ตอนที่ 12 — รอยรั่วที่ขยายตัวในห้องเก็บผลึก
“มันไม่ได้แค่รั่ว แต่มันกำลัง ‘เต้น’ ได้ เซเลสเทน” เสียงของบรอนเวนราบเรียบ แต่มันกระแทกเข้าไปในโสตประสาทของฉันพอๆ กับเสียงเปรี๊ยะของกระแสไฟฟ้าที่สปาร์กออกมาจากฐานผลึกแก้ว
ฉันปาดเหงื่อที่หน้าผากออกด้วยหลังมือที่เปื้อนคราบผงแก้วสีเงิน “มันไม่ใช่การเต้น บรอนเวน มันคือการสั่นสะเทือนตามความถี่ของผลึกต่างหาก แค่... แค่ความถี่ที่ผิดเพี้ยนไปนิดหน่อย” ฉันพยายามรักษาโทนเสียงให้ดูมั่นใจ ทั้งที่ในใจกำลังตะโกนด่าความไม่เป็นระเบียบของวงจรพลังงานตรงหน้า
ตรงหน้าฉันคือผนึกพลังงานแสงที่ควรจะสว่างนิ่งเป็นเส้นตรง แต่มันกลับบิดเบี้ยวเหมือนเปลวไฟที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายออกจากโหลแก้ว แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกแก้วหลักที่ใช้ขับเคลื่อนระบบอาลักษณ์แสงในห้องนี้กำลังไหลย้อนทิศทาง มันไม่ได้พุ่งไปที่แท่นคัดลอก แต่มันกำลังไหลลงสู่พื้นหิน ราวกับว่ามันกำลังพยายามขุดรูลงไปในเนื้อโลก
“ช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหม?” ฉันบอกบรอนเวนขณะที่เอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือปรับจูนผลึก “ถ้าเธอขยับเข้ามาใกล้กว่านี้ แสงมันจะสะท้อนเข้าตา แล้วฉันจะมองไม่เห็นรอยแยกของชั้นบรรยากาศพลังงาน”
“ฉันไม่ได้มาเพื่อดูเธอซ่อมเครื่องมือ” บรอนเวนกอดอก พิงผนังหินเย็นเยียบ “ฉันมาเพื่อดูว่าทำไมหนังสือที่ฉันเพิ่งคัดลอกเสร็จถึงได้มีสภาพเหมือนผิวน้ำที่กำลังสั่นไหวแบบนั้นต่างหาก”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน! ตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องการควบคุมค่าความเข้มข้นของแสง” ฉันตอบรัวเร็ว มือขยับคีมทองเหลืองไปตามรอยแยกของผนึกพลังงาน “ดูนี่สิ ถ้าฉันปรับความถี่ไปที่ระดับสี่... ไม่สิ ระดับห้า... มันควรจะสมานรอยรั่วได้”
ฉันกดคันโยกเหล็กที่เชื่อมต่อกับผลึกแก้ว เสียงกลไกฟันเฟืองทำงานดังครืดคราด แสงสว่างวาบขึ้นจนฉันต้องหรี่ตา พลังงานไหลเข้าสู่จุดที่รั่วไหลตามแผนที่วางไว้ ฉันลุ้นจนแทบหยุดหายใจ รอยแยกที่เคยขยายตัวค่อยๆ หดเล็กลง... หดลง...
แต่มันไม่หยุด
“เซเลสเทน มันกำลังขยายตัว” เสียงของบรอนเวนเปลี่ยนจากประชดประชันเป็นเข้มงวด “รอยรั่วนั่นไม่ได้ปิดลง แต่มันกำลังแตกออกเป็นกิ่งก้านเหมือนรากไม้”
ฉันมองดูด้วยความตกใจ แสงที่ควรจะรวมตัวกันเป็นเนื้อเดียว กลับแตกแขนงออกเป็นเส้นใยเล็กๆ นับร้อยเส้นใยเหล่านั้นพุ่งกระจายออกไปตามพื้นห้อง ไม่ใช่แค่รั่ว แต่มันกำลัง ‘เติบโต’ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่หิวกระหาย “เป็นไปไม่ได้... พลังงานจากผลึกแก้วไม่มีโครงสร้างทางชีวภาพ มันไม่มีทางมีอัตราการเจริญเติบโตแบบนี้!”
ฉันรีบหยิบผลึกสำรองขึ้นมาเพื่อพยายามทำกระบวนการ ‘กลบเกลื่อน’ (Suppression) แต่วินาทีที่ฉันก้าวเข้าไปใกล้รอยรั่วที่กำลังขยายตัวนั้นเอง สิ่งที่น่าประหลาดใจก็เกิดขึ้น
เมื่อฉันเริ่มรู้สึกถึงความตื่นตระหนก แสงเหล่านั้นก็เริ่มกระพริบถี่ขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดราวกับจะตอบรับความกลัวของฉัน แต่เมื่อฉันพยายามรวบรวมสมาธิและนึกถึงความสงบนิ่ง แสงที่บ้าคลั่งนั้นกลับค่อยๆ สงบลงและไหลวนเป็นจังหวะที่นุ่มนวลขึ้น
“มันตอบสนอง...” ฉันพึมพำ ร่างกายสั่นเทิ้ม “มันไม่ได้รั่วเพราะความเสียหายทางกายภาพ แต่มันตอบสนองต่อ ‘เจตจำนง’ ของเรา บรอนเวน! มันรับรู้ว่าเรากำลังคิดอะไร!”
“หมายความว่ายังไง?” บรอนเวนก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นหนึ่งก้าว แววตาของเธอจับจ้องไปที่เส้นใยแสงที่กำลังเลื้อยผ่านรองเท้าบูทของเธอ
“ถ้าเรากลัว มันจะขยายตัว ถ้าเราคุมมันไม่ได้ มันจะกลายเป็นพายุแสง” ฉันอธิบายขณะที่มือยังคงสั่น “แต่มันร้ายกว่านั้น... ถ้าใครบางคนที่มีเจตจำนงที่รุนแรง มีความปรารถนาจะทำลายล้าง หรือต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จ... แสงนี้จะกลายเป็นอะไร?”
ภาพในหัวของฉันวูบผ่านไป บันทึกเก่าแก่ที่บรอนเวนเคยอ่านให้ฟังเกี่ยวกับ ‘คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’ มันดูห่างไกลเหลือเกินเมื่อเทียบกับความโกลาหลตรงหน้า หากพลังงานที่ตอบสนองต่อเจตจำนงนี้หลุดไปอยู่ในมือของราชสำนักที่กำลังกระหายอำนาจ หรือกลุ่มคนที่ต้องการจุดชนวนความไม่สงบเหมือนใน RY10... มันจะไม่ใช่แค่เครื่องมือคัดลอกตำรา แต่มันจะเป็นอาวุธที่เปลี่ยนเจตนาของผู้ใช้ให้กลายเป็นความหายนะที่จับต้องได้
“มันคืออาวุธ” บรอนเวนกล่าวสั้นๆ คำพูดของเธอหนักแน่นจนฉันรู้สึกหนาวสันหลัง “ไม่ใช่แค่เครื่องมือบันทึก แต่มันคืออาวุธที่เปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นความจริง
ฉันก้มลงมองรอยรั่วที่ตอนนี้เริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นที่สวยงามแต่ก็น่าสะพรึงกลัว ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ฉันต้องหาวิธีสร้างภาชนะที่เสถียรพอจะกักเก็บความไร้ระเบียบนี้ไว้ได้ ก่อนที่มันจะเติบโตจนเกินกว่าที่ห้องเก็บผลึกนี้จะรับไหว
“ฉันจะควบคุมมันให้ได้” ฉันพูดกับตัวเองและบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ฉันสัญญา... ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ความบ้าคลั่งนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างสงครามเด็ดขาด แม้ว่าฉันจะต้องขังตัวเองอยู่ในห้องนี้จนกว่าแสงจะดับสูญก็ตาม”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเอเลียสก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด “เซเลสเทน! บรอนเวน! เกิดอะไรขึ้นข้างใน? ทำไมค่าพลังงานในเขตอาลักษณ์ถึงพุ่งสูงผิดปกติ!”
ฉันหันไปมองประตู แสงที่กำลังเติบโตเริ่มพุ่งขึ้นไปหาเพดานราวกับจะพังทลายโครงสร้างทั้งหมดลงมา
--- เซเลสเทนพยายามซ่อมแซมรอยรั่วของพลังงานแสงในห้องเก็บผลึก แต่พบว่ามันไม่ได้แค่รั่วไหลแต่กำลังเติบโตและตอบสนองต่อเจตจำนงของผู้คน ซึ่งทำให้เธอตระหนักถึงอันตรายหากมันถูกนำไปใช้เป็นอาวุธ