← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 71Free

ตอนที่ 71 — การจารึกครั้งสุดท้ายและการสลายตัวของตัวตน

ท่ามกลางพายุหมุนของเศษเสี้ยวแห่งความจริงที่พัดกระหน่ำ อคิราห์รู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ราวกับแผ่นหนังที่ถูกกรีดด้วยปลายเข็มที่อาบด้วยหมึกร้อนจัด ความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่เขารู้สึกอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น 'จังหวะ' เป็นรากฐานเดียวที่ยืนยันว่าเขายังคงมีตัวตนอยู่ท่ามกลางความบิดเบี้ยวที่กำลังกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย เบื้องหน้าของเขาไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่า แต่เป็น 'ต้นแบบอักขระดั้งเดิม' (The Primal Glyph) มันส่องแสงเรืองรองด้วยสีขาวบริสุทธิ์ที่ขัดกับความมืดมิดของหมึกดำและสีเขียวมรกตที่รุนแรงของพลังในร่างเขา อักขระนั้นไม่ได้อยู่บนพื้นผิวใด แต่มันแผ่ซ่านอยู่ทุกอณูของมิติที่กำลังพังทลาย มันคือพิมพ์เขียวของจักรวาล เป็นระเบียบชุดแรกที่พยายามจะจัดสรรความโกลาหลให้กลายเป็นความหมาย และเขารู้ดี... เขารู้ในระดับที่ความรู้สึกนึกคิดแบบมนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้ว่า การจะต้านทานความล่มสลายนี้ได้ เขาไม่อาจทำได้ในฐานะ 'ผู้สังเกตการณ์' หรือแม้แต่ 'ผู้ชำระหมึก' อีกต่อไป

เขามองเห็นมือของตัวเองที่เริ่มจางหายไป ไม่ใช่จางหายเพราะแสงสว่าง แต่จางหายเพราะมันกลายเป็นเพียงเส้นสายของอักขระที่ไร้รูปร่าง ผิวหนังที่เคยมีอุณหภูมิกลับกลายเป็นเพียงพื้นผิวสำหรับจารึกความหมายที่ไม่มีสิ้นสุด ความเป็นมนุษย์ของอคิราห์กำลังถูกกัดกินโดยเจตจำนงของสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้า เขาเห็นภาพนิมิตของตัวเองในอดีต—ชายหนุ่มผู้ชำระหมึกที่คอยประคองความทรงจำของผู้อื่นอย่างทะนุถนอม—ภาพเหล่านั้นดูห่างไกลและไร้สาระเหลือเกินเมื่อเทียบกับภาระที่เขากำลังแบกรับอยู่ ณ ขณะนี้ เขาต้องเป็น 'หมึก' เขาต้องกลายเป็นสารที่ใช้เขียนความจริงชุดใหม่ลงบนผืนผ้าใบแห่งความว่างเปล่า เพื่อให้โลกที่แตกสลายนี้มีโครงสร้างที่คงที่อีกครั้ง

“เจ้าพร้อมแล้วหรือ?” เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่ใช่เสียงจากปากหรือหู แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในแกนกลางของตัวตน ชายชุดเทาไม่ได้ปรากฏกายในรูปลักษณ์ที่ชัดเจน แต่เป็นเพียงความรู้สึกถึงการมีอยู่ที่มั่นคงท่ามกลางความผันผวน อคิราห์ไม่ได้หันไปมอง เพราะเขาไม่มี 'ทิศทาง' ให้หันอีกต่อไป “หากเจ้าก้าวข้ามไป อคิราห์... จะไม่มี 'เจ้า' เหลือให้จดจำอีกต่อไป จะไม่มีแม้แต่ชื่อที่เจ้าเคยใช้เรียกตัวเอง จะมีเพียงรอยจารึกที่ไร้ใบหน้า เพื่อประคองโลกที่บิดเบี้ยวนี้ไว้”

“ถ้ามันเป็นทางเดียว...” อคิราห์พยายามเค้นคำพูดออกมา แต่มันกลับกลายเป็นอักขระสีมรกตที่ไหลทะลักออกจากริมฝีปาก ความเจ็บปวดที่เขาใช้เป็นสมอเหนี่ยวรั้งตัวตนมาตลอด บัดนี้มันกำลังเปลี่ยนสภาพ มันไม่ได้เจ็บปวดแบบแผลสด แต่มันคือความรู้สึกของการถูกลบเลือนอย่างถาวร เหมือนความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นฝนบนยอดเขาคีรีคราม หรือรสชาติของน้ำใสในลำธารที่เขารัก กำลังถูกถอดรหัสและเปลี่ยนเป็นค่าความหมายทางพลังงาน เขาต้องสละความทรงจำเหล่านี้เพื่อเป็น 'น้ำหนัก' ให้กับอักขระชุดใหม่

เขาสูดลมหายใจที่ไม่มีอยู่จริง และเริ่มขยับจิตวิญญาณเข้าหาต้นแบบอักขระดั้งเดิม อักขระมรกตในร่างของเขาเริ่มแผ่ขยายออกไปคล้ายกับรากไม้ที่พยายามยึดโยงผืนดินที่กำลังสลายตัว เขาเริ่มร่ายรำในมิติที่ไร้ทิศทาง ทุกการเคลื่อนไหวคือการเขียน ทุกความคิดคือการจารึก เขาไม่ได้เขียนด้วยมือ แต่เขียนด้วย 'อัตลักษณ์' ของเขาเอง เขาเริ่มปลดปล่อยความเจ็บปวด ความกลัว และแม้แต่ความสุขสุดท้ายที่เขาจำได้ ออกมาเป็นเส้นสายของพลังงานที่พุ่งเข้าหาต้นแบบอักขระดั้งเดิม

ทันใดนั้น พลังงานจากต้นแบบอักขระได้ตอบรับ การปะทะกันระหว่างระเบียบดั้งเดิมกับความโกลาหลที่อคิราห์สร้างขึ้นสร้างคลื่นกระแทกที่ลบเลือนมิติรอบข้างจนหมดสิ้น ความจริงที่เคยมีอยู่—ไม่ว่าจะเป็นวิหารใต้หมึกดำ หรือนครอารคานาที่ล่มสลาย—ถูกลดทอนลงเหลือเพียงข้อมูลดิบที่รอการจัดระเบียบใหม่ อคิราห์รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่กำลังกระชากตัวตนของเขาออกเป็นส่วนๆ เขาเห็นเงาของตัวเองที่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของอักขระขนาดยักษ์ที่กำลังถูกเขียนขึ้น ความเป็นคนของเขาถูกย่อยสลายกลายเป็นสสารสีมรกตที่ไหลเวียนไปตามโครงสร้างใหม่ของความจริง

ในวินาทีที่เขากำลังจะสูญสิ้นความเป็นปัจเจกไปโดยสิ้นเชิง เขาเห็นความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการสูญเสียตัวตน นั่นคือโลกที่เขากำลังจะสร้างขึ้นใหม่นี้อาจไม่ใช่โลกที่เขาต้องการ แต่มันคือโลกที่ 'จำเป็น' ต้องเป็น เพื่อให้การมีอยู่ของสรรพสิ่งดำเนินต่อไปได้ เขาต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาทีสุดท้าย—จะเขียนความจริงที่เปี่ยมด้วยความโกลาหลแต่มีชีวิต หรือจะเขียนความจริงที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้ซึ่งความรู้สึก?

แสงสว่างสีขาววาบขึ้นจนบดบังทุกสิ่ง ความเงียบสงัดเข้าครอบงำทุกมิติ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่รอคอยการจารึกครั้งสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์

--- อคิราห์ตัดสินใจสละตัวตนเพื่อเป็นสื่อกลางในการจารึกความจริงใหม่ลงบนต้นแบบอักขระดั้งเดิม ท่ามกลางความโกลาหลของมิติที่กำลังพังทลาย เขาต้องเลือกระหว่างความจริงที่มีชีวิตหรือความจริงที่สมบูรณ์แบบก่อนที่ตัวตนจะสลายหายไป