← All chapters

The Glass Library

Chapter 18Free

ตอนที่ 18 — ทางแยกใต้แสงสีรุ้ง

เสียงเหล็กกระทบกันของชุดเกราะอาลักษณ์รักษาการณ์ดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินแคบๆ ราวกับเสียงกลองศึกที่ขยับเข้าใกล้เข้ามาทุกขณะ บรอนเวนรู้สึกถึงความเย็นเยียบของอากาศที่ไหลผ่านซอกนิ้วขณะที่เธอคว้ามือเอเลียสไว้แน่น แสงสว่างจ้าจากไม้เท้าเวทมนตร์ที่สาดส่องผ่านช่องประตูที่เพิ่งถูกกระแทกเข้ามานั้นไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงที่ประกาศการมาถึงของอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกความจริงที่ขวางหน้า

“ทางทิศตะวันตก! เร็วเข้า!” บรอนเวนกระซิบสั่ง เสียงของเธอไม่ได้สั่นเครืออย่างที่ใจเป็น แต่มันคือความเด็ดเดี่ยวที่ถูกกลั่นออกมาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอไม่ได้มองกลับไปที่ประตูที่กำลังจะพังทลายลง แต่สายตาของเธอกวาดมองไปที่ความมืดมิดของโถงทางเดินลับที่ขดเคี้ยวราวกับลำไส้ของอสูรกาย

เอเลียสพยักหน้า แม้ใบหน้าของเขาจะซีดเผือดภายใต้แสงตะเกียงที่ริบหรี่ “ถ้าเราผ่านทางนี้ไปได้ เราจะไปโผล่ที่เขตคลังเก็บผลึกสำรอง มันเชื่อมต่อกับทางระบายอากาศด้านนอกเรือนกระจก แต่อาจจะต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าที่คิด”

ทั้งคู่พุ่งตัวออกไปในความมืดทันทีที่ประตูไม้หนาหนักถูกพังเข้ามา เสียงตะโกนสั่งการของเจ้าหน้าที่ราชสำนักดังไล่หลังมาติดๆ บรอนเวนรู้สึกถึงแรงลมจากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของพวกเขาทั้งคู่ ขาของเธอขยับไปตามความคุ้นชินที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นจากแผนที่ในหัว กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นสนิมจากโครงสร้างเหล็กเก่าๆ ในส่วนลึกของหอสมุดตลบอบอวลอยู่รอบตัว

ขณะที่พวกเขาวิ่งผ่านอุโมงค์แคบๆ บรอนเวนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าของเซเลสเทน ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเธอเหมือนกรด แสงสีรุ้งที่เธอเห็นในนิมิต... แสงที่เขียนชะตากรรมของเธอเอาไว้... มันไม่ใช่แค่คำเตือน แต่มันคือการตอกย้ำว่าโลกที่พวกเขารู้จักกำลังถูกบิดเบือนโดยฝีมือของคนที่พวกเขาเคยเชื่อถือ หากเซเลสเทนถูกบังคับให้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรนี้จริง สิ่งที่เด็กสาวผู้รักแสงสว่างคนนั้นกำลังเผชิญอยู่อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าการถูกจองจำ

“หยุดก่อน!” เอเลียสฉุดแขนเธอไว้ที่หัวมุมหนึ่งของทางเดินใต้ดิน เสียงฝีเท้าด้านหลังเริ่มเบาลง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขารอดพ้น

“พวกมันไม่ได้เดินตามทางเดินหลัก แต่มันกำลังใช้แสงส่องไล่ไปตามรอยแยกของผนัง” เอเลียสกระซิบพลางปรับระดับแสงจากผลึกแก้วในมือให้ต่ำที่สุดจนเหลือเพียงแสงสลัวสีฟ้าจางๆ “พวกเขาไม่ได้แค่ต้องการจับเรา แต่พวกเขาต้องการตามหา ‘สิ่งนั้น’... สิ่งที่อยู่ในห้องทำงานลับนั่น”

บรอนเวนมองไปที่มือของตัวเองที่ยังคงสั่นเทา เธอพยายามรวบรวมสมาธิ “ถ้าพวกเขาตามรอยแสงได้ เราก็ต้องไม่ใช้แสง” เธอหยิบผ้าคลุมสีเข้มขึ้นมาคลุมไหล่เพื่อลดการสะท้อนของแสงจากผลึกแก้วของเอเลียส “เราต้องไปหาเซเลสเทนให้เจอ ก่อนที่พวกเขาจะใช้ความสามารถของเธอสร้าง ‘อนาคต’ ที่พวกเขาต้องการขึ้นมาจริงๆ”

พวกเขาเคลื่อนที่ต่อไปในความเงียบสงัดที่น่าอึดอัด ทุกย่างก้าวบนพื้นหินที่ขรุขระดูเหมือนจะส่งเสียงดังเกินความจำเป็นในโสตประสาท บรอนเวนสังเกตเห็นว่าทางเดินเริ่มเปลี่ยนไป จากอุโมงค์ดินชื้นๆ กลายเป็นโครงสร้างที่สร้างจากหินอ่อนและแก้วที่เริ่มแตกร้าว มันคือส่วนรอยต่อระหว่างหอสมุดเก่ากับส่วนขยายใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเงินทุนปริศนาของลอร์ดคาเซียน

ทันใดนั้น แสงสีรุ้งจางๆ ก็ปรากฏขึ้นที่ปลายอุโมงค์ มันไม่ได้สว่างวาบเหมือนแสงจากไม้เท้าเวทมนตร์ แต่มันดูเหมือนการเต้นพริ้วของระลอกน้ำบนผิวกระจก บรอนเวนหยุดชะงัก รอยด่างนั้นกำลังลากยาวไปตามพื้นหินอีกครั้ง

“มันอีกแล้ว...” เธอพึมพำ “มันไม่ได้แค่เป็นรอยด่าง แต่มันเหมือนมันกำลัง ‘นำทาง’ เราไปหาบางอย่าง”

“หรือมันกำลังล่อเราไปหาความตายกันแน่?” เอเลียสตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เขาขยับเข้าไปใกล้บรอนเวนจนไหล่ชนกัน “บรอนเวน ถ้าแสงนี่คือสิ่งที่ควบคุมอนาคตได้จริง มันอาจจะรู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร และมันอาจจะกำลังพยายามเปลี่ยนเส้นทางของเราให้ไปสู่จุดจบที่มันต้องการก็ได้”

บรอนเวนจ้องมองรอยสีรุ้งนั้นด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความหวาดกลัวและความปรารถนาที่จะรู้ความจริง หากอนาคตเปลี่ยนได้ผ่านทางเลือก... แล้วทางเลือกของเธอในตอนนี้คืออะไร? จะหนีไปให้พ้นจากวงจรนี้ หรือจะเดินตามแสงนี้ไปเพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจทำลายทุกอย่าง?

“ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเขียนบทสรุปชีวิตของฉัน” บรอนเวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและมั่นคง “ไม่ว่าจะเป็นราชสำนัก หรือแสงสีรุ้งนี่ก็ตาม”

เธอตัดสินใจก้าวเดินต่อไปตามรอยสีรุ้งนั้น ทิ้งความลังเลไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางความมืดมิดที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ของหอสมุดแก้วที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ แต่มันมีเสียงของบางอย่างที่ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากมนุษย์... เสียงที่ดังแว่วมาจากรอยแยกของแสงสีรุ้งที่กำลังสั่นไหวอยู่ตรงหน้า

--- บรอนเวนและเอเลียสตัดสินใจหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ราชสำนักผ่านทางลับใต้ดิน โดยมุ่งหน้าไปหาเซเลสเทนเพื่อหยุดยั้งแผนการบิดเบือนอนาคต ทว่าระหว่างทางพวกเขาพบรอยสีรุ้งประหลาดที่ดูเหมือนจะนำทางพวกเขาไปสู่บางสิ่งที่ไม่ใช่แค่ทางออก แต่เป็นความลับที่ลึกซึ้งกว่าเดิม