ตอนที่ 78 — รอยจารึกบนแผ่นหนังโบราณ
เสียงพลิกหน้ากระดาษหนังแกะที่แห้งกรอบดังสะท้อนอยู่ในห้องสมุดใต้ดินของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ อคิราห์ขยับตะเกียงน้ำมันเวทมนตร์ให้เข้าที่ แสงสีส้มสลัวทอดเงาของเขาลงบนผนังหินที่เต็มไปด้วยอักขระควบคุมอุณหภูมิ เขาจ้องมองม้วนบันทึกที่ถูกล่ามโซ่ไว้ด้วยกุญแจเหล็กกล้าตรงหน้า หากเขาไม่สามารถถอดรหัสชั้นอักขระนี้ได้ภายในคืนนี้ ข้อมูลที่เขาต้องการเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเซราฟิน่าก็จะสูญหายไปพร้อมกับการสั่งเผาทำลายของผู้คุมกฎ
"แกกำลังทำอะไรอยู่ อคิราห์?" เสียงห้วนสั้นดังมาจากเงามืดที่มุมห้อง เซราฟิน่าก้าวออกมาจากหลังเสาหิน มือของเธอกำด้ามมีดสั้นไว้แน่น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความระแวงกวาดมองไปรอบห้อง "ถ้าพวกผู้คุมสภามาเห็นเข้า แกกับฉันได้กลายเป็นเถ้าถ่านแน่"
อคิราห์ไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามขอบของแผ่นหนังโบราณ "ถ้าเราไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่บนหลังคุณคืออะไร เราก็แค่รอวันที่จะถูกตราหน้าว่าเป็นโรคหมึกละลาย เซราฟิน่า หมึกบนผิวหนังของคุณมันไม่ได้จางหายไป แต่มันกำลังเปลี่ยนรูป"
"อย่ามาใช้ตรรกะเพ้อฝันของแกกับฉัน" เซราฟิน่าเดินเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของเธอกระทบพื้นหินดังหนักแน่น "ฉันแค่ป่วย หมึกมันเลอะเทอะเหมือนรอยเปื้อนขยะ แต่อคิราห์... แกดูที่ขอบตานั่นสิ" เธอชี้ไปที่ดวงตาของเขา "แกเริ่มมองเห็นรอยเปื้อนบนท้องฟ้าเป็นตัวอักษรแล้วใช่ไหม?"
อคิราห์นิ่งเงียบ เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับก้มหน้าลงจดจ่อกับบันทึกตรงหน้า เขาหยิบแว่นขยายที่ทำจากคริสตัลจารึกออกมา ส่องดูอักขระโบราณที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เหมือนตาข่ายที่ไม่มีจุดสิ้นสุด มันไม่ใช่ภาษาที่ใช้ในปัจจุบัน แต่มันคือ 'อักขระบรรพกาล' ที่แม้แต่ผู้ทรงความรู้ในสภาจารึกยังต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำความเข้าใจ
เขาลองใช้แท่งหมึกเวทมนตร์สีเงินแต้มลงบนแผ่นหินข้างๆ เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนทางเวทมนตร์ หวังจะกระตุ้นให้อักขระในบันทึกตอบสนอง "ถ้าอักขระเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากเจตจำนงของโลกจริง มันควรจะมีการสั่นสะเทือนที่จำเพาะ"
เขาลากเส้นจำลองลงบนกระดาษ แต่อักขระในบันทึกกลับบิดเบี้ยวและเปลี่ยนทิศทางหนีการสัมผัสของเขา อคิราห์ขมวดคิ้ว เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดขึ้นที่ไรผม "มันไม่ใช่แค่การจารึก แต่มันคือการเคลื่อนไหว... มันมีชีวิต"
"แกทำอะไรไม่ได้หรอก" เซราฟิน่าแค่นเสียง "มันคืออดีตที่ตายไปแล้ว"
"ไม่... มันยังไม่ตาย" อคิราห์พึมพำ เขาเริ่มขยับนิ้วตามจังหวะการไหลของเส้นหมึกในบันทึก เขาพยายามไล่ตามเส้นสายที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันเอง เส้นหนึ่งพุ่งขึ้นด้านบน อีกเส้นกลับวกกลับลงมาตัดกันที่จุดศูนย์กลางอย่างซับซ้อน เขาทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลองผิดลองถูกด้วยการใช้เครื่องมือวัดมุมและองศาของลายเส้น แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ความหมาย อักขระเหล่านั้นจะดูเหมือนจะลบเลือนตัวเองลงไปชั่วขณะก่อนจะปรากฏใหม่ในรูปแบบที่ต่างออกไป
"ลองใช้แรงดันหมึกเพิ่มขึ้น" เซราฟิน่าเสนอขณะที่เธอยังคงยืนคุมเชิงอยู่ข้างหลัง "ถ้ามันเป็นเรื่องของพลังงาน แกต้องกดดันมันด้วยความแม่นยำที่มากกว่านี้"
อคิราห์สูดลมหายใจเข้าลึก เขาหยิบขวดน้ำมันหมึกเวทมนตร์บริสุทธิ์ขึ้นมา แล้วค่อยๆ ปล่อยให้หยดน้ำมันไหลลงบนจุดตัดของอักขระในบันทึก ทันใดนั้น แสงสีเงินจางๆ ก็วาบขึ้นจากแผ่นหนังโบราณ มันไม่ใช่แสงที่สว่างไสว แต่มันคือการสั่นไหวของมวลสารที่ทำให้ดวงตาของเขาพร่ามัว
เขาก้มลงมองใกล้ขึ้น จนเกือบจะจรดจมูกกับแผ่นหนัง และในวินาทีนั้นเอง หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น
เส้นสายที่ซ้อนทับกันอย่างบ้าคลั่งในบันทึกนี้... รูปทรงของวงโคจรที่ตัดกันตรงจุดกึ่งกลาง... มันไม่ใช่แค่ลวดลายสุ่ม
"เซราฟิน่า..." อคิราห์เรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ขอฉันดู... รอยที่หลังของคุณอีกครั้ง"
เซราฟิน่าชะงัก เธอขมวดคิ้วด้วยความรำคาญแต่ก็ยอมหันหลังให้เขา "แกจะดูไปทำไมอีก? มันก็แค่รอยเปื้อนสกปรก"
อคิราห์ไม่ฟัง เขาใช้มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะที่ขอบเสื้อของเธอเบาๆ เพื่อให้เห็นรอยจารึกที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาเพียงเล็กน้อย แสงจากตะเกียงกระทบลงบนผิวหนังที่ดูเหมือนจะมีรอยหมึกเลอะเทอะ แต่เมื่อเขามองผ่านเลนส์คริสตัลจารึก ความจริงก็ปรากฏขึ้น
อักขระบนแผ่นหลังของเธอ ไม่ได้เป็นรอยเปื้อนที่ไร้ทิศทาง แต่มันคือ 'ชุดอักขระชั้นสูง' ที่ถูกเขียนด้วยความแม่นยำระดับสูงสุด และที่สำคัญที่สุด ลายเส้นโค้งที่ตัดผ่านกระดูกสันหลังของเธอนั้น คือลายเส้นเดียวกับอักขระบรรพกาลในบันทึกที่เขาเพิ่งค้นพบ!
"มันเหมือนกัน... เหมือนกันทุกประการ" อคิราห์พึมพำ ลมหายใจของเขาติดขัด "นี่ไม่ใช่โรคหมึกละลาย แต่มันคือการเคลื่อนย้ายของรูปแบบอักขระ"
เซราฟิน่าขยับตัวอย่างกระวนกระวาย "แกพูดเรื่องอะไร? ฉันบอกแล้วว่ามันคือโรค"
"ไม่ใช่!" อคิราห์เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นตระหนกและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน "ในบันทึกนี้ไม่ได้เขียนถึงความตายของอักขระ แต่มันเขียนถึง 'การแปลงรูป' (Metamorphosis) อักขระไม่ได้จางหายไป แต่มันกำลังเปลี่ยนสถานะจากสิ่งที่ถูกจารึกบนผิวหนัง ไปสู่รูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม"
เขารีบพลิกหน้าบันทึกไปที่หน้าสุดท้าย ซึ่งมีอักขระที่เขียนด้วยหมึกสีทองหม่นที่ดูเหมือนจะขยับได้เอง อคิราห์อ่านมันอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดของห้องสมุด
"ฟังนะ..." อคิราห์อ่านออกเสียงเบาๆ "เมื่ออักขระถึงจุดแตกสลาย มันจะไม่สูญสิ้น แต่มันจะสละรูปเดิมเพื่อรับรูปใหม่ ตามคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน... ถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต... การแปลงรูปจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อความทรงจำและหมึกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว"
เขามองไปที่เซราฟิน่าที่ยืนนิ่งเป็นหิน ความจริงที่เขาค้นพบกำลังเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทฤษฎีเรื่องการล่มสลายของระบบอักขระที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงความผิดพลาดทางเทคนิค กำลังจะถูกพิสูจน์ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารสภาจารึกก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงกระแทกของโลหะ
"พวกมันมาแล้ว!" เซราฟิน่ากระซิบพร้อมกับชักมีดออกมาเต็มแรง
อคิราห์รีบปิดบันทึกโบราณและพยายามซ่อนมันไว้ใต้เสื้อคลุม เขามองดูรอยหมึกบนมือตัวเองที่ดูเหมือนจะเริ่มสั่นไหวตามจังหวะหัวใจ "เราต้องไปจากที่นี่... ก่อนที่พวกเขาจะเห็นว่ารอยบนหลังคุณ ไม่ใช่ความตาย แต่คือการกำเนิดใหม่"
--- อคิราห์แอบเข้าไปในห้องสมุดสภาเพื่อตรวจสอบบันทึกโบราณและค้นพบว่าอักขระบนหลังของเซราฟิน่าไม่ใช่โรคหมึกละลาย แต่เป็นการแปลงรูปของอักขระตามคำทำนายโบราณ ก่อนที่ทหารสภาจะบุกเข้ามา