือนให้กลายเป็นเพียงเงารูปร่างแปลกประหลาดที่มีดวงตานับร้อยจ้องมองมาจากความมืด ทุกอย่างที่เคยเป็นของอัลดริกกำลังถูกใช้เป็นพิมพ์เขียวเพื่อสร้าง ‘บางสิ่ง’ ที่ไม่ใช่เขา แต่เป็นตัวตนใหม่ที่เกิดจากความวิปริตของมิติ

“เจ้ากำลังสร้างบ้านให้พวกมัน...” เสียงหนึ่งดังขึ้นในความว่างเปล่า มันไม่ใช่เสียงของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเสียงสะท้อนของเจตจำนงที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน มันคือเสียงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมที่เฝ้ามองอยู่จากขอบเขตแห่งความจริง “เจ้าไม่ได้กักขังพวกมันไว้ อัลดริก... เจ้ากำลังออกแบบรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุดให้พวกมันใช้แทรกซึม”

อัลดริกพยายามจะขัดขืน แต่แม้แต่ความพยายามที่จะต่อต้านก็ยังกลายเป็นช่องว่างให้สิ่งลี้ลับใช้เป็นจุดยึดเหนี่ยว เมื่อเขาพยายามจะสร้างกำแพงแห่งความว่างเปล่าเพื่อปิดกั้นสิ่งเหล่านั้น สิ่งลี้ลับกลับใช้ ‘ความพยายามนั้นเอง’ เป็นโครงร่างในการสร้างสะพานเชื่อมต่อ ทุกการเคลื่อนไหวของจิตสำนึกที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขา กลายเป็นแรงกดดันที่ช่วยบีบอัดให้พลังงานจากมิติอื่นควบแน่นจนกลายเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้นในโลกเบื้องบน

ในขณะเดียวกัน ณ โลกเบื้องบนที่โอ๊คเมียร์ ความจริงเริ่มบิดเบี้ยวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ท้องฟ้าเหนือเมืองไม่ได้เป็นสีฟ้าสดใสอย่างที่ควรจะเป็นในเดือนออลเดอร์ แต่มันกลับมีริ้วรอยสีม่วงคล้ำเหมือนรอยช้ำลากยาวผ่านก้อนเมฆ แสงแดดที่ส่องลงมาดูผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ บางครั้งมันสว่างจ้าจนมองไม่เห็นสิ่งใด และบางครั้งก็มืดสลัวราวกับยามโพล้เพล้ทั้งที่เป็นเวลาเที่ยงวัน ชาวเมืองเริ่มพูดถึง ‘เงาที่เดินได้เอง’ และพืชผลในไร่ที่เติบโตผิดรูปทรง—รวงข้าวที่บิดเบี้ยวเป็นเกลียวเหมือนพายุหมุนขนาดเล็ก

เซอร์กัลเลนยืนอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นตัวเมืองโอ๊คเมียร์เบื้องล่าง ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความกระหายที่ซ่อนไม่มิดภายใต้ท่าทีที่เคร่งขรึม เขาไม่ได้มองเห็นความวิปริตเป็นภัยพิบัติ แต่มองเห็นมันเป็น ‘ทรัพยากร’ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักร การที่มิติสองมิติเริ่มซ้อนทับกันเช่นนี้ หากเขาสามารถควบคุมจุดเชื่อมต่อได้ เขาจะไม่ใช่เพียงแค่ขุนนางผู้รับใช้ราชสำนัก แต่เขาจะเป็นผู้กุมกุญแจแห่งอำนาจเหนือธรรมชาติที่แม้แต่ราชินีก็มิอาจปฏิเสธ

“มันกำลังแรงขึ้น” เซอร์กัลเลนพึมพำกับตัวเอง ขณะมองดูรอยแยกที่เริ่มปรากฏขึ้นบนพื้นดินรอบๆ บริเวณตาชั่งหลวง “ถ้าเราควบคุมพิมพ์เขียวนี้ได้... เราจะสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเอง”

แต่เขาไม่รู้เลยว่า พิมพ์เขียวที่เขากำลังรอคอยอยู่นั้น ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึกหรือกระดาษ แต่มันถูกสลักลงบนดวงวิญญาณที่กำลังแตกสลายของชายผู้ชื่ออัลดริก และทุกครั้งที่ความโลภของมนุษย์รุกคืบเข้าหาความว่างเปล่านั้น มันกลับเป็นการส่งเสริมให้สิ่งลี้ลับได้ ‘รูปร่าง’ ที่แข็งแกร่งขึ้น

อัลดริกสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากภายนอก แรงกดดันจากเจตจำนงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมเริ่มรุนแรงขึ้น ราวกับพวกเขากำลังเตรียมดาบเล่มใหญ่เพื่อฟันลงมายังจุดศูนย์กลางของความบิดเบี้ยวนี้นั่นคือตัวเขา เขาคือทั้งกรงขังที่กำลังพังทลาย และเป็นแม่พิมพ์ที่กำลังสร้างหายนะ เขาต้องตัดสินใจ... ระหว่างการยอมให้ตัวตนสลายไปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์เพื่อหยุดยั้งการสร้างรูปร่าง หรือจะพยายามยึดโยงเศษเสี้ยวแห่งความเป็นมนุษย์ไว้ แม้ว่ามันจะเป็นการเลี้ยงดูอสุรกายให้เติบโตขึ้นในโลกเบื้องบนก็ตาม

ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังโอบล้อม อัลดริกเห็นภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะเลือนลางไปอีกครั้ง—เขาเห็นเอลิดี้กำลังยืนอยู่ท่ามกลางรอยแยกในโอ๊คเมียร์ ในมือของนางถือกุญแจที่เปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ แสงนั้นไม่ได้นำมาซึ่งความหวัง แต่นำมาซึ่งคำถามที่น่าสะพรึงกลัวว่า... หากความเที่ยงตรงคือสิ่งที่โลกต้องการ แล้วความจริงที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ในโลกที่ความว่างเปล่ากำลังกลายเป็นรูปร่าง?

--- อัลดริกตระหนักว่าตัวตนที่สลายไปของเขากำลังกลายเป็นพิมพ์เขียวที่สิ่งลี้ลับใช้สร้างรูปร่างในโลกเบื้องบน ขณะที่ความโลภของราชสำนักและเจตจำนงของเหล่าผู้พิทักษ์ดั้งเดิมเริ่มบีบคั้นให้สถานการณ์วิกฤตยิ่งขึ้น