← All chapters

The Glass Library

Chapter 4Free

ตอนที่ 4 — ความผันผวนในเรือนกระจกแก้ว

“เซเลสเทน ขยับคีมปรับจูนไปทางทิศตะวันออกอีกสององศา เร็วเข้า พลังงานกำลังสวิง!”

เสียงตะโกนของบรอนเวนดังทะลุเสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรกลไกในเรือนกระจกแก้ว เซเลสเทนไม่ได้ตอบกลับด้วยคำพูด แต่เธอรีบยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปจับคีมโลหะเย็นเฉียบ พยายามหมุนปรับปุ่มควบคุมบนแท่นผลึกแก้วอย่างระมัดระวัง แสงสีทองที่เคยไหลเวียนอย่างราบรื่นในท่อแก้วใส บัดนี้กลับกระเพื่อมเหมือนผิวน้ำที่ถูกหินก้อนใหญ่ขว้างใส่ มันวูบวาบและเปลี่ยนจากสีเหลืองอำพันเป็นสีขาวซีดจนน่ากลัว

“ฉันกำลังทำอยู่! แต่มันไม่เหมือนเดิม บรอนเวน มันไม่เหมือนครั้งไหนๆ เลย” เซเลสเทนละล่ำละลักตอบพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก “ปกติค่าความหนาแน่นของแสงในแกนกลางจะนิ่งเหมือนผิวน้ำในบ่อปิด แต่นี่มันเหมือน... เหมือนมันกำลังเต้นระบำแบบบ้าคลั่ง”

บรอนเวนเดินเข้ามาใกล้ แสงจากผลึกสะท้อนในดวงตาที่เรียบเฉยของเธอ “เลิกพูดเรื่องจังหวะเต้นระบำ แล้วดูค่าความเข้มข้นบนมาตรวัดสิ ถ้าแสงมันหลุดจากความถี่ที่อาลักษณ์แสงกำหนดไว้ ตำราที่กำลังคัดลอกอยู่ในห้องข้างล่างจะกลายเป็นเพียงกระดาษเปล่า หรือไม่ก็กลายเป็นกองขี้เถ้าในพริบตา”

“รู้แล้วน่า! ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น” เซเลสเทนกัดฟัน พยายามประคองคีมจูนแสงให้กลับเข้าที่ “มันเป็นเพราะผลึกแก้วชุดใหม่ที่เพิ่งส่งมาจากเหมืองหรือเปล่า? หรือว่าโครงสร้างรอยต่อของท่อแก้วมันรั่ว? ฉันเช็คการไหลเวียนเมื่อเช้าแล้วนะ ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบตามสูตรการคัดลอกเป๊ะๆ”

“ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริงในเอลเดอร์เมียร์หรอก เซเลสเทน” บรอนเวนเอ่ยเสียงเรียบ พลางชี้ไปที่จุดเชื่อมต่อหลักของเรือนกระจก “ดูตรงนั้นสิ แสงมันไม่ได้รั่วออกไปข้างนอก แต่มันกำลัง... หายไป”

เซเลสเทนชะงัก เธอรีบก้มลงมองหน้าปัดมาตรวัดแรงดันแสง ตัวเลขสีทองที่เคยหมุนวนตามเข็มนาฬิกาบัดนี้เริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง แม้เธอจะพยายามเร่งการจ่ายพลังงานจากแกนกลางเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม “เป็นไปไม่ได้... ฉันเร่งแรงดันขึ้นอีก 15 เปอร์เซ็นต์แล้วนะ แต่ทำไมค่าความสว่างในแกนกลางถึงลดลงเรื่อยๆ แบบนี้? มันเหมือนมีรูรั่วที่มองไม่เห็นกำลังดูดกลืนมันไป”

“รูรั่วเหรอ?” บรอนเวนขมวดคิ้ว “แก้วทุกชิ้นในที่นี่ถูกตรวจสอบโดยอาลักษณ์แสงชั้นสูง ไม่มีรอยร้าวแม้แต่มิลลิเมตรเดียว”

“ฉันไม่ได้หมายถึงรอยร้าวทางกายภาพ!” เซเลสเทนขยับตัวไปที่แท่นควบคุมหลัก มือของเธอรัวกดปุ่มปรับสมดุลแสงอย่างรวดเร็ว “มันเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง... บางอย่างที่ไม่ได้อยู่ในระบบของเรา กำลังดึงพลังงานแสงออกไปจากแกนกลางตรงๆ เลย บรอนเวน ดูนี่สิ!”

เธอชี้ไปที่แกนกลางทรงกระบอกแก้วขนาดใหญ่ใจกลางเรือนกระจก ภายในนั้นมีแสงสว่างไสวที่ควรจะหมุนวนเป็นวงกลมอย่างมั่นคง แต่บัดนี้ แสงเหล่านั้นกลับถูกลากยาวเป็นเส้นสายสีขาวจางๆ พุ่งตรงไปยังมุมมืดของเพดานเรือนกระจก ราวกับมีสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นกำลังใช้หลอดดูดน้ำดูดแสงออกไปจากแกน

“มันไม่ใช่ความผิดพลาดของอุปกรณ์” บรอนเวนพูดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังความว่างเปล่าที่แสงถูกดึงไป “นี่มันดูเหมือน... การจารกรรมพลังงาน”

“จารกรรม? ในเรือนกระจกที่ปิดตายเนี่ยนะ?” เซเลสเทนหัวเราะแห้งๆ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความกังวล “ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูเอเลียส เขาคงจะถอนหายใจจนปอดแฟบแน่ และที่แย่กว่านั้นคือถ้าพวกราชสำนักรู้ว่าระบบแสงของเราไม่เสถียร พวกเขาจะหาเรื่องยึดอำนาจการควบคุมผลึกแก้วไปจากเราแน่ๆ”

“เลิกกังวลเรื่องเอเลียส แล้วช่วยฉันหาว่าไอ้ตัวดูดแสงนี่มันคืออะไรก่อน” บรอนเวนหยิบอุปกรณ์วัดคลื่นแสงออกมา “เซเลสเทน ถ้าแสงนี้หายไปจนหมด แกนกลางจะแตก และเอลเดอร์เมียร์จะเสียแหล่งพลังงานหลักในการคัดลอกตำราไปทันที”

เซเลสเทนสูดหายใจลึก เธอพยายามควบคุมมือที่เริ่มเย็นเฉียบ “ฉันจะลองใช้กระแสแสงย้อนกลับเพื่อตรวจจับจุดที่มีการดึงพลังงาน แต่มันเสี่ยงมากนะ ถ้ากระแสย้อนกลับไม่สัมพันธ์กับจังหวะการดูด เราอาจจะทำให้แกนกลางระเบิดได้เลย”

“ก็ลองดู ดีกว่ายืนรอให้ความมืดมาถึง” บรอนเวนตอบสั้นๆ

เซเลสเทนเริ่มทำการปรับจูนครั้งสำคัญ เธอค่อยๆ หมุนวาล์วควบคุมแสงอย่างละเอียดอ่อน เสียงแก้วกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางเสียงหึ่งของพลังงานที่กำลังปั่นป่วน เธอส่งกระแสแสงสั้นๆ ออกไปเพื่อสแกนหาความผิดปกติ แสงวาบเล็กๆ พุ่งออกไปจากปลายคีม แต่มันกลับถูก 'กลืน' หายไปในอากาศธาตุทันทีที่พุ่งออกไป

“มันไม่ได้อยู่แค่ที่เพดาน...” เซเลสเทนพึมพำ เสียงของเธอสั่น “มันอยู่ทุกที่... เหมือนอากาศรอบตัวเรากำลังทำหน้าที่เป็นท่อส่งพลังงานที่มองไม่เห็น”

ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าในแกนกลางก็วูบดับลงไปชั่วขณะหนึ่ง ทิ้งให้ทั้งเรือนกระจกตกอยู่ในความสลัวมัวซัว ก่อนที่มันจะสว่างวาบขึ้นมาใหม่ด้วยแสงที่เข้มจัดจนแสบตา พลังงานที่พุ่งพล่านทำให้แก้วบางชิ้นเริ่มสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงแหลมสูงบาดหู

“มันกำลังเร่งจังหวะการดูด!” เซเลสเทนตะโกนแข่งกับเสียงแก้วสั่น “บรอนเวน! ฉันควบคุมมันไม่ได้แล้ว!”

บรอนเวนก้าวเข้ามาประชิดข้างเซเลสเทน “ตั้งสติ! ปิดวาล์วสำรองทันที!”

“ปิดไม่ได้! วาล์วถูกล็อคด้วยแรงดันที่ผิดปกติ!” เซเลสเทนกัดฟันแน่น เหงื่อไหลเข้าตาจนต้องกะพริบถี่ๆ “มันเหมือนมีใครบางคนกำลังสั่งการแสงจากข้างในนี้!”

ความเงียบงันที่น่าขนลุกปกคลุมขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่แสงในแกนกลางจะหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เซเลสเทนมองดูมาตรวัดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด เธอรู้ดีว่าหากปล่อยไว้แบบนี้ เรือนกระจกแก้วที่เปรียบเสมือนหัวใจของอาลักษณ์แสงจะพังทลายลง

“ฉันจะทำอย่างหนึ่ง...” เซเลสเทนพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความร่าเริงอีกต่อไป แต่เป็นความเด็ดขาดที่แฝงด้วยความหวาดกลัว “ฉันจะสั่งปิดระบบแสงส่วนใหญ่ในเรือนกระจกทั้งหมด และเปลี่ยนไปใช้โหมดป้องกันพลังงานขั้นสูงสุด มันจะทำให้เราไม่มีแสงสำหรับคัดลอกตำราไปอีกหลายวัน แต่เราจะรักษาแกนกลางไว้ได้”

“ทำเลย อย่ามัวแต่รอ” บรอนเวนสั่ง

เซเลสเทนกระชากคันโยกสีทองลงสุดแรง เสียงกลไกหนักอึ้งทำงานส่งเสียงครืดคราด แสงในท่อแก้วค่อยๆ หรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นสายจางๆ ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่ความสว่างไสว แต่แรงดึงดูดประหลาดนั้นยังไม่หยุดลง มันยังคงพยายามจะดึงกระชากเศษเสี้ยวแสงที่เหลืออยู่

เซเลสเทนหอบหายใจแรง เธอหันไปมองบรอนเวนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยการตัดสินใจ “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาขโมยแสงของเอลเดอร์เมียร์ไปได้ แม้แต่เงาที่มองไม่เห็นนี่ก็ตาม ฉันจะติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยรอบแกนกลางใหม่ทั้งหมด และจะเพิ่มเวทมนตร์สลักลายบนแก้วทุกชิ้นเพื่อดักจับความผันผวนนี้”

บรอนเวนมองดูความมืดที่ปกคลุมเรือนกระจก “เธอรู้ใช่ไหมว่าถ้าเอเลียสมาเห็นสภาพนี้ เขาจะสั่งสอบสวนเราทั้งคู่”

“ให้เขามาเถอะ” เซเลสเทนตอบพลางหยิบเครื่องมือช่างขึ้นมาเตรียมพร้อม “แต่ก่อนที่เขาจะมา ฉันจะทำให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งชั่วร้ายตัวไหนมาแตะต้องพลังงานแสงของที่นี่ได้อีก”

ทันใดนั้น เสียงกระแทกดัง 'ปัง!' ก็เกิดขึ้นที่ประตูเหล็กหนาของเรือนกระจกแก้ว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังมุ่งตรงมาทางพวกเขา

--- เซเลสเทนพบความผิดปกติของพลังงานแสงในเรือนกระจกแก้วที่ถูกบางสิ่งลึกลับดูดกลืนไป เธอจึงตัดสินใจปิดระบบแสงหลักเพื่อรักษาแกนกลางและเตรียมยกระดับการป้องกันสูงสุด