← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 9Free

ตอนที่ 9 — รอยหมึกบนแผ่นดินเหนียว

กลิ่นสาบของดินเปียกและไอหมอกจางๆ ในหมู่บ้านชายขอบที่ราบสูงคีรีครามชวนให้รู้สึกอึดอัด อคิราห์ขยับผ้าคลุมไหล่เพื่อบดบังความเย็นเยียบของอากาศ พลางกวาดสายตาไปตามกระท่อมไม้ผุพังที่ตั้งเรียงรายกันอย่างไร้ระเบียบ ในมือของเขาถือขวดหมึกเวทมนตร์ขนาดเล็กที่เหลืออยู่เพียงก้นขวด มันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เขาสามารถนำมาใช้เพื่อพยายาม 'ซ่อมแซม' สิ่งที่กำลังพังทลาย

เขามองเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งขดตัวอยู่บนแท่นหินหน้ากระท่อมหลังเล็ก ผิวหนังที่แขนของเธอเต็มไปด้วยรอยเปื้อนสีดำที่ดูเหมือนน้ำหมึกที่หกเลอะเทอะ แต่มันไม่ใช่ความผิดพลาดของศิลปิน มันคือ 'โรคหมึกละลาย' รอยจางๆ ที่ไร้รูปทรงกำลังกัดกินอักขระจารึกประจำตัวของเธอไปทีละน้อย

“เฮ้... ไม่ต้องกลัวนะ” อคิราห์ย่อตัวลง พยายามรักษาระดับสายตาให้ต่ำกว่าเด็กหญิงเพื่อไม่ให้ดูคุกคาม เขาขยับนิ้วอย่างช้าๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีอาวุธ “ฉันไม่ได้มาเพื่อเผา หรือมาเพื่อแจ้งข่าวกับสภา”

เด็กหญิงไม่ตอบ เธอเพียงแต่ถอยร่นจนแผ่นหลังชนกับผนังหิน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว มือเล็กๆ ทั้งสองข้างกอดขาทั้งสองข้างไว้แน่น รอยเปื้อนบนผิวหนังของเธอขยับไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่สั่นเครือ อคิราห์สังเกตเห็นว่าอักขระที่ควรจะเป็นเส้นตรงและมั่นคงบนไหล่ของเธอ บัดนี้กลายเป็นก้อนหมึกที่ดูคล้ายหยดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด

“ฉันมีหมึก... หมึกที่บริสุทธิ์พอจะช่วยประคองรอยพวกนี้ไว้ได้ชั่วคราว” เขาหยิบขวดหมึกออกมา แสงสลัวจากตะเกียงเวทมนตร์สะท้อนกับผิวแก้ว “เธอพูดได้ไหม? หรืออักขระในลำคอของเธอถูกลบไปแล้ว?”

เด็กหญิงส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว เธอรีบหยิบกิ่งไม้แห้งขึ้นมา แล้วขูดลงบนพื้นดินเหนียวหน้าแท่นหินอย่างรวดเร็ว เสียงกิ่งไม้ครูดกับดินดัง แคร่ก... แคร่ก... จนอคิราห์ต้องขมวดคิ้ว

เธอไม่ได้เขียนอักขระเพื่อสื่อความหมายเชิงตรรกะเหมือนที่สภาสอน แต่เธอวาดรูป... รูปก้อนเมฆที่ดูบิดเบี้ยว รูปนกที่ปีกหัก และรูปดวงตาที่ดูเศร้าสร้อย

“นั่นไม่ใช่การจารึกที่ถูกต้อง” อคิราห์พึมพำตามสัญชาตญาณของผู้ที่ผ่านการฝึกฝน “มันไม่มีโครงสร้าง ไม่มีจุดเชื่อมต่อของเส้นพลังงาน เธอทำแบบนี้ไม่ได้ มันจะทำให้หมึกเสียสมดุล”

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความขุ่นเคืองชั่วขณะ เธอขูดดินแรงขึ้นจนเกิดรอยลึก รูปนกที่เธอวาดเมื่อครู่ดูเหมือนจะขยับปีกได้ในความรู้สึกของอคิราห์ เมื่อเธอนึกถึงความเจ็บปวด รอยดินที่เธอขูดก็กลายเป็นรอยหยักที่แหลมคมและดูดุดันเหมือนหนาม

อคิราห์ชะงัก เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด “เดี๋ยวก่อน... รอยพวกนี้มัน... เปลี่ยนไปตามที่เธอคิดงั้นเหรอ?”

เขาสังเกตเห็นความผิดปกติ เมื่อเด็กหญิงเริ่มมองไปที่ขวดหมึกในมือเขาด้วยความโหยหา รอยดินที่เธอวาดไว้บนพื้นก็ค่อยๆ ปรับรูปทรงจากนกที่ปีกหัก กลายเป็นรูปทรงที่โค้งมนและดูนุ่มนวลขึ้น ราวกับว่าอารมณ์ของเธอกำลังถ่ายเทลงไปในเนื้อดินโดยตรง ไม่ใช่ผ่านกระบวนการคำนวณเส้นทางเวทมนตร์แบบที่อักขระปกติทำได้

“นี่มันไม่ใช่แค่หมึกละลาย...” อคิราห์พึมพำกับตัวเอง ความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีสงบนิ่งเริ่มทำงาน “มันกำลังกลายเป็นอย่างอื่น”

เด็กหญิงสูดลมหายใจเข้าลึก ทันใดนั้นเธอก็คว้ากิ่งไม้ในมือด้วยท่าทางมุ่งมั่น เธอไม่ได้วาดรูปสิ่งของอีกต่อไป แต่เธอเริ่มลากเส้นวนเวียนไปมาบนพื้นดินอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง แรงกดจากกิ่งไม้ทำให้ดินกระเด็นออกไปรอบทิศทาง

อคิราห์เฝ้ามองด้วยความตกตะลึง รอยเส้นบนดินไม่ได้เรียงตัวเป็นตัวอักษรที่อ่านออก แต่มันไหลลื่นเหมือนกระแสน้ำที่กำลังเต้นระบำ เส้นเหล่านั้นหมุนวนและก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจเด็กหญิง

เมื่อเธอหยุดมือและถอยหลังออกไป อคิราห์ก็ต้องเบิกตากว้าง บนพื้นดินเหนียวนั้น ปรากฏเป็นรูปใบหน้าของเขาเอง... ใบหน้าของอคิราห์ที่กำลังดูประหลาดใจ

แต่มันไม่ใช่แค่รูปวาดธรรมดา เส้นหมึกดินที่เธอขูดไว้มีความนูนต่ำและมีมิติที่แปลกประหลาด เส้นสายที่ใช้แทนดวงตาของเขากำลังสั่นไหวและเปล่งประกายจางๆ ราวกับมีชีวิตจริง เส้นที่แทนริมฝีปากขยับขึ้นลงเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจของเธอ มันดูเหมือนภาพวาดที่กำลังหายใจได้

“เธอ... เธอไม่ได้แค่สื่อสาร” อคิราห์ยื่นมือไปใกล้รอยดินนั้น แต่ไม่กล้าสัมผัส “เธอทำให้มันมีตัวตนขึ้นมา”

เขานึกถึงคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่เคยได้ยินมาในวัยเยาว์ เกี่ยวกับผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต ในขณะที่สภาสอนให้เรากักขังความหมายไว้ในกรอบของเส้นที่ตายตัว แต่เด็กหญิงคนนี้กำลังทำลายกรอบนั้นทิ้งด้วยอารมณ์ที่ไร้ระเบียบ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มผู้คุมกฎจากสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ก็ดังขึ้นจากทางเข้าหมู่บ้าน แสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างวาบผ่านม่านหมอกมาแต่ไกล อคิราห์รีบคว้าขวดหมึกและมองไปที่เด็กหญิง

เด็กหญิงไม่ได้หนี เธอเพียงแต่มองไปที่ใบหน้าของอคิราห์บนพื้นดิน แล้วใช้ปลายนิ้วที่เปื้อนหมึกจางๆ ลากเส้นทับลงบนดวงตาในรูปวาดนั้นหนึ่งเส้น... ทันใดนั้น รูปใบหน้าบนพื้นดินก็พลันสว่างวาบด้วยแสงสีดำสนิท ก่อนที่มันจะค่อยๆ ซึมหายลงไปในดินราวกับถูกดูดกลืน

“วิ่ง!” อคิราห์กระซิบสั่งเธอ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คว้ามือเด็กหญิง รอยเปื้อนบนแขนของเธอก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วและเริ่มไหลย้อนกลับขึ้นมาทางลำคอของเธอเหมือนสิ่งมีชีวิตที่หิวกระหาย

--- อคิราห์พยายามช่วยเหลือเด็กหญิงที่ติดโรคหมึกละลาย แต่กลับค้นพบว่าเธอสามารถใช้อารมณ์เปลี่ยนรอยหมึกและดินให้กลายเป็นรูปวาดที่มีชีวิตได้ ก่อนที่กลุ่มผู้คุมกฎจะมาถึงและอาการของเด็กหญิงจะทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว