← All chapters

The Glass Library

Chapter 91Free

ตอนที่ 91 — ร่องรอยหลังชั้นหนังสือไม้โอ๊ก

“ถ้าคุณยังไม่หยุดทำเสียงขยับกระดาษดังเหมือนเสียงคนเคี้ยวขนมปังกรอบ ฉันจะเอาหมึกในขวดนี้ราดหัวคุณ” บรอนเวนเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากแผ่นหนังเก่าคร่ำคร่า

เอเลียสชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบกองบันทึก เขาถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ลง “ผมแค่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของหมวดหมู่ตามมาตรฐานอาลักษณ์แสง บรอนเวน ความไม่เป็นระเบียบคือบ่อเกิดของความผิดพลาดในบันทึกประวัติศาสตร์”

“ความเรียบร้อยของคุณมันน่าเบื่อจนทำให้แสงจากผลึกแก้วในห้องนี้ดูหม่นลงไปครึ่งหนึ่งเลยล่ะ” บรอนเวนตอบประชดประชัน พลางใช้นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามตัวอักษรในบันทึกของอาร์ไควิสต์คนเก่าที่เธอเพิ่งขุดพบ “ฟังนะ เอเลียส ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยคุณจัดชั้นหนังสือ แต่ฉันมาเพื่อหา ‘บันทึกที่หายไป’ เล่มนั้น เล่มที่อาร์ไควิสต์คนก่อนเขียนทิ้งไว้ก่อนจะถูกสั่งให้เงียบปาก”

เซเลสเทนที่กำลังวุ่นอยู่กับการปรับจูนความเข้มของแสงจากผลึกแก้วบนโต๊ะทำงานหันขวับมาทันที “เล่มที่ว่านั่นน่ะเหรอ? ถ้ามันเป็นเล่มที่ถูกระบุว่า 'ไม่มีที่มา' ในทะเบียนกลางตามกฎหมายอาชญากรรมเวทมนตร์ล่ะก็ บรอนเวน... ฉันว่าเราควรหยุดแค่การหาชื่อคนเขียนดีกว่าไหม? ถ้าแสงในห้องนี้แกว่งผิดปกติเพราะเราไปแตะต้องของต้องห้ามเข้า ฉันซ่อมผลึกแก้วไม่ทันหรอกนะ!” เซเลสเทนพูดรัวเร็วพลางใช้คีมโลหะเล็กๆ เขี่ยประกายแสงที่สั่นไหวในผลึกแก้วสีคราม

“มันไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย เซเลสเทน” บรอนเวนวางบันทึกเล่มนั้นลง เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดังปึก “ในบันทึกนี้ระบุถึงความผิดปกติของแสงในเอลเดอร์เมียร์ มันบอกว่าเรากำลังอ่านประวัติศาสตร์ที่ถูก ‘เขียนทับ’ ด้วยแสงปลอมๆ และหนังสือเล่มที่ฉันตามหาคือต้นฉบับที่ยังไม่ถูกลบ”

บรอนเวนลุกขึ้นยืน เดินตรงไปยังชั้นหนังสือไม้โอ๊กขนาดมหึมาที่เรียงรายอยู่ทางทิศเหนือของหอสมุดเขตชั้นใน เธอไล่สายตาไปตามสันหนังสือที่สลักชื่อด้วยอักษรทองคำ แสงจากผลึกแก้วส่องกระทบสันหนังสือจนเกิดเงาวูบวาบ เธอหยุดลงที่หน้าเขตหวงห้ามที่ถูกปิดผนึกด้วยโซ่เวทมนตร์และตราประทับของราชสำนัก

“ส่วนนี้ถูกปิดตายมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ RY10” เอเลียสเดินตามมาติดๆ เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นและจริงจัง “ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าถึงคลังข้อมูลส่วนนี้ ยกเว้นคำสั่งโดยตรงจากสภาอาลักษณ์ชั้นสูง หนังสือทุกเล่มที่นี่ถูกล็อกไว้ด้วยระบบแสง หากคุณพยายามจะแหกเข้าไป มันจะส่งสัญญาณเรียกหน่วยรักษาความสงบของ Castellane ทันที”

“งั้นเราก็แค่ต้องไม่ให้มันส่งสัญญาณสิ” บรอนเวนไม่ได้ฟังคำเตือน เธอเดินวนไปรอบๆ ชั้นหนังสือไม้โอ๊กที่ดูเหมือนจะมั่นคงราวกับภูเขา เธอสังเกตเห็นว่าฝุ่นที่เกาะอยู่บนขอบไม้ด้านล่างสุดของชั้นหนังสือเล่มที่ห้าจากทางซ้ายนั้น ดูจางกว่าจุดอื่นๆ อย่างผิดปกติ

เธอคุกเข่าลงกับพื้นหินเย็นเยียบ ใช้นิ้วปาดฝุ่นออกเบาๆ “เซเลสเทน ช่วยขยับแสงมาทางนี้หน่อย ส่องให้มันตรงจุดที่รอยต่อระหว่างไม้กับผนังหิน”

เซเลสเทนเดินเข้ามาพร้อมกับถือผลึกแก้วขนาดเล็กที่เปล่งแสงสีขาวนวล “ระวังนะ บรอนเวน ถ้ามันเป็นกลไกเวทมนตร์ที่ยังทำงานอยู่ แสงของฉันอาจจะไปกระตุ้นมันก็ได้”

เมื่อแสงสว่างจ้าส่องลงไปที่ช่องว่างแคบๆ บรอนเวนก็เห็นบางอย่าง รอยแยกเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นรอยต่อของแผ่นไม้ แต่เมื่อเธอเอียงมุมมองดูดีๆ มันกลับเป็นช่องว่างที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ “มันไม่ใช่แค่รอยแตกของไม้ แต่มันคือช่องลับ” บรอนเวนพึมพำ

เธอเอื้อมมือไปสำรวจลึกเข้าไปในช่องนั้น นิ้วของเธอสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นและแข็งเหมือนโลหะ ไม่ใช่ไม้หรือหิน เธอใช้แรงกดเบาๆ ในจุดที่ดูเหมือนจะเป็นสลักซ่อนอยู่ ทันใดนั้น เสียงกลไกฟันเฟืองไม้ดัง ‘คลิก’ เบาๆ ดังขึ้นจากภายในกำแพง

“คุณทำอะไรลงไปน่ะ!” เอเลียสกระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าเคร่งเครียด “ถ้ามันคือกับดัก...”

“มันไม่ใช่กับดัก แต่มันคือทางออก” บรอนเวนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาของเธอเป็นประกาย “ดูนี่สิ”

ช่องลับนั้นไม่ได้เปิดออกเป็นประตูใหญ่ แต่มันคือช่องขนาดพอที่จะสอดหนังสือเข้าไปได้ และที่สำคัญคือมันมีร่องรอยของการถูกใช้งานบ่อยครั้ง บรอนเวนหยิบหนังสือปริศนาเล่มที่เธอครอบครองอยู่—เล่มที่มีหน้าปกไร้ชื่อและไม่มีตราประทับจากสำนักอาลักษณ์—ขึ้นมา เธอสังเกตเห็นลวดลายที่สันหนังสือของมันมีความคล้ายคลึงกับรอยสลักบนขอบช่องลับนี้อย่างน่าประหลาด

“มันคือกุญแจ” บรอนเวนสรุป

เธอค่อยๆ สอดสันหนังสือเล่มนั้นเข้าไปในช่องลับ แรงต้านจากกลไกภายในทำให้เธอต้องออกแรงกดมากขึ้นเล็กน้อย เสียงเฟืองไม้หมุนวนดังต่อเนื่องยาวนานกว่าที่คิด จนกระทั่งมีเสียง ‘ครืด’ ดังมาจากหลังชั้นหนังสือไม้โอ๊กขนาดใหญ่

ชั้นหนังสือทั้งชั้นเริ่มขยับเขยื้อน มันไม่ได้เคลื่อนที่ออกไปทางด้านข้าง แต่กลับเลื่อนถอยหลังเข้าไปในผนังหิน เผยให้เห็นช่องทางเดินแคบๆ ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่ไม่ได้ถูกรบกวนมานานนับทศวรรษ

“ทางเดินนี้ไม่ได้นำไปสู่ห้องเก็บเอกสารธรรมดา” เซเลสเทนกระซิบ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “มันนำไปสู่ส่วนที่ถูกลบออกจากแผนที่ของเอลเดอร์เมียร์... ส่วนที่ถูกปิดผนึกอย่างแท้จริง”

เอเลียสมองเข้าไปในความมืดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง “นี่คือการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างอาลักษณ์กับอาชญากร บรอนเวน ถ้าเราเดินเข้าไปในนั้น เราจะไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก”

บรอนเวนไม่ได้ตอบคำถามของเขา เธอเพียงแต่กระชับหนังสือในมือแน่นขึ้น แล้วก้าวเท้าเข้าไปในช่องทางเดินที่มืดมิดนั้นเป็นคนแรก “ฉันไม่ได้ต้องการกลับไปเป็นเหมือนเดิมอยู่แล้ว ฉันต้องการหาความจริงที่พวกเขาพยายามจะลบมันทิ้งต่างหาก”

แสงจากผลึกแก้วของเซเลสเทนส่องนำทางเข้าไปในอุโมงค์ที่ดูเหมือนจะทอดตัวลึกลงไปใต้ฐานของหอสมุด ทิ้งให้ความเงียบงันของห้องโถงใหญ่โอบล้อมพวกเขาไว้เบื้องหลัง

--- บรอนเวนพบช่องลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือในเขตหวงห้ามของหอสมุด และใช้หนังสือปริศนาที่เธอมีเป็นกุญแจไขเปิดทางเดินที่นำไปสู่ส่วนที่ถูกปิดผนึกเพื่อตามหาบันทึกที่หายไป