← All chapters

The Glass Library

Chapter 14Free

ตอนที่ 14 — บันทึกการทดลองที่ถูกลบออกจากหอสมุด

เสียงฝีเท้าของบรอนเวนกระทบกับพื้นหินอ่อนของอาลักษณ์สถาบันดังสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่มืดสลัว เธอต้องก้มหน้าหลบสายตาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินตรวจตราอยู่ทุกๆ สิบนาที ในมือของเธอไม่มีอะไรนอกจากสมุดจดเล่มเล็กที่ว่างเปล่า แต่มันคือสิ่งที่เธอต้องใช้เพื่อจดจำรายละเอียดที่อาจเปลี่ยนชีวิตเธอได้ หากเอเลียสรู้ว่าเธอกำลังแอบลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามชั้นในเพื่อตามรอยความลับเรื่องเรือนกระจกแก้ว เขาคงจะถอนหายใจยาวจนอกแทบแตกแล้วสั่งให้เธอหยุดทำเรื่องไร้สาระนี้เสีย

“ทางนี้ เร็วเข้า ถ้าพวกหน่วยตรวจตรามาเห็นคุณเข้า เราจะซวยกันทั้งคู่” เสียงกระซิบที่รัวเร็วและแผ่วเบาดังขึ้นจากเงามืดข้างเสาหิน

บรอนเวนชะงักเท้า เธอหันไปพบกับเซเลสเทน เจ้าหน้าที่อาลักษณ์สาวที่มักจะวิ่งวุ่นอยู่กับเครื่องแก้วและผลึกในแผนกคัดลอก แววตาของเซเลสเทนไม่ได้ดูร่าเริงเหมือนยามที่เธอกำลังอธิบายเรื่องความบริสุทธิ์ของแสงผลึกแก้ว แต่มันเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด

“คุณมาทำอะไรที่นี่ เซเลสเทน? ฉันไม่ได้นัดคุณไว้” บรอนเวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามนิสัย แต่นัยน์ตาจ้องมองไปที่ทางออกด้านหลัง

“ฉันเห็นคุณเมื่อเช้า... ตอนที่คุณพยายามแอบดูบันทึกของเอเลียส” เซเลสเทนขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำมันขัดเงาผลึกแก้วจางๆ ลอยมาจากชุดของเธอ “เรื่องคำทำนายปลอมนั่นน่ะ ฉันไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ แต่มันเริ่มไม่ปลอดภัยสำหรับทุกคนแล้ว ถ้าพวกราชสำนักรู้ว่ามีคนกำลังขุดคุ้ยเรื่องเรือนกระจกแก้ว พวกเขาจะสั่งปิดหอสมุดและกวาดล้างทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที”

บรอนเวนขมวดคิ้ว “แล้วคุณช่วยฉันทำไม?”

“เพราะฉันไม่อยากเห็นคนฉลาดๆ ต้องไปนอนในคุกใต้ดินเพราะความโง่เขลาของพวกเบื้องบนไงล่ะ!” เซเลสเทนกระซิบตอบ ก่อนจะคว้าข้อมือของบรอนเวนแล้วดึงเข้าไปในซอกทางเดินแคบๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน “ตามฉันมา อย่าส่งเสียงดัง”

เซเลสเทนนำทางเธอผ่านประตูไม้โอ๊กหนักอึ้งที่ซ่อนอยู่หลังชั้นวางตำราประวัติศาสตร์เอลเดอร์เมียร์ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นหนาเตอะเข้าปะทะจมูกทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู พวกเขาไม่ได้อยู่ในส่วนที่แสงสว่างจากผลึกแก้วส่องถึง แต่เป็นส่วนที่ถูกลืม—เขตเก็บรักษาเอกสารที่ไม่ได้รับการจัดหมวดหมู่มานานหลายทศวรรษ

“ที่นี่คือส่วนที่ถูกลืม” เซเลสเทนกระซิบขณะใช้ไฟฉายขนาดเล็กส่องไปตามชั้นวางที่เอียงกะเท่เล่ “มันไม่มีในแผนที่ปัจจุบันของอาลักษณ์แสง เพราะมันไม่มีค่าทางเศรษฐกิจ และไม่มีความหมายทางการเมือง... หรืออย่างน้อยก็เป็นอย่างนั้นในสายตาของราชสำนัก”

บรอนเวนกวาดสายตามองไปรอบๆ “คุณกำลังจะบอกว่า ความลับที่เอเลียสตามหา มันอาจจะถูกฝังอยู่ในกองขยะพวกนี้งั้นเหรอ?”

“ฉันไม่ได้บอกว่ามันเป็นขยะ” เซเลสเทนแย้ง พลางเดินไปที่ตู้เหล็กใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยสนิม “ฉันแค่บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ 'ไม่ควรมีอยู่' ลองดูนี่สิ”

เซเลสเทนเปิดลิ้นชักออก เผยให้เห็นแฟ้มหนังสีซีดที่ประทับตราสัญลักษณ์แปลกๆ—รูปดวงตาที่ถูกล้อมด้วยเส้นแสงที่บิดเบี้ยว บรอนเวนหยิบมันขึ้นมาเปิดดู นิ้วของเธอสัมผัสได้ถึงความสากของกระดาษที่เริ่มกรอบแตก

“นี่คือเอกสารเกี่ยวกับการทดลองแสง (Light Experimentation)” บรอนเวนอ่านหัวข้อด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน

“มันคือโปรเจกต์ลับก่อนยุคความไม่สงบ RY10” เซเลสเทนอธิบายพลางชี้ไปที่แผนภาพในหน้าถัดไป “พวกเขามันไม่ได้แค่ใช้แสงเพื่อคัดลอกหนังสือ แต่พวกเขาพยายามจะ 'จับ' แสงสะท้อนของเหตุการณ์ ดูนี่สิ... พวกเขาพยายามใช้ผลึกแก้วชนิดพิเศษเพื่อดูดซับแสงที่ตกกระทบวัตถุในอดีต เพื่อสร้างภาพจำลองของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตอนนั้น”

บรอนเวนเพ่งมองภาพวาดลายเส้นที่แสดงการวางตำแหน่งผลึกแก้วรอบห้องโถงขนาดใหญ่ “คุณกำลังบอกว่า ถ้าพวกเขาสามารถจับแสงสะท้อนได้ พวกเขาก็สามารถ 'เห็น' อดีตได้งั้นเหรอ? และถ้าเห็นอดีตได้ พวกเขาก็สามารถสร้างหลักฐานปลอมขึ้นมาได้ด้วยการจัดฉากแสงให้ดูเหมือนเป็นเหตุการณ์จริง?”

“นั่นคือสมมติฐานที่น่ากลัวที่สุด” เซเลสเทนตอบ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “ดูบันทึกหน้าที่สิบสองสิ”

บรอนเวนพลิกหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง ลายมือในบันทึกนั้นดูรีบเร่งและสั่นไหวคล้ายกับผู้เขียนกำลังอยู่ในภาวะตื่นตระหนก 'การทดลองครั้งที่ 402: ผลึกแก้วไม่สามารถกักเก็บแสงสะท้อนได้ตามปกติ มันเริ่มดูดซับแสงที่มากกว่าที่มันควรจะเป็น... มันไม่ได้แค่แสดงภาพ แต่มันเริ่มเปลี่ยนแปลงแสงในห้องทดลองให้กลายเป็นสิ่งที่มัน 'อยาก' ให้เห็น...'

บรอนเวนหยุดอ่านเมื่อถึงบรรทัดสุดท้ายที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีดำหนาทึบ แต่เธอยังพออ่านข้อความที่หลงเหลืออยู่ได้: '...ยกเลิกโครงการทันที ผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่อาจคาดเดาได้และเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพของความเป็นจริง...'

“ผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้...” บรอนเวนพึมพำ “มันหมายความว่ายังไง? แสงมันสร้างภาพลวงตา หรือมันกำลังสร้างความจริงใหม่ขึ้นมากันแน่?”

เซเลสเทนขยับแว่นตาและถอนหายใจ “ฉันไม่รู้ แต่ถ้าสิ่งที่พวกคุณเจอในเรือนกระจกแก้วคือสิ่งที่หลงเหลือจากโครงการนี้ แสดงว่าราชสำนักไม่ได้แค่กำลังใช้คำทำนายปลอมเพื่อการเมือง แต่มันอาจจะเป็นการใช้เครื่องมือที่ควบคุมไม่ได้เพื่อเปลี่ยนประวัติศาสตร์เลยก็ได้”

บรอนเวนปิดแฟ้มลง เสียงดัง 'ปึก' เล็กน้อยในความเงียบสงัดของหอสมุดที่ถูกลืม เธอรู้สึกถึงความหนักอึ้งของข้อมูลที่เพิ่งได้รับมา มันไม่ใช่แค่เรื่องการฉ้อโกง แต่มันคือการแทรกแซงรากฐานของโลกที่อาลักษณ์แสงพยายามรักษาไว้

“เซเลสเทน” บรอนเวนหันไปสบตากับเจ้าหน้าที่สาว “คุณต้องช่วยฉันหาต่อ ว่า 'ผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้' ที่พวกเขาเขียนไว้ในบันทึกนี้คืออะไรกันแน่ พวกเขาหยุดการทดลองเพราะมันล้มเหลว หรือเพราะมันทำงานได้ดีเกินไปจนน่ากลัวกันแน่?”

เซเลสเทนมองหน้าบรอนเวนครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ “ฉันจะลองค้นในบันทึกการนำเข้าผลึกแก้วรุ่นพิเศษ... ถ้ามันมีอยู่จริง ฉันจะหาทางบอกคุณ แต่อย่าให้เอเลียสรู้ล่ะ ถ้าเขามาพบเราที่นี่ เขาจะถือว่าเราทั้งคู่เป็นอาชญากรรมทางเวทมนตร์ทันที”

ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากห้อง บรอนเวนสังเกตเห็นบางอย่างที่มุมล่างของหน้ากระดาษที่เธอเพิ่งปิดไป มันคือรอยประทับเล็กๆ ที่ดูเหมือนตราสัญลักษณ์ของราชินีผู้จะมาจุติ—คำทำนายที่ถูกบันทึกไว้ในนิมิตโบราณ รอยประทับนั้นดูไม่เหมือนตราทางการ แต่มันดูเหมือนรอยสลักที่จงใจทิ้งไว้เพื่อรอใครบางคนมาพบ

--- บรอนเวนได้รับความช่วยเหลือจากเซเลสเทนให้ลอบเข้าไปในส่วนที่ถูกลืมของหอสมุด จนได้พบกับบันทึกการทดลองลับเกี่ยวกับการใช้ผลึกแก้วเพื่อดักจับแสงสะท้อนของเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งถูกสั่งระงับเพราะผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้