← All chapters

The Glass Library

Chapter 107Free

ตอนที่ 107 — บันทึกที่หายไปในเงาของอาลักษณ์

“มันไม่มีในสารบบครับ ท่านเอเลียส” เซเลสเทนเอ่ยพลางขยับแว่นสายตาที่เลื่อนหลุดลงมาที่ปลายจมูก นิ้วมือของเธอเปื้อนผงแร่สีเงินจากการพยายามปรับจูนผลึกแก้วเมื่อครู่ “ข้าพเจ้าเช็กทั้งในสารบบอาลักษณ์แสงฉบับทางการ และในดัชนีสำรองของสำนักแล้ว ชื่อ ‘ผู้คุมแสง’ (Light Keepers) ไม่ปรากฏในบัญชีรายชื่อผู้รับใช้แสงแม้แต่บรรทัดเดียว”

เอเลียสถอนหายใจยาวจนเกิดเสียงในลำคอ เขาจัดระเบียบปึกกระดาษบนโต๊ะไม้โอ๊กให้ขนานกับขอบโต๊ะอย่างเคร่งครัด “มันเป็นไปไม่ได้ เซเลสเทน ในเมืองเอลเดอร์เมียร์ ทุกหยดแสงที่ไหลผ่านผลึกแก้วเพื่อสร้างตัวอักษรต้องถูกบันทึกไว้ หากมีกลุ่มคนทำหน้าที่ควบคุมกระแสแสงโดยตรง พวกเขาต้องมีบันทึกการใช้พลังงาน มีการลงทะเบียนผลึก และมีรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งเพื่อการตรวจสอบทางบัญชีจากราชสำนัก”

“แต่ความจริงคือ... มันเหมือนกับว่าพวกเขาไม่มีตัวตนอยู่เลย” เซเลสเทนลดเสียงลง พลางหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กขึ้นมาหมุนไปมา แสงสีฟ้าอ่อนๆ วนเวียนอยู่ในเนื้อแก้ว “ข้าพเจ้าลองใช้เครื่องวัดความเข้มข้นของแสงแบบละเอียดดูแล้ว พบว่ามีจังหวะการแกว่งของพลังงานที่ ‘สม่ำเสมอ’ เกินไป ราวกับมีใครบางคนคอยปรับจูนมันอยู่ตลอดเวลาจากเงามืด แต่นั่นไม่ใช่การกระทำของเครื่องจักร หรือของอาลักษณ์ทั่วไป”

เอเลียสขมวดคิ้ว “ความสม่ำเสมอที่มากเกินไปคือความผิดปกติในทางสถิติ” เขาพึมพำกับตัวเอง “ถ้าอาลักษณ์แสงทำงานตามระเบียบ พลังงานต้องมีการผันผวนตามจำนวนหนังสือที่คัดลอก แต่ถ้ามีคนคอย ‘คุม’ มันไว้... นั่นหมายความว่าตำแหน่งนี้ถูกสร้างขึ้นมานอกเหนือจากกฎเกณฑ์ของสำนักอาลักษณ์”

“หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์ RY10?” เซเลสเทนพูดเร็วขึ้นตามนิสัยเวลาเริ่มกังวล “ความระแวงในราชสำนักทำให้พวกเขาอยากมี ‘ตัวช่วย’ ที่ไม่ต้องขึ้นตรงต่อใคร แต่ถ้าทำแบบนั้นจริง การปกปิดข้อมูลแบบนี้ก็ถือเป็นอาชญากรรมทางเวทมนตร์ขั้นรุนแรงเลยนะ!”

“ข้าพเจ้าไม่สนใจเรื่องการเมืองของราชสำนัก ข้าพเจ้าสนใจความถูกต้องของระบบ” เอเลียสตัดบท เขาหันไปมองบรอนเวนที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอยู่มุมห้อง “บรอนเวน เจ้าเห็นอะไรผิดปกติไหมในระหว่างที่เจ้าพยายามปลดปล่อยพลังงานจากหนังสือต้องห้ามเมื่อเช้านี้?”

บรอนเวนยืดตัวขึ้น ดวงตาคมกริบของเธอมองตรงมาที่เอเลียส “แสงมันสว่างจ้าจนน่ารำคาญ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เหมือนมีใครบางคนพยายามจะกวาดล้างความจริงทิ้งไปเพียงเพราะมันไม่พอดีกับสิ่งที่พวกเขาอยากให้เป็น ข้าพเจ้าไม่ได้แค่รู้สึก แต่มันเหมือนมีแรงกดดันบางอย่างที่พยายามจะ ‘จัดระเบียบ’ ความคิดของข้าพเจ้าในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังนึกถึงอิสรภาพ”

“จัดระเบียบ?” เอเลียสทวนคำ “เจ้าหมายถึงมันพยายามจะควบคุมทิศทางของแสงที่จะปรากฏบนหน้ากระดาษงั้นหรือ?”

“ใช่” บรอนเวนพยักหน้า “มันไม่ใช่แค่พลังงาน แต่มันเหมือนมี ‘เจตจำนง’ บางอย่างพยายามจะทำให้ทุกอย่างอยู่ในร่องในรอย”

เอเลียสไม่ได้ตอบอะไร เขาหันกลับไปยังชั้นหนังสือโบราณที่อยู่ลึกที่สุดของหอจดหมายเหตุ ซึ่งเป็นส่วนที่แทบไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปเพราะฝุ่นหนาเตอะ เขาเดินตรงไปยังกล่องไม้แกะสลักที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองบันทึกเก่าแก่ที่ไม่ได้ถูกใช้งานมาหลายทศวรรษ มันเป็นของอาร์ไควิสต์คนเก่าที่เสียชีวิตไปในช่วงรอยต่อของความวุ่นวายครั้งก่อน

มือของเอเลียสสั่นเล็กน้อยขณะที่เขาหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีเข้มขึ้นมา มันไม่มีตราประทับของราชสำนัก ไม่มีตราประทับของสำนักอาลักษณ์ มันคือบันทึกส่วนตัวที่ถูกลืมเลือน “ถ้าข้อมูลในระบบหลักถูกบิดเบือน ข้อมูลเดียวที่เชื่อถือได้คือข้อมูลที่ไม่มีใครอยากให้มี” เขาพึมพำ

เขาเปิดหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง กลิ่นของกระดาษเก่าและหมึกจางๆ ลอยเข้าจมูก เขาไล่สายตาไปตามตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่น บรรทัดแรกทำให้ลมหายใจของเขาชะงัก

‘...แสงไม่ใช่แค่เครื่องมือในการคัดลอก แต่มันคือกระแสธารแห่งความเป็นไปได้ หากไร้ซึ่งผู้คุมแสง (Light Keepers) ความเป็นไปได้เหล่านั้นจะทะลักทลายจนทำลายความสอดคล้องของประวัติศาสตร์...’

เอเลียสรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมตามฝ่ามือ เขาขยับเข้าไปใกล้แสงตะเกียงมากขึ้นเพื่ออ่านข้อความถัดไป

‘...หน้าที่ของผู้คุมแสงไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ราชสำนักต้องการ แต่คือการรักษาความสมดุลระหว่างพลังงานแสงที่พุ่งพล่านกับเจตจำนงเสรีของมนุษย์... หากสมดุลนี้เสียไป ข้อมูลที่ถูกคัดลอกจะกลายเป็นเพียงคำลวงที่งดงาม และประวัติศาสตร์จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง...’

“รักษาความสมดุลระหว่างแสงกับเจตจำนงเสรี...” เอเลียสพึมพำ เสียงของเขาเบาหวิวราวกับกลัวว่าความจริงจะปลิวหายไป “พวกเขาไม่ได้ปกปิดเพราะต้องการอำนาจ... แต่พวกเขาปกปิดเพราะสิ่งที่พวกเขาทำมันขัดกับกฎพื้นฐานของอาลักษณ์”

“ท่านเอเลียส เจออะไรหรือเปล่า?” เสียงของเซลสเทนดังมาจากระยะไกล แต่เอเลียสไม่ได้ยิน

เขามองดูบันทึกในมือด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง ข้อมูลที่เขาพยายามหามาตลอดไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งงาน แต่มันคือความลับที่สั่นคลอนรากฐานของเอลเดอร์เมียร์ทั้งหมด หากผู้คุมแสงมีหน้าที่รักษา ‘เจตจำนงเสรี’ นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่ราชสำนักพยายามจะใช้คำทำนายเพื่อควบคุมประชาชน พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับผู้คุมแสงกลุ่มนี้

เขานึกถึงคำทำนายที่ถูกค้นพบในบันทึกเก่าแก่ที่บรอนเวนเพิ่งพบเมื่อไม่นานมานี้... ‘คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’

ความสมดุล... คำนี้ปรากฏซ้ำในบันทึกของอาร์ไควิสต์ และมันยังปรากฏในคำทำนายถึงอนาคตของอลิซ

“มันไม่ใช่แค่เรื่องของตำแหน่งแล้ว” เอเลียสสรุปกับตัวเองในใจ ขณะที่เขารีบปิดสมุดบันทึกลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของบรอนเวนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ “ถ้าผู้คุมแสงคือผู้ที่กุมสมดุลระหว่างความจริงกับเจตจำนง... แล้วถ้าสมดุลนั้นกำลังจะเสียไปล่ะ?”

เขามองไปที่หน้าต่างที่แสงจากผลึกแก้วในเมืองเอลเดอร์เมียร์กำลังวูบวาบอย่างผิดจังหวะ ราวกับว่าพลังงานในเมืองกำลังกำลังเกิดแรงต้านจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น

--- เอเลียสค้นพบความจริงว่า 'ผู้คุมแสง' คือตำแหน่งลับที่มีหน้าที่รักษาความสมดุลระหว่างพลังงานแสงกับเจตจำนงเสรี ซึ่งขัดแย้งกับความพยายามของราชสำนักในการใช้คำทำนายควบคุมอำนาจ