← All chapters

The Glass Library

Chapter 57Free

ตอนที่ 57 — ดิ่งสู่มหาสมุทรแห่งหมึกและเสียงเพรียกจากความว่างเปล่า

ความมืดไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความหนาแน่นของสิ่งที่ยังไม่ได้ถูกเขียน บรอนเวนรู้สึกเหมือนกำลังจมลงในบ่อหมึกที่ไร้ก้นบึ้ง สัมผัสของมันไม่ใช่ของเหลว แต่เป็นแรงกดมหาศาลที่พยายามแทรกซึมผ่านรูขุมขน เข้าไปแทนที่กระดูกและเนื้อเยื่อ ทุกครั้งที่เธอพยายามจะสูดลมหายใจ สิ่งที่เข้าสู่ปอดกลับเป็นกลิ่นฉุนของน้ำมันดินและกลิ่นไหม้ของกระดาษเก่าที่ถูกเผาทำลาย ความเจ็บปวดจากการที่ตัวตนถูก 'ลบ' ออกไปนั้นไม่ใช่ความเจ็บทางกาย แต่มันคือความรู้สึกของการสูญเสียความต่อเนื่องของความคิด เธอจำได้ว่าเธอคือใคร แต่เธอกลับจำไม่ได้ว่าทำไมความทรงจำนั้นถึงสำคัญ

“ดิ่งลงมา... บรอนเวน... ดิ่งลงมาสู่จุดที่ความจริงไม่มีความหมาย...”

เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากข้างหู แต่มันดังมาจากภายในกระดูกสันหลังของเธอ มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด—เป็นเสียงของเธอเอง แต่เป็นเวอร์ชันที่ผ่านการขัดเกลาด้วยความเศร้าโศกนับพันปี รอยแยกแห่งความจริงที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นด้วยปากกาหมึกแดงไม่ได้เป็นทางหนี แต่มันกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกเศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ที่เธอยังเหลืออยู่ บรอนเวนพยายามตะเกียกตะกายในความมืดที่ข้นคลัก มือของเธอที่เคยเป็นเนื้อหนังบัดนี้กลายเป็นรอยจารึกที่พร่าเลือน เมื่อเธอขยับนิ้ว มันไม่ได้ทิ้งรอยสัมผัส แต่ทิ้งเส้นสายของอักขระที่สั่นไหวราวกับตัวหนอน

เธอดิ่งลงไปเรื่อยๆ ผ่านชั้นของความทรงจำที่แตกสลาย เธอเห็นภาพหอสมุดแก้วที่พังทลาย เห็นใบหน้าของลอร์ดเซดริกที่บิดเบี้ยวด้วยความโลภ และเห็นชายชุดเทาที่ยืนมองเธอจากระยะไกลด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ทุกอย่างไหลผ่านเธอไปเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทันใดนั้น รอยแยกที่เคยเป็นสีดำสนิทก็เริ่มปรากฏแสงสว่างวูบวาบ—ไม่ใช่แสงวิเศษที่อบอุ่นและส่องสว่างเหมือนในหอสมุด แต่มันคือแสงสีขาวโพลนที่เย็นเยียบและไร้ชีวิต ราวกับแสงที่สาดส่องลงบนกระดาษเปล่าที่รอการถูกจารึก

เมื่อแสงนั้นปะทะเข้ากับดวงตา บรอนเวนก็รู้สึกถึงแรงกระแทกที่ทำให้จิตวิญญาณของเธอแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เธอไม่ได้ตกลงสู่พื้น แต่มันเหมือนกับว่าความว่างเปล่ารอบตัวเธอกำลัง 'ควบแน่น' กลายเป็นบางสิ่ง ร่างของเธอถูกเหวี่ยงออกไปสู่พื้นที่ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องโถงกว้างขวางที่ไร้ขอบเขต พื้นที่แห่งนี้ไม่มีเพดานและไม่มีผนัง มีเพียงเส้นขอบฟ้าที่ประกอบขึ้นจากบรรทัดของตัวอักษรนับล้านที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ

“เจ้ากำลังพยายามจะเขียนบทสรุป ในขณะที่เจ้ายังไม่ได้อ่านบทนำให้จบเลยด้วยซ้ำ”

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนและทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวสั่นสะเทือน บรอนเวนพยายามทรงตัวบนพื้นผิวที่ดูเหมือนจะเป็นหน้ากระดาษขนาดยักษ์ที่ขรุขระ เธอหอบหายใจเอาอากาศที่เย็นจัดเข้าปอด และเมื่อเธอมองขึ้นไป เธอก็พบกับสิ่งที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น

เบื้องหน้าของเธอไม่ใช่บุคคล แต่เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ดูเหมือนหอคอยที่สร้างจากหนังสือที่ซ้อนทับกันจนถึงชั้นเมฆ แต่ละเล่มมีขนาดต่างกัน ตั้งแต่เล่มเล็กเท่าฝ่ามือไปจนถึงเล่มใหญ่เท่าภูเขา และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ หอคอยเหล่านั้นกำลัง 'ขยับ' มันไม่ได้ตั้งอยู่อย่างสงบนิ่ง แต่หนังสือแต่ละเล่มกำลังพลิกหน้ากระดาษของตัวเองไปมาอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นเสียงสาดซัดของกระดาษที่ดังราวกับเสียงคลื่นยักษ์ซัดเข้าหาฝั่ง

“ที่นี่คือที่ไหน...” บรอนเวนเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ร่างกายของเธอยังคงมีรอยหมึกสีดำลามเลียไปตามผิวหนัง แต่มันเริ่มคงที่มากขึ้น

“ที่นี่คือ 'ต้นฉบับ' (The Original Manuscript)” เสียงนั้นตอบกลับมา คราวนี้เธอเห็นร่างหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากกลุ่มหมึกที่ลอยอยู่กลางอากาศ ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ไม่มีใบหน้า มีเพียงช่องว่างรูปวงรีที่สว่างวาบด้วยแสงสีขาวนวล “ที่ที่ความจริงถูกร่างขึ้นก่อนที่มันจะถูกขัดเกลาให้กลายเป็นความจริงที่เจ้าเรียกว่าโลก”

บรอนเวนพยายามถอยหลัง แต่เท้าของเธอกลับติดหนึบอยู่กับพื้นกระดาษ “คุณคือใคร? ผู้บันทึกดั้งเดิมงั้นหรือ?”

ร่างหมึกนั้นไม่ตอบ แต่กลับขยายตัวออกจนดูเหมือนจะครอบคลุมท้องฟ้าทั้งหมด “ข้าคือความว่างเปล่าที่รอการเติมเต็ม และเจ้า... บรอนเวน... เจ้าคือ 'ความผิดพลาด' ที่พยายามจะสถาปนาตนเองเป็นผู้เขียน”

“ฉันไม่ได้พยายามจะเป็นผู้เขียน!” บรอนเวนตะโกนสวนกลับ ความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว “ฉันแค่ต้องการจะหยุดยั้งการล่มสลาย! ฉันต้องการจะช่วยเอลเดอร์เมียร์!”

เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกระดาษฉีกขาดดังขึ้นทั่วโถงทางเดินแห่งอักขระ “ช่วยงั้นหรือ? เจ้าจะช่วยโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากความทรมานของแสงวิเศษได้อย่างไร? เจ้าจะช่วยโลกที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยปลายปากกาของคนเพียงไม่กี่คนได้อย่างไร? ทุกสิ่งที่คุณทำ... ทุกอักขระที่เจ้าเขียนทับ... มันไม่ใช่การแก้ไข แต่มันคือการสร้างรอยแผลใหม่ลงบนหน้ากระดาษของจักรวาล”

ทันใดนั้น พื้นที่ที่บรอนเวนยืนอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือน หนังสือยักษ์ที่ลอยอยู่รอบๆ เริ่มพุ่งเข้าหาเธอราวกับฝูงนกที่หิวกระหาย บรรทัดคำสั่งและพยากรณ์ที่เคยดูศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลายเป็นอาวุธที่แหลมคม พวกมันพยายามจะฉีกกระชากตัวตนที่เหลืออยู่ของเธอ บรอนเวนรีบคว้าปากกาหมึกแดงที่ยังติดอยู่ในมือขึ้นมา เธอพยายามจะเขียนอักขระป้องกัน แต่มันกลับยากเย็นเหลือเกิน เพราะในที่แห่งนี้ 'กฎ' ของการเขียนถูกเปลี่ยนไป

ทุกครั้งที่เธอจรดปลายปากกาลงบนพื้นอากาศ สิ่งที่ปรากฏออกมากลับไม่ใช่คำพูด แต่เป็นความทรงจำที่เจ็บปวด เธอเขียนคำว่า 'ป้องกัน' แต่สิ่งที่ออกมากลับเป็นภาพของวันที่เธอถูกไล่ออกจากสำนักอาลักษณ์ เธอเขียนคำว่า 'หนี' แต่สิ่งที่ออกมากลับเป็นภาพความทรงจำของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังมอดไหม้

“เจ้าไม่สามารถใช้เครื่องมือของ 'ตัวละคร' เพื่อต่อสู้กับ 'ผู้สร้าง' ได้!” ร่างหมึกตะโกนก้อง พร้อมกับยื่นมือที่สร้างจากอักขระสีดำขลับเข้าหาเธอ “จงยอมรับความจริง... จงยอมรับว่าเจ้าเป็นเพียงหมึกที่ถูกใช้แล้วทิ้ง!”

ในวินาทีที่มือหมึกกำลังจะสัมผัสตัวเธอ บรอนเวนสังเกตเห็นบางอย่าง—ท่ามกลางความโกลาหลของหนังสือที่บินว่อน มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่ได้บินไปตามกระแสลม แต่มันกำลัง 'จม' ลงไปในความว่างเปล่าเบื้องล่าง มันเป็นหนังสือเล่มเล็กที่มีหน้าปกสีซีดจาง และที่สำคัญที่สุด... มันมีชื่อของเธอสลักอยู่บนสันหนังสืออย่างชัดเจน

มันไม่ใช่หนังสือพยากรณ์อนาคต แต่มันคือ 'บันทึกปัจจุบัน' ของเธอเองที่กำลังถูกเขียนขึ้นในวินาทีนี้!

ด้วยสัญชาตญาณสุดท้าย บรอนเวนไม่ได้เขียนเพื่อป้องกัน แต่เธอตัดสินใจ 'กระโดด' ลงไปในรอยแยกที่หนังสือเล่มนั้นกำลังจมหายไป เธอทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ทิ้งความพยายามที่จะเป็นผู้เขียน และเลือกที่จะเป็นเพียงผู้อ่านที่ต้องการจะทำลายโครงสร้างของเรื่องราวนี้

ร่างของเธอร่วงหล่นลงสู่ความมืดอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความมืดที่กดทับ แต่มันคือความมืดที่ให้ความรู้สึกเหมือนการดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรที่สงบเงียบ เสียงตะโกนของร่างหมึกเลือนหายไป แทนที่ด้วยเสียงกระซิบที่เบาบางราวกับเสียงพลิกหน้ากระดาษในห้องสมุดที่เงียบสงัด

บรอนเวนรู้สึกถึงสัมผัสของบางอย่างที่นุ่มนวล... มันคือกระดาษ เธอไม่ได้กำลังจม แต่เธอกำลัง 'นอน' อยู่บนหน้ากระดาษขนาดมหาศาล และเมื่อเธอพยายามจะลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือตัวอักษรขนาดมหึมาที่กำลังไหลเวียนอยู่รอบตัวเธอเหมือนดวงดาวในจักรวาล

และที่ปลายสายตาของเธอ เธอเห็นชายชุดเทายืนอยู่ตรงขอบของหน้ากระดาษ เขากำลังมองลงมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล และในมือของเขา... เขาไม่ได้ถือปากกา แต่เขากำลังถือ 'ยางลบ' ที่ทำจากแสงสว่างบริสุทธิ์

“ถ้าคุณต้องการจะลบฉัน...” บรอนเวนกระซิบผ่านความเงียบ “ช่วยลบ 'ความจริง' ที่พวกเขาสร้างขึ้นด้วยเถอะ”

--- บรอนเวนตกลงสู่ 'ต้นฉบับ' มิติที่เป็นจุดกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง และเผชิญหน้ากับร่างหมึกที่เป็นตัวแทนของความว่างเปล่า เธอตัดสินใจกระโดดลงสู่รอยแยกของบันทึกปัจจุบันเพื่อหนีจากการถูกกลืนกิน และพบกับชายชุดเทาที่ถือเครื่องมือชิ้นใหม่ที่อาจเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล