← All chapters

The Glass Library

Chapter 99Free

ตอนที่ 99 — เสียงเพรียกจากผลึกแก้วใต้ห้องใต้ดิน

“เอเลียส ช่วยขยับตะเกียงไปทางซ้ายอีกนิดได้ไหม? ฉันมองไม่เห็นรอยขีดบนพื้นเลย” เซเลสเทนเอ่ยเสียงรัวเร็วขณะที่มือทั้งสองข้างพยายามประคองผลึกแก้วขนาดเท่ากำปั้นไว้เหนือแท่นหิน แสงสีนวลตาจากผลึกวูบวาบไปมาตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ของเธอ

“ที่นี่มันชื้นเกินไปสำหรับงานที่ต้องใช้ความละเอียดระดับนี้” เอเลียสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเขาไม่ได้ขยับไปไหน กลับกันเขากลับกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องใต้ดินที่เพิ่งถูกเปิดออกอย่างระแวดระวัง “ความไม่เป็นระเบียบของโครงสร้างหินพวกนี้อาจทำให้เพดานถล่มลงมาทับพวกเราได้ทุกเมื่อ ถ้าคุณไม่รีบรีดพลังงานออกมาให้เสถียร ฉันแนะนำให้เรากลับออกไปก่อน”

“โธ่! ถ้าฉันรีดพลังงานตอนนี้โดยที่ไม่มีตัวควบคุมความหนาแน่นของแสง มันจะระเบิดใส่หน้าเราทั้งคู่เลยนะ!” เซเลสเทนเถียงกลับทันควัน เธอไม่ได้โกรธ แต่ความกังวลทำให้เธอพูดเร็วขึ้นกว่าปกติ “ผลึกตัวนี้มัน... มันแปลกมาก ตั้งแต่เราเปิดทางเข้าห้องใต้ดินนี้ขึ้นมา มันดูเหมือนจะตอบสนองต่อแรงสั่นสะเทือนในอากาศมากกว่าปกติ ดูนี่สิ”

เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิส่งผ่านกระแสจิตเข้าไปในแก่นของผลึกแก้ว ความตั้งใจเดียวของเธอคือการใช้พลังงานแสงนี้สร้างม่านคุ้มกัน—ไม่ใช่คุ้มกันจากสิ่งชั่วร้ายที่มองเห็น แต่คุ้มกันจากความไม่แน่นอนที่เธอกำลังสัมผัสได้ เธอต้องการให้แสงนี้ทำหน้าที่เป็นเสาหลักที่มั่นคง คอยส่องสว่างและรักษาความคงที่ของมิติแสงในพื้นที่แห่งนี้

แสงสว่างวาบขึ้นจากผลึก แต่มันไม่ได้เป็นลำแสงที่พุ่งตรงอย่างที่ควรจะเป็น แสงนั้นขยายตัวออกเป็นวงกว้างเหมือนคลื่นน้ำที่กระทบฝั่ง มันนุ่มนวล อ่อนโยน และดูเหมือนจะโอบอุ้มบรรยากาศรอบตัวไว้ “เห็นไหม? มันกำลังตอบสนอง” เธอพึมพำด้วยรอยยิ้มกว้าง “มันแค่ต้องการจังหวะ... แค่จังหวะที่สอดคล้องกับความนิ่งเท่านั้นเอง”

“มันดูไม่เหมือนความนิ่งเลย เซเลสเทน” บรอนเวนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงแสงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอถือสมุดบันทึกเล่มหนาไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกอดอก “มันเหมือนกับว่าแสงกำลังพยายามหาที่เกาะ แต่มันหาไม่เจอ”

เซเลสเทนขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง บรอนเวน? มันแค่ยังไม่เสถียรเท่านั้นเอง ดูสิ มันกำลังพยายามทำตามคำสั่งของฉัน—

“มันกำลังพยายามทำตามความกลัวของคุณต่างหาก” บรอนเวนขัดขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ภาพสะท้อนในหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า “เมื่อกี้คุณคิดถึงอะไร? ความปลอดภัย? หรือความหายนะ?”

เซเลสเทนชะงักไปชั่วครู่ เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าในหัวของเธอแวบหนึ่งมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา—ภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด และความโกลาหลที่ไม่มีใครควบคุมได้ ทันทีที่ความคิดนั้นชัดเจนขึ้น ผลึกแก้วในมือของเธอก็เปลี่ยนไป

วี้ด... วี้ด...

เสียงแหลมเล็กที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่ดังมาจากภายในแก้วผลึกเริ่มแผดร้องออกมา มันไม่ใช่เสียงระเบิด แต่มันคือเสียงสั่นสะเทือนที่เสียดแทงประสาทสัมผัส แสงที่เคยอ่อนโยนเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นคลื่นแสงสีหม่นที่กระเพื่อมไปมาอย่างบ้าคลั่ง

“หยุด! เซเลสเทน! หยุดควบคุมมัน!” เอเลียสสั่งเสียงเข้ม เขาขยับถอยหลังหนึ่งก้าว มือแตะที่ด้ามมีดข้างเอวโดยสัญชาตญาณ

“ฉันไม่ได้ทำ! ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องร้ายๆ เลยนะ!” เซเลสเทนละล่ำละลัก แสงจากผลึกเริ่มสั่นไหวรุนแรงขึ้นตามจังหวะความตื่นตระหนกที่เพิ่มขึ้นในใจของเธอ ยิ่งเธอพยายามจะ 'ปกป้อง' ด้วยการเพิ่มพลังงานเข้าไปเพื่อกดทับความไม่เสถียร ผลึกก็ยิ่งส่งเสียงกรีดร้องดังขึ้น

“มันไม่ได้สั่นเพราะความไม่เสถียรทางเทคนิค” บรอนเวนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเยือกเย็น เธอเดินเข้ามาใกล้แสงที่กำลังบ้าคลั่งนั้น “มันสั่นเพราะมันได้รับรู้ถึงความไม่มั่นคงในใจคุณ มันกำลัง 'ตอบสนอง' ต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”

“จะบอกว่า... ผลึกมีชีวิตงั้นเหรอ?” เซเลสเทนถามด้วยเสียงสั่นเครือ แสงในผลึกตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่พลังงาน มันดูเหมือนมีมวลและแรงกดดันที่แผ่ออกมา แสงสีนวลหายไป กลายเป็นแสงสีเทาหม่นที่ดูเหมือนควันไฟ

“มันไม่ใช่แค่มีชีวิต” บรอนเวนกล่าวต่อ สายตาจ้องลึกเข้าไปในแก้วผลึกที่กำลังสั่นเทา “มันกำลัง 'กลัว'...มันกำลังสัมผัสได้ถึงสิ่งที่กำลังจะมาถึง เหมือนกับที่บันทึกเก่าแก่บอกไว้... ถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... ดูเหมือนแสงวิเศษพวกนี้จะรู้ว่าสมดุลกำลังจะพังทลายลง”

ทันใดนั้น ผลึกแก้วก็กระชากแสงทั้งหมดกลับเข้าสู่จุดศูนย์กลาง เกิดเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้ฝุ่นในห้องใต้ดินลอยวนขึ้นสู่ด้านบน ลมหายใจของเซเลสเทนสะดุด เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหนึ่งที่ไหลทะลักผ่านมือของเธอที่จับผลึกอยู่ มันไม่ใช่ความร้อน และไม่ใช่ความเย็น แต่มันคือความรู้สึก 'หวาดกลัว' อย่างสุดซึ้งที่เย็นเยียบไปถึงกระดูกสันหลัง—ความกลัวที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่มาจากตัวตนของแสงเอง

เพล้ง!

รอยร้าวขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนผิวผลึกแก้ว แต่มันไม่ได้แตกออก มันกลับส่องแสงสีดำสนิทออกมาจากรอยร้าวนั้น ท่ามกลางความเงียบที่น่าขนลุกในห้องใต้ดิน เซเลสเทนจ้องมองรอยร้าวสีดำนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอไม่ได้เห็นแค่แสงที่กำลังเสียสมดุล แต่เธอเพิ่งตระหนักว่า พลังงานที่ขับเคลื่อนโลกเอลเดอร์เมียร์มาตลอด... มันกำลังร้องไห้

--- เซเลสเทนพบว่าการใช้พลังงานแสงวิเศษเพื่อสร้างความมั่นคงกลับทำให้ผลึกแก้วตอบสนองต่อความกังวลของเธอ จนกระทั่งเธอได้สัมผัสถึงความรู้สึก 'กลัว' ที่แผ่ออกมาจากตัวผลึกแก้วเอง