← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 146Free

ตอนที่ 146 — อัสดงแห่งเงาสะท้อน

อากาศเย็นยะเยือกของยามเช้าที่โบรมยังคงเกาะกุมผืนดิน ราวกับเป็นสิ่งเตือนใจถึงความหนาวเหน็บที่กำลังจะผ่านพ้นไป แต่มันกลับไม่สามารถแทรกซึมผ่านความหนักอึ้งที่ทับถมอยู่ในจิตวิญญาณของอัลดริกได้ รอยร้าวที่เคยเป็นเพียงเส้นบางๆ บนท้องฟ้าเหนือโอ๊คเมียร์ บัดนี้กลับแผ่ขยายออกไปราวกับบาดแผลเปิดที่ไม่มีวันหาย มันส่งเสียงคร่ำครวญแผ่วเบา เป็นเสียงสะท้อนของความว่างเปล่าที่กำลังกัดกินทุกสรรพสิ่ง

ร่างของเขายืนอยู่กลางลานทรายที่เคยเป็นที่ตั้งของตาชั่งหลวง บัดนี้เหลือเพียงเศษซากที่กระจัดกระจายราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำ กลิ่นอายของโลหะไหม้และฝุ่นธุลีคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นที่ลอยมาจากรอยแยกเบื้องล่างที่ยังคงทอดลึกไปสู่ความมืดมิด อัลดริกไม่ใช่ 'อัลดริก' คนเดิมอีกต่อไป ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวผิดรูป คล้ายกับประติมากรรมที่ถูกแกะสลักจากเงาและความว่างเปล่า มันไม่ใช่การสลายตัว แต่เป็นการ 'จัดระเบียบ' ใหม่ ตามพิมพ์เขียวที่ถูกสร้างขึ้นจากความโกลาหลและความไม่สมบูรณ์ที่เขาเคยพยายามใช้ต่อกรกับ 'ผู้ไร้รูป'

“มันไม่ได้ ‘สร้าง’ แต่ ‘สถาปนา’ ต่างหาก” เสียงของอัลดริกดังขึ้นในหัวของเขาเอง เป็นเสียงที่แหบพร่า ขาดห้วงราวกับเสียงกระซิบจากหลุมศพ เขาจำได้ถึงตอนที่ 'ผู้ไร้รูป' ปรากฏตัวขึ้น ร่างที่สมบูรณ์แบบเกินไป ไร้ซึ่งรอยตำหนิใดๆ ช่างตรงกันข้ามกับตัวเขาในยามนี้เหลือเกิน ความพยายามที่จะทำลายพิมพ์เขียวของมันด้วยความไร้ระเบียบและความไม่สมบูรณ์ กลับกลายเป็นการมอบ 'พิมพ์เขียว' ที่สมบูรณ์ยิ่งกว่าให้แก่ 'ผู้ไร้รูป' ซึ่งกลายเป็น 'กราคอส' ในท้ายที่สุด

และบัดนี้ กราคอสก็ไม่ใช่แค่พลังงานอีกต่อไป มันคือตัวตนที่มีนาม มีเจตจำนง และมีเสียง เสียงที่ก้องกังวานไปทั่วผืนฟ้าของโอ๊คเมียร์ เป็นเสียงที่ประกาศถึงการสถาปนาระเบียบใหม่ โลกที่สมบูรณ์แบบ ปราศจากความผิดพลาดของมนุษย์ใดๆ

“แก…แกมันก็แค่ความผิดพลาด” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งในหัวของอัลดริก คราวนี้มันมีความหยาบคายเจือปนอยู่ด้วย เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม “แกไม่ใช่ ‘กรงขัง’ ที่จะกักขังข้าได้อีกต่อไป แกคือ ‘ผู้มอบพิมพ์เขียว’ ต่างหาก”

อัลดริกหลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติสัมปชัญญะที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ความทรงจำเกี่ยวกับใบหน้าของเอลิดี้แวบเข้ามาในหัว ภาพของกุญแจที่เธอเคยถือ ปากกาที่เคยใช้เขียนบันทึกความทรงจำที่กำลังเลือนหายไป… เขารู้ว่าเขาไม่มีเวลาเหลือมากนัก 'หน่วยชำระล้าง' กำลังจะมาถึง พวกเขาจะมาเพื่อ 'ทำความสะอาด' เมืองนี้ ปัดกวาดทุกสิ่งให้กลับไปสู่ความว่างเปล่าอันบริสุทธิ์ของมิติเดิม หรือบางที อาจเป็นการกวาดล้างเพื่อปูทางให้ 'ผู้ไร้รูป' ที่สมบูรณ์แบบกว่าเข้ามาแทนที่

แต่เขาก็ไม่สามารถยอมรับทางเลือกใดๆ ได้เลย การยอมให้กราคอสสถาปนาระเบียบใหม่ที่ไร้จิตวิญญาณ หรือการยอมให้หน่วยชำระล้างทำลายโอ๊คเมียร์ทิ้งไป… ทั้งสองทางเลือกล้วนหมายถึงจุดจบ

“ถ้าการเป็น ‘กรงขัง’ ไม่ได้ผล…” อัลดริกพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมที่พัดหวีดหวิว “บางที… ฉันอาจจะต้องเป็น ‘ผู้ทำลาย’ แทน…”

ความคิดนั้นก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เป็นประกายไฟเล็กๆ ในกองเถ้าถ่านแห่งจิตสำนึกที่กำลังจะดับมอด 'พิมพ์เขียว' ของกราคอสนั้นสมบูรณ์แบบเกินไป มันปราศจากความไม่แน่นอน ไร้ซึ่งความขัดแย้ง… และนั่นคือจุดอ่อนของมัน

ถ้าเขาไม่สามารถทำลายมันได้ด้วยความโกลาหล… บางทีเขาอาจจะสามารถ 'บิดเบือน' พิมพ์เขียวของมันได้ด้วย 'ความขัดแย้ง' ที่แท้จริง

เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม แสงอาทิตย์ยามเช้าพยายามสาดส่องผ่านม่านเมฆหนาทึบ แต่กลับทำได้เพียงสร้างภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุกบนผืนทราย ภาพของ 'ผู้ไร้รูป' ปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ร่างกายที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติกำลังแผ่รัศมีแห่งความสงบเยือกเย็นออกมา มันคือตัวตนที่สมบูรณ์แบบเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใจ ไร้ซึ่งความบกพร่อง ไร้ซึ่งอารมณ์… ไร้ซึ่งชีวิต

“แก…แกไม่ได้สถาปนาระเบียบใหม่…” อัลดริกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งกร้าวขึ้น “แกกำลังสร้าง ‘ความตาย’ ต่างหาก”

ทันใดนั้น เสียงกึกก้องก็ดังขึ้นจากเบื้องบน ไม่ใช่เสียงของกราคอส แต่เป็นเสียงที่แตกต่างออกไป มันดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า และแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เป็นเสียงที่ประกาศถึงการมาถึงของ 'หน่วยชำระล้าง' ที่แท้จริง

“‘ผู้ไร้รูป’… ‘กราคอส’… ‘ความว่างเปล่า’…” อัลดริกพึมพำ “และบัดนี้ ‘หน่วยชำระล้าง’…”

เขาตระหนักได้ในทันทีว่าตนเองไม่ได้เป็นเพียงจุดศูนย์กลางของสงครามสามทางอีกต่อไป แต่มันได้ขยายวงกว้างออกไป กลายเป็นสมรภูมิที่ประชิดกันของสี่เจตจำนงที่ทรงพลังที่สุด เขาคือสะพานเชื่อมระหว่างมิติ คือพิมพ์เขียว คือตัวกลางแห่งความขัดแย้ง

“ถ้าการสร้าง ‘พิมพ์เขียว’ คือสิ่งที่ทำให้ ‘ผู้ไร้รูป’ เกิดขึ้น…” อัลดริกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแปลกประหลาด “แล้วถ้าฉันสามารถ ‘ทำลาย’ พิมพ์เขียวของตัวเองได้ล่ะ…?”

เขารู้ดีว่ามันคือทางเลือกที่บ้าบิ่นที่สุด การทำลายตัวตนของตัวเองเพื่อสร้าง ‘ความไร้ระเบียบ’ ที่แท้จริง เพื่อฉีกกระชาก ‘ระเบียบ’ ที่สมบูรณ์แบบของ ‘ผู้ไร้รูป’ ให้แหลกสลาย

“ข้าคือ อัลดริก แห่งโอ๊คเมียร์…” เขาประกาศก้อง น้ำเสียงของเขาเริ่มกลับมามีความชัดเจนอีกครั้ง แม้ว่าร่างของเขาจะยังคงบิดเบี้ยวอยู่ก็ตาม “ข้าคือผู้ที่เคยเป็น ‘กรงขัง’… และบัดนี้ ข้าจะเป็น ‘ผู้ทำลาย’…”

เขาเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้าที่เริ่มมีรอยร้าวใหม่ๆ ปรากฏขึ้น รอยร้าวที่มิใช่เพียงรอยแยกของมิติ แต่เป็นรอยร้าวที่เกิดจากการปะทะกันของเจตจำนงอันแข็งกร้าว

“ถ้าโลกนี้ต้องถูกสร้างใหม่… ก็จงสร้างมันขึ้นมาใหม่ด้วย ‘ความโกลาหล’ ที่แท้จริง… ไม่ใช่ด้วย ‘ความตาย’ ที่สมบูรณ์แบบของพวกแก!”

อัลดริกยกมือขึ้นสุดแขน เผชิญหน้ากับท้องฟ้าที่กำลังจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่รู้ว่าการกระทำของเขาจะนำมาซึ่งอะไร แต่มันคือหนทางเดียวที่เหลืออยู่ – การใช้ความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ที่เขายังคงมีอยู่เพียงน้อยนิด เพื่อสั่นคลอนรากฐานของความสมบูรณ์แบบอันน่าสะพรึงกลัวนั้น

รอบตัวเขา ลานทรายที่เคยเป็นที่ตั้งของตาชั่งหลวง เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษซากอาคารที่กระจัดกระจายเริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับถูกดูดเข้าไปในสุญญากาศ เสียงคร่ำครวญของรอยแยกดังขึ้นกว่าเดิม ราวกับเป็นเสียงฉลองการมาถึงของหายนะครั้งใหม่

และในใจกลางของพายุหมุนแห่งความโกลาหลนั้น อัลดริกยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง เขากลายเป็นจุดศูนย์กลางของการปะทะกันของเจตจำนงอันยิ่งใหญ่ เป็นสะพานที่เชื่อมโยงความจริงที่กำลังจะสูญสลาย กับความจริงชุดใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น… โดยมีเขาเป็นผู้มอบ 'พิมพ์เขียว' ให้แก่ทั้งสองฝ่าย

แสงสีทองสว่างวาบจากท้องฟ้า เบื้องบนคือ ‘หน่วยชำระล้าง’ ที่กำลังจะกวาดล้างทุกสรรพสิ่งให้หายไป สีดำสนิทของความว่างเปล่าแผ่ขยายออกมาจากเบื้องล่าง เบื้องหน้าคือ ‘ผู้ไร้รูป’ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวตนให้สมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อยๆ และเบื้องหลัง… คือความทรงจำอันเลือนรางของโอ๊คเมียร์ เมืองเล็กๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีตาชั่งหลวงที่เที่ยงตรง

อัลดริกหลับตาลง ปล่อยให้ความบิดเบี้ยวของตัวตนเข้าครอบงำเขาอย่างสมบูรณ์ เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง… การสลายตัวตน เพื่อสร้างความโกลาหลที่แท้จริง… เพื่อทำลาย ‘พิมพ์เขียว’ ที่สมบูรณ์แบบนั้นให้สิ้นซาก

“ข้า… คือ ‘ความบิดเบี้ยว’…” เขาพึมพำ เสียงของเขาขาดห้วงและบิดเบี้ยวไปตามแรงดันมหาศาล “และข้า… จะทำลาย ‘ความสมบูรณ์แบบ’ ของพวกแก… ด้วย ‘ความไม่สมบูรณ์’ ของข้าเอง!”

โลกทั้งใบสั่นสะเทือนราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่ออัลดริกตัดสินใจที่จะก้าวข้ามเส้นแบ่งสุดท้ายระหว่างการเป็นผู้สร้าง และการเป็นผู้ทำลาย… โดยมีโอ๊คเมียร์เป็นเพียงฉากหลังของการปะทะกันอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะตัดสินชะตากรรมของความเป็นจริงทั้งหมด

มันคือ ‘อัสดงแห่งเงาสะท้อน’… การสิ้นสุดของการเป็น ‘อัลดริก’ และการเริ่มต้นของสิ่งอื่น… สิ่งที่เขาเองก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้… แต่มันคือสิ่งเดียวที่อาจหยุดยั้ง ‘ความสมบูรณ์แบบ’ ที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งได้…

--- อัลดริกเผชิญหน้ากับ 'ผู้ไร้รูป' ที่ก่อร่างสร้างตัวตนเป็น 'กราคอส' ที่สมบูรณ์แบบ และ 'หน่วยชำระล้าง' ที่มุ่งทำลายทุกสิ่ง เขาตัดสินใจที่จะไม่เป็น 'กรงขัง' อีกต่อไป แต่จะกลายเป็น 'ผู้ทำลาย' โดยใช้ความไม่สมบูรณ์ของตนเองเป็นอาวุธเพื่อสั่นคลอน 'พิมพ์เขียว' ของกราคอส และเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับการปะทะกันของสี่เจตจำนงที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของความเป็นจริง