ตอนที่ 49 — รอยจารึกที่ไม่อาจลบเลือน
ความเงียบงันที่ตามมาหลังจากการปะทะกันของพลังงานนั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความว่างเปล่าที่เย็นเยียบราวกับอากาศในสุสาน บรอนเวนรู้สึกเหมือนวิญญาณของเธอถูกดึงออกจากร่าง ทิ้งไว้เพียงเปลือกนอกที่สั่นเทาและหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางเศษซากของมิติที่กำลังปริแตก แสงสีทองที่เธอเคยใช้เป็นอาวุธกลับหม่นแสงลงจนเหลือเพียงประกายริบหรี่ ราวกับตะเกียงที่น้ำมันใกล้จะหมด
"คุณยังอยู่ไหม?" เสียงของชายชุดเทาดังขึ้น มันแหบพร่าและดูห่างไกล ราวกับเขากำลังพูดผ่านม่านหมอกหนาทึบ
บรอนเวนพยายามลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่ใบหน้าของเขา แต่เป็นรอยแยกสีดำสนิทที่ลากผ่านอากาศเบื้องหน้า มันไม่ใช่รอยแตกของวัสดุ แต่มันคือรอยฉีกขาดของความจริง พื้นที่ตรงนั้นดูเหมือนถูกลบออกไป เหลือเพียงความมืดมิดที่ไม่มีก้นบึ้ง เธอพยายามจะเอื้อมมือไปสัมผัส แต่ความรู้สึกที่ส่งกลับมามีเพียงความว่างเปล่าที่ดูดกลืนสัมผัสของเธอไปจนหมดสิ้น
"ฉัน... ฉันยังอยู่" เธอตอบ เสียงของเธอเบาจนแทบจะหายไปในกระแสลมที่พัดพาสิ่งแปลกปลอมรอบตัว บรอนเวนก้มมองมือของตนเอง รอยหมึกสีแดงที่ฝ่ามือยังคงเต้นตุบๆ มันไม่ได้เพียงแค่ขยับ แต่มันกำลังขยายตัว ราวกับว่ามันกำลังพยายามจะเขียน 'ประวัติศาสตร์ส่วนตัว' ของเธอลงบนผิวหนังอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น ร่างปริศนาที่ประกอบขึ้นจากหมึกและแสงสว่างก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า เขาไม่ได้เดินเข้ามา แต่เขา 'ปรากฏ' ขึ้น ราวกับว่าความจริงรอบตัวเขาถูกจัดระเบียบใหม่ให้เขามีตัวตนขึ้นมาได้ ใบหน้าของเขาซึ่งเป็นเพียงช่องว่างของตัวอักษรที่ขยับไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน ดูเหมือนจะกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยความพึงพอใจอย่างประหลาด
"เจ้าช่างดื้อรั้น... บรอนเวน" เสียงของเขาไม่ใช่เสียงพูด แต่มันคือเสียงของการพลิกหน้ากระดาษนับพันแผ่นพร้อมกัน มันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเธอโดยตรง "เจ้าพยายามจะใช้ความไร้ระเบียบเพื่อต่อต้านระเบียบที่สมบูรณ์แบบ... แต่เจ้าลืมไปว่า ความไร้ระเบียบเองก็เป็นเพียงบทหนึ่งที่ข้ากำหนดไว้ให้เกิดความขัดแย้งเท่านั้น"
บรอนเวนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงที่เจ็บปวด ความพยายามที่จะเป็นอิสระของเธอ ความพยายามที่จะสร้าง 'รอยด่าง' เพื่อทำลายพล็อตเรื่อง... ทั้งหมดนั้นอาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทละครที่ถูกวางแผนไว้แล้วเพื่อเพิ่มความเข้มข้นให้กับเรื่องราว
"ถ้าอย่างนั้น... ก็ลบฉันทิ้งไปเสียสิ!" บรอนเวนตะโกนก้อง ความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความกลัว เธอไม่ได้ต้องการเป็นตัวละครที่สมบูรณ์แบบ เธอต้องการเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิ์จะผิดพลาดและมีสิทธิ์จะล้มเหลว "ถ้าความหมายของฉันคือการถูกกำหนดโดยคุณ ฉันก็จะขัดขืนจนกว่าหน้ากระดาษนี้จะขาดวิ่น!"
ชายปริศนาหัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูเหมือนเสียงกระดาษที่ถูกขยำจนยับเยิน "เจ้าคิดว่าความขัดขืนจะเปลี่ยนตอนจบได้หรือ? ดูนั่นสิ..."
เขายกมือขึ้น ชี้ไปยังท้องฟ้าที่บิดเบี้ยวเหนือซากปรักหักพัง บรอนเวนเงยหน้าขึ้นมองและต้องเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง ท้องฟ้าที่เป็นหน้ากระดาษยักษ์ไม่ได้กำลังพับตัวลงเพื่อปิดฉาก แต่มันกำลัง 'ถูกเขียน' ขึ้นใหม่ด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน ตัวอักษรสีดำขนาดยักษ์กำลังพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับฝนที่ตกลงมาเป็นอักขระ แต่มันไม่ใช่ฝนธรรมดา มันคือหมึกที่กำลังกลืนกินทุกสิ่งที่มันสัมผัส
เมื่ออักขระเหล่านั้นกระทบกับพื้นดิน สิ่งที่อยู่ใต้หมึกจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยคำบรรยายใหม่ ทหารที่กำลังต่อสู้ ร่างหมึกที่กำลังพุ่งเข้าใส่... ทุกอย่างถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเพียงข้อความที่อธิบายถึงการดับสูญ
"เราต้องหาทางหยุดมัน!" ชายชุดเทาพุ่งเข้ามาคว้าแขนเธอ "ถ้าเราไม่หยุดการจารึกครั้งใหญ่นี้ เอลเดอร์เมียร์จะไม่ใช่แค่ถูกทำลาย แต่มันจะถูกลบออกไปจากความทรงจำของประวัติศาสตร์ ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง!"
บรอนเวนมองไปที่มือของตนเองอีกครั้ง ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว หากโลกนี้คือหนังสือ และเขากำลังเขียนบทใหม่ด้วยความเร็วระดับนี้ สิ่งเดียวที่จะหยุดเขาได้ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง แต่มันคือการสร้าง 'จุดผิดพลาด' ที่ใหญ่เกินกว่าที่ระบบจะยอมรับได้
เธอไม่ได้มองหาอาวุธ แต่เธอมองหา 'รอยรั่ว' เธอสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่อักขระยักษ์พุ่งลงมา มันจะทิ้งรอยแยกเล็กๆ ไว้ระหว่าง 'ความจริง' กับ 'คำบรรยาย' รอยแยกที่ดูเหมือนความว่างเปล่าที่ยังไม่ได้ถูกจารึก
"ฉันจะเขียนทับ... ไม่ใช่เขียนใหม่ แต่ฉันจะเขียน 'ความว่างเปล่า' ลงไปในช่องว่างของเขา!" บรอนเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอเริ่มรวบรวมเศษเสี้ยวของพลังงานที่เหลืออยู่ ความทรงจำที่ยังไม่ถูกลบเลือน ความรู้สึกที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่ได้วาดเส้นสายที่บิดเบี้ยวเหมือนคราวก่อน แต่เธอพยายามจะทำสิ่งที่ยากกว่านั้น คือการ 'ไม่เขียน' เธอพยายามจะรวบรวมสมาธิเพื่อสร้างพื้นที่ที่ไร้ซึ่งความหมาย ไร้ซึ่งอักขระ และไร้ซึ่งความต้องการของทั้งผู้เขียนและตัวละคร
แสงสีทองจางๆ จากปลายนิ้วของเธอเริ่มแผ่ขยายออก แต่มันไม่ใช่แสงที่สว่างไสว มันเป็นแสงที่ดูเหมือนจะ 'ดูดซับ' แสงรอบข้างเข้าไป มันคือแสงแห่งความว่างเปล่าที่พยายามจะสร้างเขตแดนที่ไม่มีสิ่งใดสามารถจารึกได้
เมื่อเขตแดนแห่งความว่างเปล่าของเธอปะทะกับอักขระยักษ์ที่กำลังตกลงมาจากฟ้า เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่การระเบิด แต่มันคือเสียงของการ 'สูญหาย' อักขระสีดำที่เคยทรงพลังกลับค่อยๆ จางหายไปเมื่อเข้าสู่เขตแดนของเธอ ราวกับถูกยางลบที่มองไม่เห็นลบออกไปจากหน้ากระดาษ
"เจ้าทำอะไรลงไป!" ร่างปริศนาคำราม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและโกรธเกรี้ยว "เจ้ากำลังทำลายความต่อเนื่องของเนื้อเรื่อง! เจ้ากำลังทำให้เรื่องราวกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย!"
"ถ้าความหมายคือการถูกควบคุม... ฉันขอเลือกความว่างเปล่าที่ไม่มีใครควบคุมได้!" บรอนเวนตะโกนสวนกลับ แม้ร่างกายของเธอจะเริ่มสั่นสะเทือนจากการแบกรับแรงกดดันมหาศาล
แต่ชัยชนะนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย พลังที่เธอใช้สร้างความว่างเปล่ากำลังสูบกิน 'ตัวตน' ของเธอไปอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มจำไม่ได้ว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน เธอเริ่มจำไม่ได้ว่าหน้าตาของเอเลียสเป็นอย่างไร ทุกครั้งที่เธอขยายเขตแดนแห่งความว่างเปล่า ความทรงจำของเธอก็จะเลือนหายไปในนั้นด้วย
"บรอนเวน! หยุด! คุณกำลังลบตัวเองทิ้งไปพร้อมกับหมึกของเขา!" ชายชุดเทาพยายามจะดึงเธอออกไป แต่เขาก็ถูกแรงดึงดูดของความว่างเปล่ารั้งไว้เช่นกัน
ในวินาทีที่โลกทั้งใบกำลังจะถูกลบหายไป บรอนเวนเห็นบางอย่างที่ปลายสุดของสายตา... ท่ามกลางความว่างเปล่าที่เธอกำลังสร้างขึ้น เธอเห็น 'จุดเริ่ม' ที่แท้จริงของเรื่องราว มันไม่ใช่ที่นี่ และไม่ใช่ที่ไหนในเอลเดอร์เมียร์ แต่มันคือสิ่งที่อยู่ลึกลงไปยิ่งกว่าหมึกและแสงสว่าง... มันคือความลับที่ซ่อนอยู่ในหน้าแรกของหนังสือเล่มแรกที่เธอเคยอ่าน
ทันใดนั้น ร่างปริศนาก็ยื่นมือออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ถือปากกาขนนก เขาถือ 'ยางลบ' ที่ทำจากแสงสีขาวบริสุทธิ์ และเขากำลังจะใช้มันลบ 'ตัวตน' ของบรอนเวนออกไปจากหน้ากระดาษนี้ตลอดกาล!
ความมืดมิดเริ่มกลืนกินทุกสิ่ง และในเสี้ยววินาทีก่อนที่ความว่างเปล่าจะกลืนกินเธอ บรอนเวนพบว่าเธอไม่ได้กำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดอีกต่อไป แต่เธอกำลังถูกดึงเข้าไปสู่ 'จุดเริ่ม' ของการเขียนบทใหม่ที่เธอไม่รู้เลยว่า... เธอจะเป็นผู้เขียน หรือจะเป็นเพียงหยดหมึกที่ถูกลบหายไปตลอดกาล
--- บรอนเวนพยายามสร้างเขตแดนแห่งความว่างเปล่าเพื่อต่อต้านการจารึกครั้งใหญ่ของร่างปริศนา แต่การกระทำนั้นกำลังสูบกินความทรงจำและตัวตนของเธอไปพร้อมกัน ในขณะที่ศัตรูเตรียมใช้ 'ยางลบแห่งแสง' เพื่อลบเธอออกไปจากประวัติศาสตร์ตลอดกาล