← All chapters

The Glass Library

Chapter 111Free

ตอนที่ 111 — กลไกป้องกันของผลึกแก้วยักษ์

“เซเลสเทน อย่ามัวแต่จ้อง! เราไม่มีเวลามานั่งชมความสวยงามของผลึกแก้วขนาดมหึมานี่หรอกนะ!” เสียงของเอเลียสดังขึ้นท่ามกลางเสียงสะท้อนของทางเดินใต้ดิน เขากำลังกดไหล่ของบรอนเวนให้หลบหลังเสาหินขณะที่แสงจากคบไฟของทหารราชสำนักวูบวาบอยู่เหนือเพดานหอสมุดเรือนกระจกแก้ว

ฉันไม่ได้จ้องเพราะความสวยงามเสียหน่อย เอเลียส! ฉันกำลังดูความหนาแน่นของอนุภาคแสงที่สั่นไหวอยู่รอบๆ ใจกลางต่างหาก!” ฉันตอบกลับไปพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก มือของฉันสั่นเทาขณะที่พยายามประคองกระเป๋าเครื่องมืออาลักษณ์ไว้แน่น ความร้อนจากผลึกแก้วขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้ามันรุนแรงจนผิวหนังของฉันรู้สึกยิบๆ เหมือนถูกเข็มเล็กๆ นับพันเล่มทิ่มแทง

“มันคือใจกลางของแสง...” ฉันพึมพำกับตัวเอง สายตาจับจ้องไปที่ผลึกแก้วทรงหกเหลี่ยมขนาดเท่าบ้านทั้งหลังที่ลอยตัวอยู่เหนือแท่นหิน มันไม่ใช่แค่หินธรรมดา แต่มันคือแหล่งกำเนิดพลังงานที่หล่อเลี้ยงเอลเดอร์เมียร์ ทั้งหมดนี้คือต้นกำเนิดที่อาลักษณ์แสงใช้ในการคัดลอกตำราและบันทึกประวัติศาสตร์

“ทางเข้าถูกปิดตายด้วยวงจรเวทมนตร์แบบซ้อนทับ” บรอนเวนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอไม่ได้ดูตื่นตระหนกเหมือนฉัน แต่สายตาของเธอกลับจดจ้องไปที่รอยแยกของแสงที่หมุนวนรอบผลึก “มันไม่ใช่แค่แม่กุญแจ แต่มันคือเขาวงกตที่สร้างจากความถี่แสง ถ้าเราขยับผิดแม้แต่นิดเดียว พลังงานที่รั่วไหลออกมาจะเผาพวกเราเป็นจลน์ทันที”

ฉันรีบก้าวเข้าไปใกล้แท่นควบคุมที่ทำจากแก้วใส “ให้ฉันดูหน่อย ฉันเคยอ่านเรื่องการปรับจูนผลึกแก้วในตำราเล่มที่เจ็ด... ถ้าฉันสามารถใช้เครื่องมือวัดความเข้มแสงปรับค่าความถี่ให้ตรงกับจังหวะการเต้นของผลึกได้...”

ฉันหยิบเครื่องมือวัดความเข้มแสงขึ้นมา มันคือแท่งแก้วสลักลวดลายอาลักษณ์ที่สั่นสะเทือนเมื่อเข้าใกล้แหล่งพลังงาน ฉันเริ่มขยับมือ ปรับหมุนวงแหวนทองเหลืองบนตัวเครื่องเพื่อส่งคลื่นเสียงเข้าไปตรวจสอบกลไก ฉันพยายามมองหา ‘รอยต่อ’ ของกระแสแสง แต่มันกลับซับซ้อนเกินกว่าที่ทฤษฎีในตำราจะอธิบายได้

“เร็วเข้า เซเลสเทน!” เอเลียสเตือน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารราชสำนักเริ่มดังใกล้เข้ามาทุกที “พวกนั้นกำลังจะลงมาถึงชั้นใต้ดินนี้แล้ว ถ้าเราเข้าถึงใจกลางไม่ได้ เราจะถูกจับไปพร้อมกับบันทึกเล่มนั้น!”

ฉันพยายามบังคับคลื่นแสงให้ไหลผ่านช่องว่างระหว่างรอยต่อ แต่ทันทีที่ฉันขยับเครื่องมือ กลไกเวทมนตร์กลับตอบโต้ มันส่งกระแสไฟฟ้าสีฟ้าอ่อนออกมาปะทะเครื่องมือในมือฉันจนฉันต้องกระเด็นถอยหลังไปชนกับกำแพงหิน

“บ้าจริง!” ฉันสบถ “มันไม่ใช่กลไกทางกายภาพ แต่มันคือกลไกเชิงสัญลักษณ์ มันปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอกทุกรูปแบบ!”

“มันต้องการอะไร?” บรอนเวนถามขณะที่มือหนึ่งจับด้ามมีดสั้นไว้แน่น ตาของเธอมองไปที่ทางเข้าที่มืดมิด

“ฉันไม่รู้! มันเหมือนกับว่ามันกำลังทดสอบอะไรบางอย่าง...” ฉันพยายามตั้งสติ ฉันมองไปที่ผลึกแก้วที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง แสงที่แผ่ออกมาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มซึ่งเป็นสัญญาณของความไม่เสถียร “ถ้าเราฝืนใช้แรงหรือใช้เวทมนตร์บีบบังคับ มันจะระเบิด!”

ฉันมองไปที่เอเลียส เขากำลังยืนบังทางเข้าไว้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา เขาพร้อมจะสละชีวิตเพื่อรักษาความลับของอาลักษณ์และปกป้องบันทึกที่บรอนเวนเพิ่งดึงพลังออกมา ส่วนบรอนเวน... เธอก็แค่ยืนอยู่ตรงนั้น เตรียมพร้อมที่จะปะทะกับทุกอย่างเพื่อความถูกต้องของข้อมูล

ทันใดนั้น ฉันก็สังเกตเห็นบางอย่าง แสงที่หมุนวนรอบผลึกไม่ได้เคลื่อนที่ตามแรงโน้มถ่วง แต่มันเคลื่อนที่ตามจังหวะการสั่นสะเทือนของหัวใจ... ไม่ใช่สิ มันเคลื่อนที่ตาม 'ความตั้งใจ' ของคนที่อยู่ใกล้

เมื่อฉันพยายามจะ 'ควบคุม' มัน กลไกจะต่อต้าน เมื่อฉันพยายามจะ 'เจาะ' มัน กลไกจะปิดกั้น

“มันไม่ได้ต้องการสูตรคำนวณ...” ฉันพึมพำ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว “มันต้องการเจตจำนง”

ฉันหลับตาลง พยายามไม่จดจ่อไปที่ความกลัว หรือความต้องการที่จะเอาชนะกลไกนี้ ฉันนึกถึงหน้าที่ของอาลักษณ์ ไม่ใช่หน้าที่ในการคัดลอกเพื่ออำนาจ แต่คือหน้าที่ในการรักษาความจริงเพื่ออนาคต ฉันนึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องส่งต่อความรู้ที่ถูกต้องให้แก่คนรุ่นหลัง และที่สำคัญที่สุด... ฉันนึกถึงการต้องปกป้องเอเลียสและบรอนเวนไม่ให้ถูกพวกทหารราชสำนักจับตัวไป

ฉันไม่ได้ต้องการจะ 'เปิด' มันเพื่อเอาชนะ แตฉันต้องการจะ 'เปิด' มันเพื่อ 'ปกป้อง' พวกเขา

ฉันยื่นมือออกไปสัมผัสกับพื้นผิวแก้วที่ร้อนระอุ ความตั้งใจที่บริสุทธิ์และแรงปรารถนาที่จะปกป้องเพื่อนร่วมทางพุ่งพล่านผ่านปลายนิ้วของฉัน ฉันไม่ได้พยายามบังคับแสง แต่ฉันกำลังโอบกอดมันด้วยความตั้งใจที่จะเป็นเกราะป้องกัน

เคร้ง!

เสียงเหมือนแก้วแตกดังสนั่นไปทั่วห้องโถง แต่มันไม่ใช่การแตกสลาย มันคือการคลายตัวของกลไกที่ซับซ้อน วงแหวนแสงที่เคยหมุนวนขวางกั้นกลับค่อยๆ แยกออกจากกัน เปิดเผยเส้นทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปสู่ใจกลางของผลึกแก้วยักษ์ แสงสีทองอ่อนโยนไหลออกมาต้อนรับราวกับสายน้ำ

“มันเปิดแล้ว!” ฉันตะโกนบอกเพื่อนทั้งสอง

“อย่าเพิ่งดีใจไป เซเลสเทน” เอเลียสพูดพลางชักดาบออกมาเมื่อเห็นแสงไฟจากคบเพลิงของทหารราชสำนักปรากฏขึ้นที่หัวมุมทางเดิน “เรายังมีเวลาไม่มากนัก เข้าไปข้างในเร็ว!”

ฉันก้าวเท้าเข้าไปในอุโมงค์แสงนั้นด้วยความมุ่งมั่น ฉันต้องเข้าไปให้ถึงใจกลางของแสงให้ได้ ฉันต้องหาทางทำให้พลังงานนี้เสถียรพอที่จะช่วยเอเลียสและพาพวกเราทุกคนรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้

--- เซเลสเทนพยายามเจาะกลไกเวทมนตร์ที่ป้องกันทางเข้าใจกลางของแสง แต่พบว่ามันไม่ตอบสนองต่อเทคนิคทั่วไป จนกระทั่งเธอใช้เจตจำนงในการ 'ปกป้อง' เพื่อนพ้องเพื่อเปิดกลไกนั้นได้สำเร็จ