← All chapters

The Glass Library

Chapter 134Free

ตอนที่ 134 — เสียงเคาะประตูของหน่วยตรวจตรา

เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นมาจากโถงทางเดินด้านนอกห้องปฏิบัติการ บรอนเวนกระชับด้ามมีดสั้นที่ข้างเอวแน่นขึ้น แสงสีฟ้าจากผลึกแก้วบนโต๊ะทำงานของเซเลสเทนกำลังสั่นระริก มันไม่ใช่การสั่นแบบปกติ แต่มันคือการเต้นเป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่กำลังตื่นตระหนก

“พวกเขามารวดเร็วกว่าที่ฉันคำนวณไว้ในแผนผังการไหลของแสงเสียอีก!” เซเลสเทนพูดรัวเร็ว นิ้วมือของเธอขยับไปมาเหนือแผงควบคุมผลึกแก้วอย่างบ้าคลั่ง “บรอนเวน! ฉันต้องปรับความถี่ของ ‘แสงสะท้อนของกาลเวลา’ อีกนิดเดียว ถ้าฉันหยุดตอนนี้ พลังงานที่สะสมอยู่ในเครื่องมือนี้จะตีกลับแล้วเผาห้องนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน!”

“หยุดพูดเรื่องเถ้าถ่าน แล้วบอกฉันทีว่าเรามีเวลาเหลือเท่าไหร่” บรอนเวนเอ่ยเสียงเรียบ เธอเดินไปที่ประตูไม้หนาหนักของห้องแห่งการสร้างสรรค์ พยายามฟังเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังใกล้เข้ามา “เอเลียส คุณจัดการพวกเขายังไง?”

เอเลียสที่ยืนอยู่ข้างเครื่องมือขนาดใหญ่ ถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ลง เขาจัดปกเสื้อสีขาวสะอาดของเขาให้เข้าที่แม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน “ฉันกำลังพยายามใช้หลักเกณฑ์ของสำนักอาลักษณ์เข้าสู้ บอกพวกเขาว่าเรากำลังทำการตรวจสอบความถูกต้องของบันทึกมาสเตอร์เอเดรียนตามระเบียบ... แต่ดูเหมือนหน่วยตรวจตราของราชสำนักจะไม่สนใจระเบียบเท่ากับความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขา”

“ระเบียบกินไม่ได้หรอกเอเลียส แต่ความตายกินเราได้แน่” บรอนเวนประชด พลางจ้องมองไปยังแสงที่เริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีทองหม่น “เซเลสเทน เครื่องมือทำงานถึงไหนแล้ว?”

“เกือบแล้ว! แสงสะท้อนกำลังทำงาน มันไม่ได้แค่ฉายภาพ แต่มันกำลัง... มันกำลังสร้าง!” เซเลสเทนตะโกนแข่งกับเสียงฝีเท้าที่หยุดลงหน้าประตู “มันกำลังสร้างความเข้าใจในโครงสร้างของมิติ! ดูนั่นสิ!”

แสงที่พุ่งออกมาจากใจกลางเครื่องมือไม่ได้เป็นเพียงลำแสง แต่มันคือเส้นใยละเอียดอ่อนที่ถักทอไปทั่วห้อง บรอนเวนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มาจากภายในกระดูกของเธอ เมื่อเส้นใยแสงเหล่านั้นแตะต้องสิ่งของ มันไม่ได้แค่แสดงภาพลักษณ์ แต่มันทำให้เธอ ‘เห็น’ ความเป็นไปของสิ่งนั้น บรอนเวนมองไปที่ตำราเก่าแก่บนโต๊ะ แสงสะท้อนทำให้เธอไม่ได้เห็นแค่ตัวอักษร แต่เธอเห็นถึงความเหนื่อยล้าของอาลักษณ์ผู้เขียนมัน เห็นถึงความหวังที่ฝังอยู่ในน้ำหมึก

“มันกำลังเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน...” บรอนเวนพึมพำ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความรู้สึกที่หนักอึ้งและลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“บรอนเวน! ดูนี่!” เซเลสเทนชี้ไปที่บันทึกโบราณที่วางอยู่ใจกลางวงล้อมของแสง “คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก... มันไม่ได้เป็นแค่ข้อความ แต่มันคือจุดเชื่อมต่อ!”

ในขณะที่แสงกำลังขยายตัว บรอนเวนรู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงเข้าสู่กระแสธารของความรู้สึก เธอเห็นภาพของเอเลียส ไม่ใช่แค่ชายผู้เคร่งครัด แต่เธอเห็นความกดดันที่เขาแบกรับ ความกลัวที่จะทำผิดพลาดต่อกฎของสำนัก และความโดดเดี่ยวที่เขาซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเป็นทางการ เธอเห็นความกังวลที่แท้จริงของเซเลสเทนที่อยู่เบื้องหลังความร่าเริงเกินเหตุ

‘นี่ไม่ใช่แค่การมองเห็น’ บรอนเวนคิดในใจ ‘แต่มันคือการรับรู้ถึงความเจ็บปวดและความปรารถนาของคนอื่น’

ความเข้าใจที่ถาโถมเข้ามานั้นไม่ได้เกิดจากตรรกะหรือการอ่าน แต่มันเกิดจากการที่เธอ ‘รู้สึก’ ถึงสิ่งที่คนอื่นรู้สึก การเชื่อมโยงที่เครื่องมือนี้สร้างขึ้นคือสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าความเห็นอกเห็นใจ แต่มันถูกขยายขอบเขตด้วยพลังของแสงสะท้อนกาลเวลาจนกลายเป็นโครงข่ายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

“มันคือความเห็นอกเห็นใจ...” บรอนเวนเอ่ยออกมาเบาๆ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเส้นใยแสงไม่ได้เชื่อมแค่คนกับคน แต่เชื่อมโยงแม้กระทั่งก้อนหินกับหยดน้ำ และดวงดาวกับผืนดิน “ทุกสิ่ง... ทุกอย่างในจักรวาลนี้เชื่อมโยงกันด้วยสิ่งนี้”

ความงามของมันช่างน่าประหลาดใจ มันเป็นความงามที่เจ็บปวด เพราะเมื่อคุณเข้าใจผู้อื่น คุณก็ต้องรับเอาความทุกข์ของเขามาด้วย แต่มันก็ทำให้โลกที่เคยดูเหมือนเศษเสี้ยวที่กระจัดกระจาย กลายเป็นภาพวาดที่สมบูรณ์

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงกระแทกประตูไม้ดังขึ้นอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน

“เปิดประตู! หน่วยตรวจตราจากราชสำนัก! เราได้รับรายงานเรื่องการใช้เวทมนตร์นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต!” เสียงตวาดทรงอำนาจดังทะลุเข้ามา

“พวกเขาทลายประตูเข้ามาแล้ว!” เซเลสเทนร้องเสียงหลง ขณะที่เครื่องมือยังคงแผ่แสงสีทองสว่างจ้าจนมองไม่เห็นทาง

เอเลียสขยับไปยืนบังเครื่องมือไว้ “บรอนเวน เตรียมตัว หากพวกเขาก้าวเข้ามา เราจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้กำลัง”

บรอนเวนไม่ได้ขยับไปที่ประตู แต่เธอยังคงจ้องมองเส้นใยแสงที่กำลังสั่นไหว เธอเห็นความกลัวที่กำลังพุ่งพล่านมาจากฝั่งตรงข้ามของประตู—ความกลัวของทหารหน่วยตรวจตราที่กำลังทำตามหน้าที่เพื่อความอยู่รอดของตนเอง

เคร้ง!

กลไกประตูเริ่มปริแตก แรงกระแทกครั้งสุดท้ายทำให้บานไม้หนาเริ่มฉีกขาด แสงสว่างจากเครื่องมือพุ่งวาบขึ้นสู่เพดานพร้อมกับเสียงโลหะที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท บรอนเวนชักมีดสั้นออกมา แต่สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ความเชื่อมโยงที่กำลังจะขาดสะบั้นลง

--- บรอนเวนและทีมค้นพบว่าเทคโนโลยีแสงสะท้อนของกาลเวลาสามารถเชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งผ่านความเห็นอกเห็นใจได้ แต่ในขณะที่ความจริงนี้กำลังปรากฏ หน่วยตรวจตราจากราชสำนักก็บุกเข้ามาทำลายห้องปฏิบัติการ