← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 25Free

ตอนที่ 25 — คมดาบแห่งความขัดแย้ง

เสียงฝีเท้าของม้าศึกที่ย่ำลงบนพื้นดินโคลนดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจังหวะกลองที่ข่มขวัญผู้ฟัง อัลดริกยืนนิ่งอยู่บนลานหน้าคฤหาสน์ไม้เก่าของเขา กลิ่นอายของดินที่เปียกชื้นและไอเย็นของฤดูฟรอสต์ฟอลยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นยิ่งกว่าอากาศ คือสายตาคมกริบของเซอร์กัลเลนที่จ้องมองลงมาจากหลังม้าศึกสีดำทะมึน กองทหารหลวงในชุดเกราะเงินวาววับยืนเรียงรายเป็นแถวตรงทอดตัวยาวไปตามถนนสายหลักของโอ๊คเมียร์ แสงอาทิตย์ยามบ่ายที่รอดผ่านหมู่เมฆสีเทาหม่นสะท้อนกับโลหะของอาวุธ ดูเหมือนกองทัพขนาดเล็กที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า

“ท่านลอร์ดอัลดริก” เสียงของเซอร์กัลเลนทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่ได้ร้องขอ เขาไม่ได้ลงจากหลังม้า แต่กลับใช้สายตามองสำรวจรอบตัวเมืองโอ๊คเมียร์อย่างพิจารณา ราวกับกำลังประเมินมูลค่าของทรัพย์สินมากกว่าจะมองดูผู้คน “ข้าได้รับรายงานเรื่องแสงประหลาดและแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติจากทางใต้ แสงที่สว่างพอจะมองเห็นได้จากยอดหอคอยในเอลเดอร์เมียร์... ท่านคงไม่บอกข้าหรอกนะว่าเมืองที่สงบเงียบแห่งนี้กำลังซ่อนความลับบางอย่างไว้?”

อัลดริกสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมไม่ให้มือที่สั่นเทาของเขาแสดงความประหม่าออกมา เขาเพิ่งผ่านศึกหนักใต้พื้นดินมา ความเหนื่อยล้าจากการประสานกลไกโบราณยังคงฝังลึกอยู่ในมวลกระดูก และความรู้สึกแปลกประหลาดจากการเผชิญหน้ากับชายชุดขาวก็ยังคงตามหลอกหลอนเขา “เซอร์กัลเลน เมืองของเราเป็นเมืองเกษตรกรรม ความผิดปกติที่ท่านเห็นอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือรอยเลื่อนของดินที่ตื่นขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เราไม่มีความลับใดๆ ที่ต้องปกปิดราชสำนัก”

“ทางธรรมชาติงั้นหรือ?” เซอร์กัลเลนแค่นหัวเราะ เป็นเสียงที่แห้งแล้งและไร้ซึ่งความขบขัน “ธรรมชาติไม่สร้างแสงสีทองที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณหรอก ท่านลอร์ด ความจริงมักจะซ่อนอยู่ใต้ดินเสมอ เหมือนกับหนอนที่ขุดรูอยู่ใต้รากไม้... และข้ามาที่นี่เพื่อขุดมันขึ้นมา”

เขาควบม้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนอัลดริกได้กลิ่นหนังม้าและกลิ่นเหล็กจากชุดเกราะ “ข้าได้รับคำสั่งจากราชสำนัก ให้เข้าตรวจสอบความมั่นคงของตาชั่งหลวงและรากฐานของเมืองโอ๊คเมียร์ หากพบว่ามีการกระทำที่อาจกระทบต่อผลผลิตของอาณาจักร หรือมีการปกปิดข้อมูลสำคัญ... ท่านทราบใช่ไหมว่าบทลงโทษคืออะไร?”

อัลดริกมองสบตาอัศวินผู้สูงศักดิ์ เขารู้ดีว่าความเที่ยงตรงที่เขาพยายามรักษามาทั้งชีวิต กำลังถูกทดสอบด้วยดาบที่มองไม่เห็น หากเขาบอกความจริงเรื่องกลไกโบราณและบุคคลชุดขาว โอ๊คเมียร์จะกลายเป็นสมรภูมิของการเมืองระหว่างราชสำนักและอำนาจเก่าที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน แต่หากเขาโกหก เขาก็คือผู้ทรยศต่อหน้าที่ของลอร์ดและผู้ดูแลตาชั่ง

“ข้าพร้อมจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ” อัลดริกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ “แต่ข้าขอเตือนท่านว่า การรื้อค้นใต้ฐานตาชั่งในเวลานี้อาจทำให้โครงสร้างเมืองที่ยังไม่มั่นคงพังทลายลงมาได้ เราควรทำอย่างระมัดระวัง”

“ความระมัดระวังเป็นเรื่องของคนขลาด” เซอร์กัลเลนตอบกลับทันควัน “ข้าต้องการความจริงที่รวดเร็วและชัดเจน เตรียมคนของท่านและช่างที่เก่งที่สุดมาพบข้าที่ลานตาชั่งในวันพรุ่งนี้เช้า ข้าจะเริ่มการสำรวจด้วยตัวเอง”

เมื่อกองทหารเริ่มเคลื่อนย้ายออกไปเพื่อตั้งค่ายพักแรมชั่วคราว อัลดริกทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้หน้าบ้าน ความกดดันมหาศาลทำให้เขารู้สึกเหมือนอกจะแตกตาย เอลิดี้เดินเข้ามาหาเขาอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของเธอซีดเผือดและเต็มไปด้วยความกังวล

“อัลดริก... พวกเขามาถึงแล้ว” เธอพูดเบาๆ “แสงนั่นมันดึงดูดพวกหมาป่ามาจริงๆ”

“ข้ารู้ เอลิดี้” อัลดริกตอบพลางกุมขมับ “เซอร์กัลเลนไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ เขาไม่ได้มาเพื่อตรวจสอบ แต่เขามาเพื่อครอบครอง หากเขาพบกลไกนั่น... เขาจะไม่ใช่แค่ผู้ดูแล แตเขาจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธ หรือไม่ก็ทำลายมันทิ้งเพื่อไม่ให้ใครได้ใช้”

“แล้วเราจะทำอย่างไร?” เอลิดี้ถาม สายตาของเธอจ้องมองไปยังทิศทางของตาชั่งหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง “เราจะปล่อยให้เขาลงไปใต้ดินนั่นหรือ?”

“เราไม่มีทางเลือก” อัลดริกมองไปที่มือของตัวเองที่ยังคงมีรอยถลอกจากการทำงานใต้ดิน “แต่เราต้องควบคุมการเข้าถึง ข้าต้องหาทางติดต่อกับ... คนคนนั้น”

“คนชุดขาวงั้นหรือ?” เอลิดี้กระซิบด้วยความหวาดกลัว “เขาสามารถช่วยเราได้จริงๆ หรือ? หรือเขาจะเป็นเพียงอีกหนึ่งภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่ในเงามืด?”

อัลดริกไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแต่ลุกขึ้นยืนและมองไปยังตาชั่งหลวงที่สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลม แสงแดดที่เริ่มลับขอบฟ้าทอดเงายาวของตาชั่งลงบนพื้นดิน ราวกับนิ้วมือของยักษ์ที่กำลังชี้บอกทิศทางของหายนะ เขารู้ดีว่าศึกครั้งนี้ไม่ได้ตัดสินกันด้วยน้ำหนักของข้าวในถัง หรือความเที่ยงตรงของเข็มตาชั่ง แต่มันคือการชิงไหวชิงพริบระหว่างอำนาจที่มองเห็นได้บนพื้นผิวโลก และอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่ในรากฐานของประวัติศาสตร์

คืนนั้น อัลดริกไม่ได้นอน เขาเฝ้ามองกองไฟของทหารหลวงที่ตั้งอยู่ไกลออกไป แสงไฟวูบวาบดูเหมือนดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเมืองของเขา ในหัวของเขามีเพียงคำถามเดียว: ความเที่ยงตรงจะยังมีค่าอะไร หากโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของผู้ที่อ้างว่าต้องการรักษาความสงบเรียบร้อย

--- อัลดริกต้องเผชิญหน้ากับเซอร์กัลเลนและกองทหารหลวงที่มาถึงโอ๊คเมียร์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติใต้ตาชั่งหลวง ทำให้เขาต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการรักษาความลับของกลไกโบราณหรือการเผชิญหน้ากับอำนาจจากราชสำนัก