← All chapters

The Glass Library

Chapter 60Free

ตอนที่ 60 — บทที่ 60: รอยแยกในบทบรรยาย

ความเจ็บปวดที่หน้าผากยังคงหลงเหลืออยู่เป็นความรู้สึกชาหนึบ ราวกับว่ามีรอยไหม้ที่มองไม่เห็นประทับอยู่บนจิตวิญญาณ บรอนเวนลืมตาขึ้นท่ามกลางความเงียบที่หนักอึ้งและสะอาดสะอ้านเกินไป เธอไม่ได้อยู่ในคุกใต้ดินที่ทรุดโทรม และไม่ได้อยู่ในทุ่งแห่งความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต แต่เธอกำลังนอนอยู่บนพื้นหินอ่อนที่เย็นเยียบภายในห้องโถงทรงสูงที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด

แสงสว่างที่ส่องลงมาจากเพดานกระจกด้านบนไม่ใช่แสงอาทิตย์ยามเช้าที่อบอุ่น แต่มันคือแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก มันไม่มีเงาตกทอด ไม่มีทิศทางที่แน่นอน ราวกับว่าแสงนี้ไม่ได้มาจากแหล่งกำเนิด แต่ถูก 'จัดวาง' ไว้ให้สว่างทั่วทุกตารางนิ้วอย่างเท่าเทียมกัน บรอนเวนพยายามยันตัวขึ้น ร่างกายของเธอหนักอึ้งเหมือนถูกหล่อขึ้นจากหมึกที่แห้งกรัง เธอขยับนิ้วมือและพบว่ารอยแผลเป็นรูปอักขระที่โคนนิ้วยังคงอยู่ แต่มันดูจางลงและสงบนิ่งขึ้น

“ตื่นแล้วหรือ... ผู้หลงทาง”

เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่มันเหมือนดังมาจากอากาศที่อยู่รอบตัวเธอ บรอนเวนหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ เธอพบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือที่สูงท่วมหัว หนังสือเหล่านี้ไม่ได้วางอยู่บนชั้น แต่มันลอยคว้างอยู่ในอากาศในลักษณะที่จัดระเบียบไว้อย่างประณีต ราวกับเป็นสวนดอกไม้ที่ทำจากกระดาษและหมึก

เบื้องหน้าของเธอ ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ดูเหมือนจะสลักขึ้นจากแสงสว่าง เขาไม่ได้สวมชุดคลุมสีเทาหรือชุดขาวของกลุ่มผู้คัดลอก แต่เขาสวมชุดอาลักษณ์ที่ตัดเย็บด้วยเส้นใยที่ดูเหมือนจะถักทอจากแสงสีทอง ใบหน้าของเขาเรียบเนียนไร้ที่ติ ดวงตาของเขาเป็นสีเงินวาววับที่ไม่มีรูม่านตา ทว่าเมื่อเขามองมาที่เธอ บรอนเวนกลับรู้สึกเหมือนถูก 'อ่าน' อย่างทะลุปรุโปร่ง ตั้งแต่ความคิดที่กำลังสับสนไปจนถึงความทรงจำที่ยังคงสั่นไหว

“ที่นี่คือที่ไหน?” บรอนเวนถาม เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเทา เธอพยายามจะดึงเอาความไร้ระเบียบที่เธอเคยใช้เป็นอาวุธขึ้นมา แต่เธอกลับพบว่าในห้องนี้ ความไร้ระเบียบถูกกำจัดออกไปจนหมดสิ้น แม้แต่ฝุ่นที่ควรจะลอยอยู่ในอากาศก็ยังดูเหมือนจะถูกจัดวางให้เคลื่อนที่ตามจังหวะที่กำหนดไว้

“ที่นี่คือ 'ส่วนต่อขยายของบทนำ' (The Prologue Extension)” ชายคนนั้นตอบ พลางขยับปากกาขนนกสีทองในมืออย่างแผ่วเบา “เป็นพื้นที่กึ่งกลางระหว่างความจริงที่ถูกเขียนเสร็จสิ้นแล้ว กับความว่างเปล่าที่รอการจารึก เจ้าเพิ่งจะผ่านการพิสูจน์ตนเองในบททดสอบแห่งการลบเลือนมา... และเจ้าทำได้น่าประทับใจ บรอนเวน”

บรอนเวนขมวดคิ้ว ความระแวงพุ่งสูงขึ้น “บททดสอบ? คุณเป็นใคร? แล้วทำไมคุณถึงรู้ชื่อของฉัน?”

ชายผู้นั้นไม่ตอบคำถามโดยตรง เขาลุกขึ้นยืนและเดินวนรอบกองหนังสือที่ลอยอยู่ “ข้าคือผู้คุมกฎแห่งโครงสร้าง (The Structural Warden) หน้าที่ของข้าไม่ใช่การเขียนเรื่องราวเหมือนบรรณาธิการ หรือการลบเลือนเหมือนผู้คัดลอก แต่ข้าคือผู้ที่ดูแลให้ 'รอยต่อ' ระหว่างบทมีความมั่นคง... เจ้าได้สร้างรอยรั่วขนาดใหญ่ในบทที่ผ่านมา บรอนเวน รอยรั่วที่อาจจะทำให้ทั้งเรื่องราวล่มสลายลงมาทับตัวละครได้”

เขาชี้ปากกาไปยังหนังสือเล่มหนึ่งที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ทันทีที่ปลายปากกาสัมผัสหน้ากระดาษ ภาพนิมิตของความวุ่นวายในหอสมุดแก้วและการปะทะกันของหมึกดำและแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันไม่ใช่แค่ภาพจำ แต่เป็น 'บันทึก' ที่กำลังเล่นซ้ำอย่างแม่นยำ บรอนเวนเห็นตัวเองที่กำลังตะโกนและใช้ความไร้ระเบียบเข้าสู้ เธอเห็นเงาของตัวเองที่พยายามจะดึงเธอกลับไป

“สิ่งที่เจ้าทำ... มันคือการแทรกแซงโครงสร้าง” ชายผู้คุมกฎกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาไม่มีความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความจริงจังที่น่าเกรงขาม “เจ้าใช้ความไร้ระเบียบเพื่อสร้างทางรอด แต่เจ้าไม่รู้เลยว่าความไร้ระเบียบนั้นเองที่จะกลายเป็นเชื้อเพลิงให้ 'ผู้บันทึกดั้งเดิม' ใช้เผาผลาญความจริงทั้งหมดให้กลายเป็นเถ้าถ่าน”

บรอนเวนเม้มริมฝีปากแน่น “ถ้าความจริงที่พวกคุณสร้างมันคือความลวงที่สมบูรณ์แบบ... ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรักษามันไว้ ทำไมฉันต้องทำตามโครงสร้างที่ขังฉันไว้ในบทบาทที่ฉันไม่ได้เลือก?”

ชายผู้คุมกฎหยุดเดิน เขาจ้องมองเธอด้วยดวงตาสีเงิน “เพราะถ้าเจ้าไม่เลือกบทบาทของเจ้าเอง... เจ้าก็จะถูกเลือกโดยบทบาทที่เหลืออยู่... ซึ่งก็คือความว่างเปล่า”

เขายื่นมือออกมา และในมือของเขามีวัตถุชิ้นหนึ่งที่ดูคล้ายกับเข็มจารึกมิติที่เธอเคยเห็น แต่เล่มนี้กลับทำจากแก้วใสที่บรรจุแสงสีทองไว้ภายใน “นี่คือ 'เข็มจารึกแกนกลาง' (The Core Stylus) มันไม่ใช่เครื่องมือสำหรับสร้างพื้นที่ปลอดภัยเหมือนที่ชายชุดเทามอบให้เจ้า แต่มันคือเครื่องมือสำหรับ 'การแก้ไขโครงสร้าง' (Structural Revision) เจ้าสามารถใช้มันเพื่อเชื่อมรอยรั่วที่เจ้าสร้างขึ้น หรือจะใช้มันเพื่อเจาะรูให้ลึกขึ้นเพื่อหนีออกไปสู่ความจริงที่แท้จริง... แต่อย่าลืมว่า ทุกการแก้ไขมีราคาที่ต้องจ่ายด้วย 'ความหมาย' ของตัวตนเจ้าเอง”

บรอนเวนมองเข็มแก้วนั้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ของขวัญ แต่มันคือบททดสอบครั้งใหม่ หากเธอใช้มันเพื่อรักษาความสมบูรณ์แบบของโลกนี้ เธออาจจะเสียความเป็นตัวเองไปตลอดกาล แต่หากเธอใช้มันเพื่อทำลายโครงสร้าง เธออาจจะสูญเสียทุกสิ่งที่เธอเคยรู้จักไปในความว่างเปล่า

ทันใดนั้น พื้นที่ที่เธอยืนอยู่เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงกระดาษนับล้านแผ่นที่กำลังถูกพัดด้วยลมแรงดังขึ้นจากเบื้องบน แสงสีทองที่เคยสว่างนิ่งเริ่มกะพริบถี่ราวกับสัญญาณเตือนภัย

“มันมาแล้ว...” ชายผู้คุมกฎพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้น “ผู้ที่ต้องการจะปิดบทนำนี้ลงอย่างถาวร... พวกเขาไม่ต้องการให้มีการแก้ไข ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขโครงสร้าง... พวกเขาต้องการเพียง 'จุดจบ' ที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น”

เงาร่างสีดำขนาดมหึมาเริ่มปรากฏขึ้นที่ขอบของห้องสมุดไร้ขอบเขตนี้ มันไม่ใช่เงาของคน แต่มันคือเงาของ 'ความหมายที่ถูกลบ' (The Erased Meaning) มันคือกลุ่มก้อนของอักขระที่ถูกขีดฆ่าซึ่งกำลังพยายามจะรวมตัวกันเพื่อกลืนกินทุกสิ่งที่ยังคงมีตัวตนอยู่

“เลือกซะ บรอนเวน!” ชายผู้คุมกฎตะโกนแข่งกับเสียงลมที่เริ่มแรงขึ้น “จะรักษาโครงสร้างที่จอมปลอม หรือจะเสี่ยงเขียนบทใหม่ด้วยความหมายที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเจ้า!”

บรอนเวนยื่นมือออกไปหาเข็มแก้วสีทองนั้น มือของเธอสั่นเทา แต่ดวงตาของเธอกลับมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอไม่ได้ต้องการจะเป็นเพียงตัวละครที่สมบูรณ์แบบในเรื่องราวของใคร และเธอก็ไม่ได้ต้องการจะเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ค่า เธอจะเขียน... แม้ว่ามันจะเป็นเพียงรอยด่างเดียวในหน้ากระดาษที่ขาวสะอาดที่สุดก็ตาม

ทันทีที่นิ้วของเธอสัมผัสกับความเย็นของเข็มแก้ว แสงสีทองก็ระเบิดออก พุ่งทะยานผ่านความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา และในวินาทีนั้นเอง บรอนเวนก็เห็นเงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาเดินฝ่าพายุอักขระเข้ามา... ร่างที่ถือปากกาขนนกสีแดงสด และดวงตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่เธออีกครั้ง

“บทต่อไป... กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”

--- บรอนเวนตื่นขึ้นในห้องสมุดไร้ขอบเขตและพบกับผู้คุมกฎแห่งโครงสร้าง ผู้มอบเข็มจารึกแก้วเพื่อใช้แก้ไขความจริง ท่ามกลางการคุกคามของ 'ความหมายที่ถูกลบ' ที่กำลังจะปิดฉากบทนำนี้