← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 94Free

ตอนที่ 94 — สะพานแสงเชื่อมรอยแยกมิติ

“เจ้าเห็นมันไหม?” เสียงของเซราฟิน่าแหบพร่า เธอไม่ได้ถามอคิราห์ แต่น่าจะถามอากาศธาตุที่สั่นสะเทือนอยู่รอบกาย

ความร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากผิวหนังของเธอ มันไม่ใช่ความร้อนจากไฟ แต่เป็นแรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากการที่อักขระบนท่อนแขนของเธอกำลังเต้นเร้า เซราฟิน่ากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทุกครั้งที่เธอพยายามเพ่งสมาธิ เส้นสายสีทองแดงที่สลักอยู่บนหลังมือจะสั่นระริกราวกับมีสิ่งมีชีวิตชูคอขึ้นมาทักทายโลกภายนอก เธอรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนัง ทุกทิศทางที่เธอหันมอง ไม่ใช่เพียงแค่ภาพของที่ราบสูงคีรีครามที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาอีกต่อไป แต่เธอกลับเห็นเส้นสายสีเงินจางๆ ที่โยงใยจากโขดหินหนึ่งไปสู่อีกโขดหินหนึ่ง จากหยดน้ำค้างบนยอดหญ้าไปสู่ก้อนเมฆเบื้องบน

“หยุดทำแบบนั้นก่อน เซราฟิน่า!” อคิราห์ก้าวเข้ามาหาเธอ ฝีเท้าของเขามั่นคงแต่แววตากลับสั่นไหวด้วยความกังวล “เจ้ากำลังฝืนกระแสอักขระ มันแรงเกินไปสำหรับร่างกายของเจ้าในตอนนี้”

“มันไม่ได้แรง... มันแค่... ไม่เคยหยุดนิ่ง!” เซราฟิน่าตะโกนสวนกลับ เธอหอบหายใจถี่รัว เหงื่อไหลโซมกายจนเสื้อผ้าแนบเนื้อ “อคิราห์ ทุกอย่างมันเชื่อมกันหมด ทั้งหิน ทั้งลม ทั้งหมึกที่ไหลอยู่ในกระแสเลือดของข้า มันวุ่นวายไปหมด ข้าได้ยินเสียงมัน... เสียงที่ดังกว่าเสียงพูดของเจ้าเสียอีก!”

ความพยายามที่จะทำความเข้าใจโครงสร้างของโลกผ่านการมองเห็นแบบใหม่กำลังจะทำให้สติของเธอหลุดลอย เธอเห็นอักขระบนร่างกายของอคิราห์เป็นเส้นแสงที่พยายามจะไหลไปรวมกับอักขระของเธอ แต่มันกลับปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นในอากาศ เซราฟิน่าทรุดเข่าลงกับพื้นหินที่เย็นเฉียบ ความเจ็บปวดจากการรับข้อมูลที่มากเกินไปทำให้เธอเห็นภาพซ้อนของความทรงจำที่เพิ่งผ่านพ้นไปในบททดสอบของคัลลัน ภาพของหญิงสาวที่สร้างโล่แห่งจิตวิญญาณขึ้นมาได้สำเร็จยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด

“ถ้าเจ้าไม่ควบคุมมัน เจ้าจะกลายเป็นเพียงรอยเปื้อน เหมือนพวกที่ติดโรคหมึกละลาย” เสียงเย็นเยียบของอาวุโสคัลลันดังขึ้นจากเงามืดของเสาหินทรงเหลี่ยม เขาไม่ได้เดินเข้ามาหา แต่ยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยสายตาที่ประเมินค่าเหมือนกำลังดูแมลงในขวดแก้ว “ความสามารถในการมองเห็นความเชื่อมโยงไม่ใช่พรสวรรค์ที่ใช้เพื่อความรื่นรมย์ แต่มันคือเครื่องมือในการจัดการความโกลาหล หากเจ้ายังควบคุมมันไม่ได้ เจ้าก็เป็นเพียงเหยื่อของกระแสอักขระ”

“ข้าไม่ใช่เครื่องมือของท่าน!” เซราฟิน่าคำราม เธอพยายามข่มความเจ็บปวดและรวบรวมสมาธิอีกครั้ง แทนที่จะพยายามปิดกั้นเสียงเหล่านั้น เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เธอเริ่ม 'เปิดรับ' มันอย่างเต็มที่

เธอหลับตาลง และแทนที่จะต่อต้านแรงสั่นสะเทือน เธอเริ่มขยับปลายนิ้วตามจังหวะการไหลของเส้นแสงเหล่านั้น เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าอักขระไม่ใช่แค่ลวดลายที่ถูกสลักไว้ แต่มันคือท่วงทำนองที่ต้องอาศึดโยงกับความตั้งใจของผู้ใช้ เธอเริ่มขยับนิ้วเป็นวงกลม ลากเส้นผ่านอากาศด้วยความแม่นยำที่เคยเป็นจุดแข็งที่สุดของเธอ แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้วาดลงบนวัตถุ เธอวาดลงบน 'ช่องว่าง' ระหว่างมิติ

“มัน... กำลังมาแล้ว...” เธอพึมพำ ลมหายใจเริ่มสอดคล้องกับจังหวะการกะพริบของแสงรอบตัว

พลังงานที่เคยพุ่งพล่านจนควบคุมไม่ได้ เริ่มถูกจัดระเบียบด้วยเจตจำนงของเธอ เส้นแสงสีเงินที่เคยพันกันยุ่งเหยิงเริ่มขดตัวเป็นเกลียวคลิ่งตามปลายนิ้วของเธอ มันไม่ใช่แค่การวาดอักขระ แต่มันคือการถักทอความจริง เซราฟิน่ารู้สึกได้ถึงความร้อนที่เปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่ทรงพลัง เธอไม่ได้พยายามจะต้านทานแรงดันของมิติอีกต่อไป แต่เธอกำลังดึงเอาพลังงานเหล่านั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง

“ดูนั่น!” ไมโลที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น “อักขระของนาง... มันไม่ได้อยู่บนผิวหนังแล้ว! มันลอยอยู่ในอากาศ!”

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าอคิราห์และคนอื่นๆ คือเส้นแสงที่พุ่งออกจากปลายนิ้วของเซราฟิน่า มันไม่ได้กระจายออกไปอย่างไร้ทิศทางเหมือนครั้งก่อน แต่มันถักทอเข้าหากันเป็นเส้นใยแสงที่หนาแน่นและสว่างจ้า ราวกับว่าเธอกำลังเย็บรอยแยกของความเป็นจริงเข้าด้วยกัน แสงเหล่านั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมอกหนา ตัดผ่านความมืดมิดของที่ราบสูงคีรีคราม ราวกับต้องการจะสื่อสารกับสิ่งที่อยู่เหนือขึ้นไป

“นางกำลังทำอะไร?” อคิราห์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “นางไม่ได้แค่ใช้พลัง แต่นางกำลังสร้าง 'ทางผ่าน'”

เซราฟิน่ากัดฟันกรอด ความเจ็บปวดที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล เธอเห็นเส้นทางที่ซ่อนอยู่ระหว่างโลกนี้กับมิติอื่น เส้นทางที่แม้แต่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เคยเอื้อมถึง เธอเห็นคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่เคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง—ถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต—และตอนนี้เธอรู้สึกได้ว่ารอยแยกที่เธอกำลังเชื่อมต่ออยู่นี้ คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง

“ข้า... จะเชื่อมมันเข้าด้วยกัน!” เซราฟิน่าตะโกนก้อง แสงสว่างวาบขึ้นจนทุกคนต้องเบือนหน้าหนี

ทันใดนั้น เสียงกัมปนาทที่เกิดจากการฉีกขาดของมิติดังสนั่นหวั่นไหว พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าเซราฟิน่าเกิดการบิดเบี้ยว แสงสีเงินที่เธอสร้างขึ้นไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา แต่มันกลายเป็น 'สะพาน' ที่แข็งแกร่งและสว่างไสว มันทอดตัวยาวออกไปจากพื้นดินที่เธอเหยียบ พุ่งตรงเข้าสู่รอยแยกที่สว่างจ้ากลางอากาศ เป็นสะพานแห่งแสงที่มั่นคงและเชื่อมต่อโลกใบนี้เข้ากับมิติอื่นอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

คัลลันที่ยืนมองอยู่ถึงกับนิ่งงัน ดวงตาที่เย็นชาของเขาฉายแววตื่นตระหนกที่ไม่อาจซ่อนเร้น “นางทำได้... นางสร้างรอยต่อมิติด้วยอักขระเพียงอย่างเดียวงั้นหรือ?”

เซราฟิน่ายืนอยู่ตรงปลายสะพานที่กำลังก่อตัว แสงสว่างนั้นสะท้อนในดวงตาของเธอ เธอมองเห็นสิ่งมีชีวิตหรือพลังงานบางอย่างที่สั่นไหวอยู่ที่ปลายทางของสะพานนั้น มันคือโลกอีกใบที่รอการค้นพบ และเธอก็รู้ดีว่า การเปิดประตูบานนี้ออกไป จะไม่มีวันหวนคืนกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

--- เซราฟิน่าก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการควบคุมพลังงานจากอักขระที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว จนสามารถสร้างสะพานแสงที่เชื่อมต่อระหว่างมิติได้สำเร็จ