← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 40Free

ตอนที่ 40 — รอยจารึกแห่งความเกลียดชัง

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากดังสะท้อนไปตามทางเดินหินอ่อนที่แตกร้าวของนครอารคานา กลิ่นอายของโอโซนและหมึกที่ไหม้เกรียมคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่เริ่มเบาบางลงจากการสั่นสะเทือนของเมืองลอยฟ้า อคิราห์หอบหายใจถี่ ร่างกายของเขาหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจ รอยอักขระมรกตที่พาดผ่านลำคอและต้นแขนจะส่งกระแสความร้อนวูบวาบ ราวกับมันกำลังเต้นระรัวไปตามจังหวะหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของเขา

“นั่นไง! ภัยพิบัติเดินได้!” เสียงตะโกนกร้าวของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากมุมตึก พร้อมกับร่างที่พุ่งออกมาจากเงามืด อคิราห์เบี่ยงตัวหลบโดยสัญชาตญาณ แรงลมจากการเหวี่ยงอาวุธเฉียดใบหูเขาไปเพียงนิดเดียว เขาไม่ได้มองเห็นเพียงแค่คนร้าย แต่เขามองเห็น ‘รอยจาง’ ของความโกรธแค้นที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขา มันเป็นเส้นสายสีดำที่บิดเบี้ยวและรุนแรงกว่าหมึกดำที่เขาเพิ่งควบคุมไปเสียอีก

“ข้าไม่ได้ทำเพื่อทำลาย!” อคิราห์ตะโกนออกไป แต่น้ำเสียงของเขากลับถูกกลืนหายไปในเสียงกู่ร้องของฝูงชนที่เริ่มมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ สายตาที่เขามองเห็นไม่ใช่สายตาของมนุษย์ที่มองเห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่มันคือสายตาของเหยื่อที่มองเห็นเพชฌฆาต สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวซึ่งแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอันบริสุทธิ์

เขาวิ่งไปตามระเบียงแคบๆ ที่ขอบเมืองลอยฟ้า เบื้องล่างคือมหาสมุทรแห่งหมึกดำที่ยังคงหมุนวนเป็นวังวนขนาดใหญ่เบื้องล่างนครอารคานา ความทรงจำที่ถูกปลดปล่อยออกมาไม่ได้หายไป แต่มันกำลังก่อตัวเป็นรูปร่างที่เลือนรางและน่าสะพรึงกลัว อคิราห์รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดของมัน มันเรียกหาเขา... เรียกหาอักขระในกายเขาให้กลับไปหลอมรวมกัน

“เจ้าจะหนีไปได้นานแค่ไหน อคิราห์?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู เขาชะงักกึกและหันไปพบกับชายชุดเทาที่ยืนพิงเสาหินอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ใบหน้าของชายผู้นี้ยังคงเรียบเฉย ราวกับว่าพายุที่กำลังถล่มเมืองอยู่นี้เป็นเพียงฝนพรำธรรมดา

“พวกเขากำลังจะฆ่าข้า...” อคิราห์พูดพลางหอบ “ข้าเพียงแค่ต้องการให้พวกเขาจำได้... ต้องการให้ความจริงกลับมา”

ชายชุดเทาแค่นยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความเมตตาอยู่ในนั้นเลย “ความจริงคือยาพิษสำหรับผู้ที่เสพติดคำลวงมาทั้งชีวิต เจ้าไม่ได้มอบความทรงจำให้พวกเขาหรอก อคิราห์... เจ้ากำลังกระชากหน้ากากที่พวกเขาใช้ปกป้องจิตใจตัวเองออกต่างหาก และมนุษย์มักจะทำลายสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความอัปลักษณ์ของตนเองเสมอ”

ทันใดนั้น ลูกศรที่อาบด้วยพลังงานสีฟ้าครามก็พุ่งแหวกอากาศมาทางเขา อคิราห์ใช้มือขวาสะบัดออก อักขระมรกตที่ข้อมือเปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมาทันที สร้างม่านพลังงานรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนขึ้นมากันแรงปะทะ ลูกศรแตกกระจายเป็นละอองแสง แต่แรงกระแทกก็ทำให้แขนของเขาชาหนึบ

“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ต้องกลายเป็นปีศาจในสายตาพวกเขาใช่ไหม?” อคิราห์ถามด้วยดวงตาที่สั่นเครือ

“เจ้าไม่ใช่ปีศาจ” ชายชุดเทาก้าวเดินเข้ามาใกล้ แสงจากอักขระมรกตบนตัวอคิราห์สะท้อนในดวงตาของเขา “เจ้าคือ ‘เหตุการณ์’ เจ้าคือจุดเปลี่ยนที่ไม่มีวันย้อนกลับได้ จงจำไว้ว่าเมื่อเจ้าก้าวข้ามเส้นนี้ไปแล้ว เจ้าจะไม่สามารถกลับไปเป็นผู้ชำระหมึกที่นั่งจดบันทึกในถ้ำอันเงียบสงบได้อีกต่อไป”

เสียงฝีเท้าของกลุ่มผู้คุมกฎแห่งอารคานาดังใกล้เข้ามา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่มาเพื่อประหาร อาวุธในมือของพวกเขาคือคทาที่สลักอักขระแห่งการกักขัง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสยบพลังงานที่บิดเบี้ยวโดยเฉพาะ อคิราห์สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงมาที่เขา มันไม่ใช่แค่แรงกาย แต่เป็นแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่พยายามจะ ‘ลบ’ ตัวตนของเขาออกไปจากกระแสธารแห่งความจริง

อคิราห์ตัดสินใจวิ่งต่อ เขาไม่ได้วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว แต่เขาวิ่งเพื่อหาทางออกไปจากวงล้อมนี้ เขาพุ่งผ่านกลุ่มควันและเศษหินที่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานเมืองที่กำลังปริแตก ในขณะที่เขาวิ่ง รอยอักขระบนผิวหนังของเขาก็เริ่มขยายตัวและเลื้อยไปตามกล้ามเนื้อราวกับมีชีวิต มันเริ่มส่งเสียงกระซิบ... เสียงที่ไม่ได้มาจากการได้ยิน แต่เป็นการสั่นสะเทือนในกระดูก เป็นเสียงของอักขระโบราณที่กำลังหัวเราะเยาะความพยายามของมนุษย์

‘จงยอมรับ... จงหลอมรวม... จงเป็นหนึ่งเดียวกับความว่างเปล่า...’

“หุบปาก!” อคิราห์คำรามในใจ เขาพยายามรวบรวมสติที่กำลังจะแตกสลาย เขาเห็นทางแยกด้านหน้า—ทางหนึ่งนำไปสู่ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยทหารและผู้พิพากษา อีกทางหนึ่งคือขอบเหวที่นำไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง

เขาเลือกทางที่สอง

อคิราห์กระโจนข้ามราวกั้นหินที่พังทลาย ร่างของเขาลอยเคว้งอยู่ในอากาศชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะใช้พลังอักขระมรกตสร้างเป็นฐานรองรับใต้ฝ่าเท้า แรงกระแทกจากการลงจอดบนหมึกดำที่หนืดข้นทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจมลงในโคลนที่ร้อนระอุ แต่มันก็ปลอดภัยกว่าการเผชิญหน้ากับดาบของชาวเมือง

เขาจมลงไปในมหาสมุทรแห่งความทรงจำที่กำลังคลั่ง หมึกดำเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของเหลว แต่มันคือเศษเสี้ยวของชีวิตที่ถูกลืม—เสียงหัวเราะของเด็กที่หายไป, สัญญาที่ถูกผิดคำ, ความโศกเศร้าที่ไม่มีใครจดจำ ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นมวลสารที่บ้าคลั่ง อคิราห์พยายามประคองสติขณะที่ภาพนิมิตนับพันไหลบ่าเข้าสู่สมองของเขา

เขามองเห็นอารคานาในยุคก่อตั้ง เห็นการใช้ผลึกแก้วดูดกลืนวิญญาณ เห็นการทรยศครั้งแรกที่ทำให้เมืองนี้ต้องกลายเป็นคุกแห่งความจำจอมปลอม และท่ามกลางความโกลาหลของนิมิตเหล่านั้น เขาเห็นร่างหนึ่ง... ร่างที่ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ร่างที่มีอักขระแบบเดียวกับเขา แต่กลับดูสงบนิ่งและน่าเกรงขามยิ่งกว่า

ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากเขาขึ้นมาจากความมืด อคิราห์สะดุ้งสุดตัว พบว่าตัวเองนอนอยู่บนแท่นหินลึกลับที่ลอยอยู่ท่ามกลางหมอกหนา เบื้องหน้าของเขาไม่ใช่เมืองอารคานาที่พังทลาย แต่เป็นวิหารที่ดูเหมือนจะสร้างขึ้นจากแสงและเงา

“ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นของจุดจบ” เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นอีกครั้ง เขาไม่ได้อยู่ตรงหน้าเขา แต่เสียงนั้นดูเหมือนจะดังมาจากทุกทิศทาง

อคิราห์พยายามยันกายขึ้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง รอยอักขระมรกตบนตัวเขาตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงสีเขียวสว่าง แต่มันเริ่มมีประกายสีดำแทรกซึมเข้าไป ราวกับว่าการหลอมรวมครั้งก่อนได้ทิ้งรอยแผลเป็นถาวรไว้ในจิตวิญญาณของเขา

“ที่นี่ที่ไหน?” เขาถามด้วยเสียงแหบพร่า

“ที่ที่ความจริงไม่ต้องมีคำลวง และความลวงไม่ต้องมีที่ยืน” ชายชุดเทาก้าวออกมาจากเงามืด คราวนี้เขาไม่ได้สวมเพียงชุดสีเทาธรรมดา แต่รอบกายเขามีอักขระโบราณลอยวนเวียนอยู่เหมือนฝูงแมลง “เจ้าทำสำเร็จแล้ว อคิราห์... เจ้าปลดปล่อยความทรงจำออกมาได้ แต่เจ้ายังไม่รู้ว่าการปลดปล่อยนั้นได้ปลุก ‘สิ่งนั้น’ ให้ตื่นขึ้นมาด้วย”

อคิราห์ขมวดคิ้ว “สิ่งไหน? ข้าแค่ต้องการหยุดโรคหมึกละลาย!”

“โรคหมึกละลายไม่ใช่โรค...” ชายชุดเทาเอ่ยพลางชี้ไปที่รอยร้าวบนพื้นวิหารที่เริ่มมีหมึกสีดำไหลออกมา “มันคือการกลับมาของเจ้าของที่แท้จริง อักขระโบราณไม่ได้ต้องการจะหายไป แต่มันต้องการร่างใหม่... และเจ้าก็ได้มอบร่างนั้นให้พวกมันแล้ว”

ก่อนที่อคิราห์จะได้ถามต่อ พื้นวิหารก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต แต่เป็นเสียงของการฉีกขาดของมิติ ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ อคิราห์มองเห็นเงาดำขนาดมหึมาที่กำลังก่อตัวขึ้นจากใต้แท่นหิน มันไม่ใช่หมึก แต่มันคือ ‘เจตจำนง’ ที่มีรูปร่างเป็นอักขระขนาดใหญ่ที่กำลังพยายามจะสลักตัวเองลงบนความจริงของโลกนี้

--- อคิราห์หลบหนีจากการไล่ล่าของชาวเมืองอารคานาลงสู่มหาสมุทรหมึกดำและหลุดเข้ามาในวิหารลึกลับ ก่อนจะได้รับรู้ความจริงจากชายชุดเทาว่าโรคหมึกละลายไม่ใช่โรค แต่คือการกลับมาทวงคืนร่างใหม่ของอักขระโบราณโดยมีเขาเป็นสื่อกลาง