← All chapters

The Glass Library

Chapter 28Free

ตอนที่ 28 — เสียงตะโกนหน้าลานผลึกแก้ว

เสียงเคาะไม้เท้าของเอเลียสกระทบพื้นหินอ่อนของหอจดหมายเหตุ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่ความหายนะ เขาก้มลงมองแผ่นกระดาษหนังแกะบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยรอยหมึกจางๆ ข้อมูลที่เขาเพิ่งอนุมัติให้คัดลอกและส่งออกไปยังเขตการปกครองรอบนอกกำลังย้อนกลับมาหาเขาในรูปแบบที่เขาไม่เคยคาดคิด

"ท่านเอเลียสครับ รายงานจากเขตการค้าชั้นนอกแจ้งว่า..." เสียงของอาลักษณ์ฝึกหัดสั่นพร่าขณะก้าวเข้ามาในห้อง "พวกเขาไม่ยอมรับบันทึกรายได้ใหม่ที่ทางสำนักเราส่งไปครับ พวกเขาบอกว่าตัวเลขในต้นฉบับกับสิ่งที่พวกเขาได้รับจริงมันไม่ตรงกัน"

เอเลียสถอนหายใจยาวจนไหล่ห่อลง เขาไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย สายตายังคงจับจ้องที่รอยหมึก "แล้วเจ้าบอกพวกเขาไปว่าอย่างไร?"

"ผมบอกว่ามันเป็นความผิดพลาดของแสงจากผลึกแก้วในการคัดลอกครับ แต่พวกเขาไม่ฟัง... พวกเขาเริ่มพูดเรื่องความไม่โปร่งใสของราชสำนัก"

เขาลุกขึ้นยืน ปรับปกเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มให้เข้าที่ ความเป็นระเบียบคือเกราะป้องกันเดียวที่เขามีในโลกที่กำลังเริ่มบิดเบี้ยว "นำทางข้าไปที่ลานกว้าง ข้าต้องการเห็นด้วยตาตัวเองว่า 'ความผิดพลาดของแสง' ที่เจ้าว่า มันกำลังกลายเป็นไฟไหม้ป่าหรือแค่ควันไฟเล็กๆ"

เมื่อก้าวพ้นประตูหอจดหมายเหตุ กลิ่นอายของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่เคยสงบนิ่งกลับเปลี่ยนไป อากาศที่ควรจะบริสุทธิ์จากไอเวทมนตร์ของผลึกแก้วกลับเต็มไปด้วยฝุ่นดินและเสียงตะโกนที่แผดลั่นมาจากทิศทางของตลาดกลาง เอเลียสเร่งฝีเท้าผ่านกลุ่มอาลักษณ์ที่ยืนเกาะกลุ่มกันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

"ดูนั่นสิ!" เซเลสเทนตะโกนขึ้นมาขณะวิ่งสวนทางเขามา ใบหน้าของเธอที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มสดใสบัดนี้ซีดเผือด มือของเธอกำแท่งผลึกแก้วขนาดเล็กไว้แน่น "เอเลียส! พวกเขาไม่ได้แค่เถียงเรื่องตัวเลขแล้วนะ พวกเขากำลังเอาบันทึกประวัติศาสตร์ฉบับเก่ามากางเทียบกับประกาศใหม่ของราชสำนัก!"

"เซเลสเทน ใจเย็นก่อน" เอเลียสพยายามคุมเสียงให้เรียบ "มันเป็นแค่การถกเถียงทางวิชาการของประชาชนทั่วไป"

"ไม่ใช่!" เธอพูดรัวเร็วราวกับพายุ "ความถี่ของแสงที่ใช้คัดลอกในรอบเดือนนี้มันสม่ำเสมอเกินไปจนดูเหมือนการจงใจบิดเบือนข้อมูล พวกเขาเริ่มสงสัยว่าสำนักอาลักษณ์กำลังทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือเขียนบทละครให้ราชสำนักไม่ใช่ผู้รักษาความจริง!"

เอเลียสมาถึงลานกว้างหน้าศาลาว่าการ ภาพตรงหน้าคือฝูงชนกลุ่มเล็กๆ ที่เริ่มขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ชายในชุดช่างฝีมือถือม้วนกระดาษที่ขาดวิ่น ชูขึ้นเหนือหัวพร้อมกับตะโกนคำถามที่ฟังดูเหมือนคำสาปแช่ง

"ความจริงอยู่ที่ไหน! ทำไมบันทึกของพวกเราถึงถูกลบเลือน!" เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น

"ราชสำนักเขียนอนาคตด้วยหมึกปลอม!" อีกเสียงเสริม

เอเลียสก้าวออกไปข้างหน้า พยายามใช้บารมีของอาลักษณ์อาวุโสหยุดยั้งสถานการณ์ "ทุกท่าน! โปรดอยู่ในความสงบ การตรวจสอบความถูกต้องของต้นฉบับต้องใช้เวลาตามระเบียบของเอลเดอร์เมียร์ การวิพากษ์วิจารณ์โดยไร้หลักฐานทางเวทมนตร์ถือเป็นความผิด"

"หลักฐานงั้นหรือ?" ชายร่างท้วมคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า เขาคือพ่อค้าขายเครื่องเขียนที่เอเลียสรู้จักดี "ท่านเอเลียส ท่านจะบอกว่าบันทึกที่ว่า 'คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก' ในคัมภีร์โบราณที่พวกเราเคยอ่านกัน มันเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันที่พวกท่านแต่งขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการสืบทอดอำนาจงั้นหรือ?"

ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานกว้างชั่วขณะ เอเลียสรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมตามฝ่ามือ คำทำนายนั้นเป็นความลับระดับสูงที่ถูกระบุไว้ในบันทึกเก่าแก่ที่บรอนเวนเคยค้นพบ แต่มันกลับหลุดรอดออกมาสู่ปากชาวบ้านได้อย่างไร?

"นั่นเป็นเพียงการตีความที่คลาดเคลื่อนจากบริบททางประวัติศาสตร์" เอเลียสตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "สำนักอาลักษณ์ไม่ได้มีหน้าที่กำหนดอนาคต แต่มีหน้าที่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจริง"

"แล้วทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นจริงถึงไม่เคยตรงกับสิ่งที่พวกท่านบันทึกเลยล่ะ!" เสียงตะโกนสวนกลับมา พร้อมกับการขว้างม้วนกระดาษใส่กลุ่มอาลักษณ์ที่พยายามกันฝูงชนไว้

เซเลสเทนกระซิบข้างหูเขา "เอเลียส ข้าตรวจพบความผันผวนของกระแสแสงในพื้นที่นี้ มันไม่ใช่แค่คนประท้วง... มีบางอย่างกำลังขยับเขยื้อนอยู่ในโครงสร้างเวทมนตร์ของเมือง"

ทันใดนั้น ทหารรักษาการณ์ของราชสำนักในชุดเกราะเงินก็วิ่งเข้ามากลางลานเพื่อสลายการชุมนุม แต่แทนที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น การกระชากตัวประชาชนและเสียงดาบกระทบโล่กลับกลายเป็นการเติมเชื้อไฟ ความตึงเครียดระหว่างความต้องการความถูกต้องกับความต้องการควบคุมอำนาจที่สะสมมาตั้งแต่เหตุการณ์ RY10 บัดนี้ได้ระเบิดออกเป็นความโกลาหลที่จับต้องได้

เอเลียสมองดูความวุ่นวายนั้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ข้อมูลที่เขาคิดว่ามันเป็นเพียงหมึกบนกระดาษ บัดนี้ได้กลายเป็นก้อนหินที่ขว้างใส่รากฐานของเมืองเอลเดอร์เมียร์จนเริ่มร้าว

ในขณะที่เขากำลังจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่เก็บกวาดพื้นที่ ม้าเร็วจากราชสำนักก็ควบตะบึงเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา ชายคนนั้นหอบหายใจรุนแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

"ท่านเอเลียส!" ม้าเร็วตะโกน "มีข่าวร้ายจากวังหลวง... คำสั่งใหม่ถูกส่งออกมาแล้ว พวกเขาประกาศให้ระงับการเข้าถึงบันทึกประวัติศาสตร์ทุกประเภทในเขตชั้นใน และสั่งให้จับกุมผู้ใดก็ตามที่ครอบครองต้นฉบับที่ไม่ได้รับการรับรองทันที!"

เอเลียสยืนนิ่งงัน การตัดสินใจของราชสำนักไม่ได้เป็นการระงับเหตุ แต่เป็นการประกาศสงครามกับความจริงที่ประชาชนถือครองอยู่ เขามองไปที่ฝูงชนที่เริ่มกรูเข้าหาทหาร และมองไปที่เซเลสเทนที่กำลังพยายามประคองผลึกแก้วที่เริ่มสั่นไหวด้วยพลังงานที่ผิดเพี้ยน

ความสงบสุขที่เขารักษาสืบเนื่องมาตลอดชีวิตการเป็นอาลักษณ์กำลังจะสิ้นสุดลง และเขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะตามมา ไม่ใช่แค่การประท้วง แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครในเอลเดอร์เมียร์จะสามารถบันทึกมันไว้ได้ทัน

--- เอเลียสต้องเผชิญกับความวุ่นวายในเมืองเอลเดอร์เมียร์ เมื่อข้อมูลที่เขาส่งออกไปเริ่มถูกประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใส จนนำไปสู่การประท้วงและการประกาศกฎเหล็กที่รุนแรงขึ้นจากราชสำนัก