← All chapters

The Glass Library

Chapter 45Free

ตอนที่ 45 — พันธนาการแห่งหน้ากระดาษที่ปิดตาย

ความมืดไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความหนาแน่นของของเหลวที่ไร้รูปร่าง

บรอนเวนรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงในมหาสมุทรที่ทำจากน้ำหมึก ความเย็นเยียบของมันไม่ได้สัมผัสเพียงแค่ผิวหนัง แต่มันแทรกซึมผ่านชั้นผิวหนัง เข้าสู่เส้นเลือด และไหลเวียนไปตามกระแสประสาท ทุกครั้งที่เธอพยายามขยับนิ้ว เธอจะรู้สึกถึงแรงต้านมหาศาล ราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกแทนที่ด้วยสารแขวนลอยของอักขระนับล้านที่กำลังเต้นระบำอย่างบ้าคลั่งในความมืดมิด เธอไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหายใจอีกต่อไป แต่เธอกำลังดำรงอยู่ในสถานะของ 'วัตถุดิบ'

เธอมองเห็นแสงรำไรที่ปลายสายตา ไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์หรือตะเกียง แต่มันคือแสงวาบของตัวอักษรที่ถูกขีดเขียนขึ้นอย่างรวดเร็วในความว่างเปล่า แสงนั้นสว่างวาบขึ้นแล้วดับไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกเจ็บปวดแปลบในอก เหมือนมีเข็มที่ทำจากปลายปากกาขนนกทิ่มแทงลงบนหัวใจของเธอ บรอนเวนพยายามกรีดร้อง แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากลำคอไม่ใช่เสียง หากแต่เป็นหยดหมึกสีดำสนิทที่ไหลย้อนกลับลงไปในปอดของเธอเอง

'อย่าพยายามขัดขืน...' เสียงหนึ่งดังขึ้น แต่มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านโสตประสาท มันคือเสียงที่สั่นสะเทือนมาจากภายในโครงสร้างของความจริงที่เธอกำลังเป็นส่วนหนึ่ง 'การขัดขืนคือการทำให้หมึกกระเด็น และหมึกที่กระเด็นจะทำให้หน้ากระดาษสกปรก'

บรอนเวนพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ความทรงจำเกี่ยวกับชายชุดเทา ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นหอมของกระดาษเก่าในหอสมุดแก้ว และความทรงจำเกี่ยวกับความเจ็บปวดจากการถูกลบเลือน ทั้งหมดนั้นกำลังถูกกระแสหมึกพัดพาไปเหมือนเศษใบไม้ในลำธารที่เชี่ยวกราก เธอพยายามคว้าจับมันไว้ แต่มือของเธอกลับกลายเป็นเพียงรอยป้ายสีดำที่เลือนลาง

ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่จากทุกทิศทาง บรอนเวนรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังถูกบีบอัด ถูกม้วน และถูกพับอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดจากการถูกพับนั้นรุนแรงยิ่งกว่าการถูกทรมานด้วยแสงวิเศษ มันคือความเจ็บปวดของการสูญเสียมิติ ความเจ็บปวดของการถูกบังคับให้กลายเป็นระนาบสองมิติ เธอรู้สึกถึงขอบเขตที่ชัดเจนขึ้น ขอบเขตที่ไม่ได้เกิดจากผิวหนัง แต่เกิดจากเส้นขอบของหน้ากระดาษ

'ไม่...' เธอพยายามตะโกนในใจ 'ฉันไม่ใช่แค่หมึก! ฉันมีชื่อ! ฉันคือบรอนเวน!'

แต่คำว่า 'บรอนเวน' กลับกลายเป็นเพียงอักขระตัวหนึ่งที่ถูกเขียนลงบนพื้นที่ว่างเปล่า และทันทีที่มันถูกเขียนเสร็จ มันก็ถูกเส้นหมึกหนาหนักขีดฆ่าทิ้งอย่างไม่ใยดี

โลกทั้งใบของเธอหดแคบลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงขอบเขตของหน้ากระดาษสีขาวโพลนที่ดูราวกับจะเป็นนิรันดร์ ความว่างเปล่ารอบข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้าง เธอรู้สึกถึงแรงกดทับจากด้านบนและด้านล่าง มันคือแรงกดของหน้ากระดาษที่ถูกปิดลง ความมืดมิดที่เคยไหลเวียนกลับกลายเป็นความนิ่งสงบที่น่าสะพรึงกลัว เธอถูกกักขังอยู่ระหว่างชั้นของกระดาษที่ซ้อนทับกันนับพันนับหมื่นเล่ม

ในความเงียบงันนั้น บรอนเวนสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการถูกขัง เธอสัมผัสได้ถึง 'เจตจำนง' ที่อยู่เหนือขึ้นไป มันไม่ใช่ดวงตาบนฟากฟ้าที่จ้องมองอย่างพิโรธ แต่มันคือมือที่มองไม่เห็นซึ่งกำลังพลิกหน้ากระดาษไปทีละหน้าอย่างเชื่องช้าและมั่นคง ทุกครั้งที่หน้ากระดาษถูกพลิก เธอจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่เหมือนกับแผ่นดินไหวที่สั่นคลอนรากฐานของตัวตนเธอ

เธอพยายามจะดิ้นรน พยายามจะส่งสัญญาณออกไปผ่านรอยหมึกที่ยังหลงเหลืออยู่ในจิตวิญญาณ แต่เธอพบว่าตัวเองไม่มีอำนาจใดๆ เลยในโลกใบนี้ เธอเป็นเพียงเนื้อหา เป็นเพียงบทบรรยาย เป็นเพียงตัวละครที่ถูกกำหนดให้หยุดนิ่งอยู่ในหน้าหนังสือที่ถูกปิดตาย

'นี่คือจุดจบของบทที่สี่สิบห้า...' เสียงลึกลับนั้นกระซิบอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูคล้ายกับเสียงพลิกกระดาษ 'และมันเป็นเพียงการเริ่มต้นของบทที่ถูกลืม'

ความมืดมิดเริ่มเปลี่ยนสภาพไป บรอนเวนรู้สึกว่าความว่างเปล่ารอบตัวเธอเริ่มมีร่องรอยของบางอย่าง เธอเริ่มได้ยินเสียงแว่วๆ ของบทสนทนาที่ดูเหมือนจะมาจากที่ไกลแสนไกล เสียงหัวเราะ เสียงฝีเท้า และเสียงการขีดเขียนด้วยปากกาขนนกที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบ

ทันใดนั้น ความรู้สึกของการถูกบีบอัดก็หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเบาหวิวอย่างประหลาด บรอนเวนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกถึงความเย็นของอากาศที่กระทบผิวหน้า แสงสว่างสีนวลตาเริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเธอ แต่มันไม่ใช่แสงที่สว่างจ้าจนแสบตา มันเป็นแสงที่ดูอ่อนแรงและสั่นไหวเหมือนแสงเทียนในห้องที่ลมพัดผ่าน

เธอพยายามลืมตา แต่เปลือกตาของเธอกลับหนักอึ้ง เมื่อเธอกัดฟันฝืนเปิดมันออก สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่ความมืดของหมึก หรือความว่างเปล่าของมิติ แต่มันคือเพดานไม้ที่ผุพังและมีหยากไย่เกาะอยู่เต็มไปหมด แสงที่ลอดผ่านช่องว่างของหลังคาลงมาทำให้เห็นฝุ่นละอองที่เต้นระบำอยู่ในอากาศ

บรอนเวนพยายามจะยันตัวขึ้น แต่ร่างกายของเธอกลับประท้วงด้วยความเจ็บปวดร้าวไปทั้งสรรพางค์กาย เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบและแข็งกระด้าง กลิ่นของไม้เก่า กลิ่นอับชื้น และกลิ่นของฝุ่นละอองเตะเข้าที่จมูก มันเป็นกลิ่นที่ดู 'จริง' เกินกว่าจะเป็นเพียงจินตนาการในมิติหมึก

เธอหันมองไปรอบๆ ด้วยความมึนงง สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นห้องเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้าง มันมีชั้นวางของไม้ที่พังทลาย มีโต๊ะที่ขาไม่เท่ากัน และที่สำคัญที่สุด... มีกองหนังสือที่วางระเกะระกะอยู่ตามพื้น

'ชายชุดเทา...' เธอพยายามเรียกชื่อเขา แต่เสียงที่ออกมากลับแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณ

เธอพยายามคลานไปที่กองหนังสือเหล่านั้น มือของเธอสั่นเทาขณะที่สัมผัสกับปกหนังสือที่ทำจากหนังเก่าๆ ความรู้สึกของผิวสัมผัสที่ขรุขระทำให้เธอตื่นตัวขึ้นมาเล็กน้อย เธอต้องรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน และเธอทำอะไรลงไป

ขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมถึงหนังสือเล่มที่ใกล้ที่สุด สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมห้อง มันคือโต๊ะทำงานขนาดเล็กที่มีตะเกียงน้ำมันที่ยังคงสว่างอยู่เพียงริบหรี่ และข้างๆ ตะเกียงนั้น มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางเปิดอยู่

ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย บรอนเวนตะเกียกตะกายไปที่โต๊ะนั้น เธอไม่ได้ต้องการหาทางออกในทันที แต่เธอต้องการหา 'คำตอบ' เธอเอื้อมมือที่สั่นระริกไปที่สมุดบันทึกเล่มนั้น แสงจากตะเกียงสะท้อนกับหน้ากระดาษที่ดูเหมือนจะเพิ่งถูกเขียนเสร็จใหม่ๆ

หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษนั้น

มันไม่ใช่ภาษาโบราณ ไม่ใช่รหัสลับ แต่มันคือลายมือที่เธอจำได้แม่นยำ... ลายมือของเธอเอง

ข้อความบนหน้านั้นเขียนไว้ว่า: 'หากคุณกำลังอ่านข้อความนี้ แสดงว่าการปิดผนึกในหน้ากระดาษล้มเหลว และคุณได้ตื่นขึ้นมาในที่ที่ความจริงถูกบิดเบือนอีกครั้ง อย่าเชื่อใจแสงสว่างที่เห็น เพราะมันคือหมึกที่กำลังรอการแห้งตัว'

บรอนเวนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเย็นเยียบจากมิติหมึกย้อนกลับมาเกาะกินหัวใจเธออีกครั้ง เธอไม่ได้หนีออกมาจากหน้าหนังสือได้สำเร็จ แต่เธออาจจะเพิ่งหลุดเข้ามาอยู่ใน 'ร่าง' ของหนังสือเล่มอื่นแทน

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องไม้ที่ผุพังนั้น เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของทหารรักษาการณ์ของลอร์ดเซดริก แต่มันเป็นเสียงที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ ราวกับจังหวะการก้าวเดินของผู้ที่รู้ดีว่าตนเองกำลังล่าอะไรอยู่

บรอนเวนรีบหดตัวลงใต้โต๊ะ พยายามกลั้นหายใจให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความหวาดกลัวที่แท้จริงเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เมื่อเธอตระหนักว่า ในสถานที่ที่ทุกอย่างดูเหมือนความจริงแห่งนี้ เธอกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่มีใครต้องการให้มีตัวตนอยู่

ประตูไม้ที่ผุพังถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู บรอนเวนมองผ่านช่องว่างใต้โต๊ะ เห็นเงาของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้อง แสงจากตะเกียงที่สั่นไหวทำให้เงาของเขาทอดยาวไปตามผนังห้อง ดูน่าเกรงขามและมืดดำ

เขาไม่ได้สวมชุดเกราะ แต่สวมชุดคลุมสีเข้มที่ดูเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ และในมือของเขา... เขากำลังถือปากกาขนนกที่ยังคงมีหยดหมึกสีดำสดไหลซึมออกมา

'ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ บรอนเวน' เสียงนั้นนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบจนบาดลึก 'เราไม่ควรขีดฆ่าเธอทิ้งในหน้าที่แล้ว แต่ในเมื่อเธอหนีออกมาได้... เราก็ต้องเขียนบทใหม่ให้เธอเสียเอง'

บรอนเวนตัวแข็งทื่อ ความจริงที่เธอพยายามไขปริศนามาตลอดกำลังตบหน้าเธออย่างรุนแรง... ผู้คัดลอกไม่ได้อยู่แค่ในหอสมุดแก้ว แต่อาจจะอยู่ทุกที่ที่ความจริงถูกจารึกไว้

--- บรอนเวนตื่นขึ้นมาในห้องร้างที่ดูเหมือนความจริงหลังจากถูกขังในมิติหน้ากระดาษ และพบว่าเธอพบสมุดบันทึกที่เขียนด้วยลายมือตัวเองเตือนเรื่องความลวง ก่อนที่ชายปริศนาที่ถือปากกาหมึกสดจะบุกเข้ามาตามล่าเธอ