← All chapters

The Glass Library

Chapter 8Free

ตอนที่ 8 — รอยรั่วสีรุ้งในเรือนกระจกผลึก

“ถ้าค่าความเข้มข้นของแสงลดลงแม้แต่จุดทศนิยมเดียว ผลึกแก้วพวกนี้จะแตกร้าวทันที และถ้ามันแตก... ฉันคงไม่ได้แค่โดนหักเงินเดือน แต่คงโดนส่งไปล้างท่อระบายเวทมนตร์ที่เขตชั้นนอกแน่ๆ”

เซเลสเทนบ่นพึมพำกับตัวเองขณะที่เธอขยับแว่นขยายเลนส์แก้วส่องสว่างให้เข้าใกล้ผนึกพลังงานตรงมุมเรือนกระจก เสียงรองเท้าบูทหนังของเธอกระทบพื้นหินขัดดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงกระจกที่เต็มไปด้วยพืชพรรณเรืองแสง กลิ่นโอโซนจางๆ จากการทำงานของผลึกแก้วลอยอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย แต่ทว่าวันนี้มันมีบางอย่างผิดเพี้ยนไป

“เซเลสเทน? ทำไมเธอถึงยังอยู่ที่นี่ในเวลาที่ควรจะปิดสำนักแล้ว?” เสียงทุ้มต่ำและเคร่งครัดดังมาจากทางเข้าห้อง

เซเลสเทนสะดุ้งจนเกือบทำคีมคีบผลึกหลุดมือ เธอหันไปมองเอเลียสที่ยืนกอดอกอยู่ตรงประตู ใบหน้าของเขาดูเหมือนเพิ่งผ่านการอ่านรายงานที่น่าปวดหัวมาไม่ต่ำกว่าสิบฉบับ “เอเลียส! นายมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะ แล้วก็นี่... ไม่ใช่เวลามาจับผิดเรื่องเวลาทำงานของฉันด้วย ดูนี่สิ!”

เธอกวักมือเรียกเขาให้เข้ามาใกล้ พลางชี้ไปที่รอยร้าวเล็กๆ บนผนึกพลังงานที่ทำหน้าที่กักเก็บแสงบริสุทธิ์ เอเลียสเดินเข้ามาด้วยท่าทีระแวดระวัง เขาขยับเข้ามาใกล้รอยรั่วนั้นแล้วถอนหายใจยาว “มันก็แค่รอยร้าวจากการขยายตัวของอุณหภูมิไม่ใช่หรือไง? เราควรจะเรียกช่างมาซ่อมตามระเบียบ”

“มันไม่ใช่แค่รอยร้าวธรรมดา!” เซเลสเทนเถียงกลับทันควัน นิ้วมือของเธอขยับไปมาอย่างรวดเร็วเหมือนกำลังพยายามอธิบายสมการที่ซับซ้อน “ดูการหักเหของแสงที่เล็ดลอดออกมาสิ แสงของอาลักษณ์ปกติมันต้องเป็นสีขาวนวลหรือสีฟ้าอ่อนตามความบริสุทธิ์ของผลึก แต่นี่... มันมีประกายสีรุ้งวูบวาบอยู่ข้างใน เหมือนกับมันกำลังพยายามจะเขียนอะไรบางอย่างลงบนอากาศ”

เอเลียสขมวดคิ้ว เขาโน้มตัวลงไปมองรอยรั่วนั้นใกล้ๆ แสงสีรุ้งที่รั่วออกมาไม่ได้พุ่งกระจายอย่างไร้ทิศทาง แต่มันเคลื่อนที่ในลักษณะคล้ายกับเส้นหมึกที่กำลังไหลไปตามผืนผ้าใบ แต่นี่คือแสงที่ลอยอยู่ในความว่างเปล่า “มันดู... ไม่เป็นระเบียบ” เขาพึมพำ “ผิดกฎการควบคุมแสงของสำนักอาลักษณ์อย่างรุนแรง”

“ไม่ใช่แค่ไม่เป็นระเบียบ แต่มันดูมีเจตจำนง!” เซเลสเทนพูดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามนิสัยเวลาที่เธอเจอเรื่องน่าตื่นเต้นหรือน่ากังวล “ฉันลองใช้เครื่องวัดค่าความถี่แสงแล้ว ผลที่ได้มันเพี้ยนไปหมด มันไม่ใช่แสงที่เกิดจากการสลายตัวของผลึกแก้ว แต่มันคือ ‘แสงแห่งการบันทึก’ (The Scribing Light) แสงประเภทที่ระบุไว้ในตำราโบราณที่หายสาบสูญไปนานแล้ว!”

เอเลียสชะงักไปทันที แววตาที่เคยเรียบเฉยฉายความตึงเครียดออกมา “เธอหมายถึงตำนานที่ว่าด้วยแสงที่สามารถบันทึกความจริงได้โดยไม่ต้องใช้สื่อกลางงั้นหรือ? นั่นมันเรื่องเพ้อฝันของพวกนักประวัติศาสตร์นอกรีต”

“แต่นี่มันอยู่ตรงหน้าเรานะ!” เซเลสเทนชี้ไปที่รอยรั่ว แสงสีรุ้งนั้นเริ่มขยายตัวเป็นเส้นสายเล็กๆ ที่พันกันนัวเนียเหมือนรากไม้ มันสั่นไหวและส่งเสียงหึ่งๆ เบาๆ ในความถี่ที่คนทั่วไปอาจไม่ได้ยิน แต่สำหรับอาลักษณ์ที่คลุกคลีกับพลังงานแสงมาทั้งชีวิต มันคือเสียงที่น่าขนลุก “ดูสิ มันกำลังก่อตัวเป็นสัญลักษณ์... มันเหมือนกับรอยด่างในบันทึกที่บรอนเวนเคยพูดถึงเมื่อวันก่อนเลย!”

เอเลียสรีบคว้าข้อมือของเซเลสเทนให้ถอยห่างจากรอยรั่ว “ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงราชสำนัก พวกเขาจะไม่มองว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติแน่ แต่จะมองว่าเป็นอาชญากรรมทางเวทมนตร์ หรือไม่ก็เป็นเครื่องมือในการทำนายทางการเมือง”

“ฉันรู้... ฉันถึงต้องรีบจัดการ!” เซเลสเทนพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น “ถ้าเราปล่อยให้แสงนี้รั่วไหลออกมามากกว่านี้ มันอาจจะกระจายไปทั่วเรือนกระจก และถ้ามันไปสัมผัสกับผลึกหลักของสำนัก... แสงพวกนี้อาจจะเข้าไป ‘เขียน’ ทับข้อมูลเดิมในผลึกแก้วทั้งหมดก็ได้!”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเรือนกระจกชั่วขณะ มีเพียงเสียงการทำงานของเครื่องจักรกลไกและเสียงซ่าของพลังงานที่รั่วไหล เซเลสเทนจ้องมองแสงสีรุ้งนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ระหว่างความหลงใหลในเชิงเทคนิคและความหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้

“ฉันจะไปเอาชุดผนึกชั่วคราวมา” เซเลสเทนกล่าวพลางหยิบกระเป๋าเครื่องมือขึ้นมาสะพาย “แต่เอเลียส... ฉันไม่คิดว่าการปิดรอยรั่วด้วยวิธีการปกติจะเอาอยู่ แสงนี่มันดูเหมือนกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง... เหมือนมันกำลังรอคอยใครบางคน หรือรอคอยเวลาที่จะปรากฏออกมาให้ชัดเจนกว่านี้”

เธอกำมือแน่น สายตาจับจ้องไปที่รอยรั่วที่เริ่มขยายวงกว้างขึ้นทีละน้อย “ฉันสัญญาว่าจะปิดมันให้ได้ แต่เราต้องเตรียมตัว... เพราะถ้าแสงนี้เป็นอย่างที่ตำนานว่าไว้จริงๆ สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางเทคนิค แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่ใหญ่กว่าเอลเดอร์เมียร์ทั้งเมือง”

ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ แสงสีรุ้งที่รอยรั่วนั้นก็กระชากวูบหนึ่ง มันพุ่งออกมาเป็นเส้นสายยาวเหยียด กระแทกเข้ากับพื้นหินจนเกิดเป็นรอยสลักรูปมงกุฎที่บิดเบี้ยว ก่อนที่แสงนั้นจะม้วนตัวกลับเข้าไปในรอยร้าวและทิ้งความร้อนระอุไว้ในอากาศ

--- เซเลสเทนพบรอยรั่วของแสงสีรุ้งประหลาดในเรือนกระจกซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายแสงแห่งการบันทึกในตำนานโบราณ และเธอตระหนักว่ามันอาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของข้อมูลในสำนักอาลักษณ์