← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 52Free

ตอนที่ 52 — ศูนย์ถ่วงในความว่างเปล่า

ความเงียบในแกนกลางของโลกไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงกรีดร้องที่ไร้สุ้มเสียง

อัลดริกยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นเอง มันไม่ใช่ความมืดมิดที่มองเห็นด้วยตา แต่เป็นสภาวะที่ความรู้สึกทุกอย่างถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงหยดหมึกที่ถูกหยดลงในมหาสมุทรที่ไม่มีก้นบึ้ง ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นข้าวใหม่ในโรงสี ความอบอุ่นจากมือของมาร่า หรือแม้แต่ใบหน้าของคาเอลหลานชาย... สิ่งเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็น 'มวล' เพื่อใช้เป็นเครื่องเซ่นสังเวยในการอุดรอยรั่วของมิติ

เขากำลังสั่นสะเทือน

ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะร่างกายที่เหลืออยู่เพียงครึ่งหนึ่งของความเป็นมนุษย์กำลังพยายามปรับตัวเข้ากับสภาวะสุญญากาศที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดศูนย์ถ่วงใหม่ ทว่าในความว่างเปล่านั้น สิ่งลี้ลับที่เพิ่งจะพุ่งผ่านรอยร้าวเข้ามากลับไม่ยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ใหม่ของเขา พวกมันคือเจตจำนงที่ไร้รูปทรง เป็นเงามืดที่ไม่ได้เกิดจากแสงที่ถูกบดบัง แต่เป็นความมืดที่ดำรงอยู่ด้วยตัวมันเอง พวกมันกำลังกรีดกรายผ่านความว่างเปล่าของอัลดริก ราวกับนักล่าที่พบว่าเหยื่อรายนี้ไม่ได้มีเนื้อหนังให้ขย้ำ แต่มี 'ช่องโหว่' ให้แทรกซึมเข้าไป

“เจ้าคิดว่าความว่างเปล่าจะปกป้องเจ้าได้งั้นหรือ?” เสียงหนึ่งดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท แต่มันสั่นสะเทือนขึ้นมาจากกึ่งกลางจิตวิญญาณที่กำลังแตกสลายของเขา

อัลดริกพยายามจะเอ่ยปาก แต่เขาไม่แน่ใจว่าเขายังมีปอดที่ใช้หายใจ หรือมีลิ้นที่ใช้ขยับได้อยู่หรือไม่ เขาทำได้เพียงใช้ 'เจตจำนง' ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดพยายามประคองความเที่ยงตรงของสุญญากาศนั้นไว้ ไม่ให้เงามืดเหล่านั้นกัดกินจนกลายเป็นความโกลาหลที่สมบูรณ์

เงามืดเหล่านั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง มันไม่ใช่สัตว์ร้ายที่มีเขี้ยวเล็บ แต่มันคือแรงบิดเบี้ยวของความจริงที่พยายามจะบีบอัดความว่างเปล่าของเขาให้กลายเป็นความแตกสลาย ทุกครั้งที่เงามืดสัมผัสกับขอบเขตของสุญญากาศ อัลดริกจะรู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ—ไม่ใช่แค่กายหยาบ แต่เป็นชิ้นส่วนของตัวตนที่เขาพยายามรักษาไว้ในส่วนลึกที่สุด

เขาเห็นภาพนิมิตของโอ๊คเมียร์... เมืองที่เขารัก เมืองที่กำลังสั่นสะเทือนอยู่เบื้องบน เมืองที่ผู้คนกำลังมองขึ้นมาบนฟ้าด้วยความหวาดกลัว โดยไม่รู้เลยว่าลอร์ดของพวกเขาไม่ได้กำลังต่อสู้กับอสูรกาย แต่กำลังต่อสู้เพื่อไม่ให้ 'ความหมาย' ของการมีอยู่สูญสิ้นไป

ต้องนิ่ง... เขาบอกตัวเอง ต้องเที่ยงตรง... เหมือนตาชั่งที่ไม่มีวันเอียงแม้เพียงเศษเสี้ยวของเมล็ดข้าว

เขาใช้ความว่างเปล่าที่เขาสร้างขึ้น เป็นเหมือนถุงทรายบนตาชั่ง เขาไม่ได้พยายามจะผลักดันเงามืดออกไป เพราะการผลักดันคือการสร้างแรงต้าน และแรงต้านจะสร้างความไม่สมดุล แต่เขาเลือกที่จะ 'ดูดซับ' เขาเปิดรับแรงบิดเบี้ยวเหล่านั้นให้ไหลเข้ามาในสุญญากาศของเขา แล้วใช้ความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขตนั้นทำให้แรงบิดเบี้ยวเหล่านั้น 'เจือจาง' จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสงบ

แต่มันมีราคาที่ต้องจ่าย

ในขณะที่เขากำลังทำหน้าที่เป็นศูนย์ถ่วง อัลดริกสังเกตเห็นว่ารอยร้าวที่เคยคิดว่าอุดได้แล้ว กลับเริ่มขยายตัวจากภายในตัวเขาเอง ความว่างเปล่าที่เขาใช้เป็นเครื่องมือเริ่มกลายเป็นหลุมดำที่ควบคุมไม่ได้ มันไม่ได้แค่ดูดซับเงามืด แต่มันกำลังเริ่มดูดซับ 'แสง' ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในแกนกลางไปด้วย

“เจ้ากำลังกลายเป็นสิ่งที่เจ้าพยายามจะหยุดยั้ง” ตัวตนโบราณที่เคยตำหนิเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มาเพื่อตัดสิน แต่มันดูเหมือนจะเฝ้ามองด้วยความเวทนาที่เย็นเยียบ “เจ้าสร้างจุดศูนย์ถ่วงจากความไม่มีอะไร... แต่ความไม่มีอะไรนั้นเองที่จะกลืนกินทุกสิ่งที่จะเข้าใกล้”

อัลดริกไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด เขาเห็นเงามืดขนาดใหญ่ตัวหนึ่งพุ่งตรงมาที่ใจกลางความว่างเปล่าของเขา มันคือเจตจำนงที่ทรงพลังที่สุดที่เขาเคยเผชิญมา มันคือสิ่งที่จะมาปิดฉากการทดลองแห่งความเที่ยงตรงนี้ หากมันผ่านเข้ามาได้ แกนกลางจะพังทลาย และโลก Alcoron จะถูกดึงเข้าสู่ความบ้าคลั่งของมิติที่ซ้อนทับกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทั้งหมด แทนที่จะใช้ความว่างเปล่าเพื่อเจือจางเงามืดนั้น เขาตัดสินใจ 'ควบแน่น' มัน

เขาใช้เศษเสี้ยวสุดท้ายของความเป็นมนุษย์—ความทรงจำเกี่ยวกับความรัก ความเจ็บปวด และความรับผิดชอบ—มาเป็นแรงบีบอัด เขาเปลี่ยนสุญญากาศที่แผ่ขยายให้กลายเป็น 'จุดเดียว' ที่หนาแน่นที่สุดเท่าที่ความเป็นจริงจะรับไหว เขาพยายามเปลี่ยนความว่างเปล่าให้กลายเป็น 'มวล' ที่หนักอึ้งจนแม้แต่เงามืดก็ไม่อาจเคลื่อนที่ผ่านไปได้

แรงปะทะนั้นรุนแรงจนโลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหายใจ

ความมืดที่พุ่งเข้ามาถูกบีบอัดจนกลายเป็นจุดแสงเล็กๆ ที่หมุนวนอยู่กลางความว่างเปล่าของเขา มันคือการต่อสู้ระหว่างความไม่มีอยู่ (Nothingness) กับความหนาแน่นที่เกินขีดจำกัด (Singularity) อัลดริกรู้สึกว่าจิตวิญญาณของเขาถูกบดขยี้ระหว่างสองขั้วนี้ ร่างกายของเขาเริ่มกลายเป็นแสงและเงาที่สลับกันไปมาอย่างบ้าคลั่ง

ทันใดนั้นเอง เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... ไม่ใช่พลังจากแกนกลาง แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่คุ้นเคยจากเบื้องบน

มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจของโอ๊คเมียร์

เขาสัมผัสได้ถึงความโกลาหลที่กำลังเกิดขึ้นในโลกเบื้องบน รอยแยกที่แผ่ขยายออกไปสู่พื้นที่เกษตรกรรม แสงประหลาดที่อาบไล้ทุ่งข้าว และเสียงกรีดร้องของธรรมชาติที่กำลังถูกบิดเบือน ความเป็นจริงที่เขากำลังพยายามรักษาไว้ กำลังพังทลายลงในรูปแบบที่ต่างออกไป

เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า การสร้างจุดศูนย์ถ่วงที่นี่อาจจะช่วยแกนกลางได้ แต่มันอาจจะทำให้โลกเบื้องบนกลายเป็นเพียง 'เปลือก' ที่ไร้แก่นสาร เขาไม่ได้กำลังรักษาโลก แต่เขากำลังสร้าง 'กรงขัง' ที่สมบูรณ์แบบเกินไป

เงามืดที่ถูกบีบอัดเริ่มส่งเสียงร้อง มันไม่ใช่เสียงความเจ็บปวด แต่มันคือเสียงของความจริงที่ถูกบิดเบือนจนใกล้จะแตกสลาย อัลดริกมองดูจุดแสงเล็กๆ นั้นด้วยสายตาที่พร่าเลือน เขาต้องเลือกว่าจะรักษาจุดศูนย์ถ่วงนี้ไว้เพื่อความเที่ยงตรงที่เย็นชา หรือจะยอมปล่อยให้มันสั่นคลอนเพื่อคืนชีวิตให้กับโลกที่กำลังจะตาย

ในความเงียบงันที่กำลังจะถูกทำลายด้วยการระเบิดของมิติ อัลดริกเห็นภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะหลุดลอย... เขาเห็นเอลิดี้กำลังยืนอยู่บนปากรอยแยกที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า นางไม่ได้มองลงมาที่เขา แต่นางกำลังมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำของมิติอื่น และในมือของนาง... นางถือบางสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นกุญแจที่เขาไม่ได้เป็นคนสร้าง

ความจริงที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่แกนกลาง แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนกำหนดว่าอะไรคือความสมดุล

แรงระเบิดจากจุดศูนย์ถ่วงที่เขาควบแน่นไว้เริ่มแผ่ขยายออกไป ไม่ใช่ในฐานะการทำลายล้าง แต่ในฐานะการขยายตัวของความเป็นจริงใหม่ที่ไม่มีใครควบคุมได้ อัลดริกหลับตาลง ทิ้งตัวลงสู่ความว่างเปล่าที่เขาสร้างขึ้นเอง ท่ามกลางเสียงกัมปนาทที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของ Alcoron ไปตลอดกาล

--- อัลดริกพยายามใช้ความว่างเปล่าเป็นจุดศูนย์ถ่วงเพื่อสยบเงามืด แต่การควบแน่นพลังงานกลับสร้างแรงบิดเบี้ยวใหม่ที่สั่นคลอนทั้งแกนกลางและโลกเบื้องบน ในขณะที่เขาเริ่มสูญเสียการควบคุม เขาได้เห็นนิมิตของเอลิดี้กับกุญแจปริศนาที่อาจบ่งบอกว่าความสมดุลที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขาเพียงคนเดียว