ตอนที่ 4 — รอยเท้าบนทางลับและเสียงกรีดร้องใต้เงาหมอก
“หยุดอยู่ตรงนั้น! เจ้าหนู อย่าให้ข้าต้องใช้หมึกจารึกพิพากษา!”
เสียงตะโกนก้องกังวานมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เหยียบย่ำลงบนพื้นหินของที่ราบสูงคีรีคราม ไมโลหอบหายใจจนหน้าอกกระเพื่อมไหว เหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมผ่านไรผมลงมาที่ขมับ เขารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่นหลัง—ไม่ใช่จากแสงแดด แต่จากลำแสงสีฟ้าหม่นที่พุ่งเฉียดผ่านตัวเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว
เขาก้มมองดูถุงย่ามที่สะพายอยู่ มันหนักอึ้งเพราะบรรจุเศษแร่หมึกที่เขาแอบขโมยมาจากโรงงานหลวง ‘ถ้าถูกจับได้ ไม่ใช่แค่โดนขัง แต่พวกเขาจะลบทุกอย่างที่ฉันเป็นทิ้งไป’ เขาคิดพลางกัดฟันกรอด พยายามพุ่งตัวหลบหลังโขดหินขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีเทา
“มันหนีไปทางช่องแคกหิน!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น มันคือเสียงของหน่วยรักษาอักขระ สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ส่งแค่ทหารธรรมดามา แต่พวกเขาสวมเกราะที่มีอักขระ ‘กักขัง’ สลักอยู่บนแผ่นไหล่ ทุกครั้งที่พวกเขาสะบัดมือ แสงจากอักขระจะขยายตัวออกเป็นตาข่ายพลังงานที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ไมโลตัดสินใจวิ่งออกไปจากที่ซ่อน เขาไม่ได้วิ่งไปทางถนนหลัก แต่เลือกวิ่งลัดเลาะไปตามหน้าผาชันที่หมอกหนาจัดจนแทบมองไม่เห็นเท้าตัวเอง เขารู้สึกถึงแรงกดดันในอากาศ พลังจากอักขระของหน่วยรักษาอักขระรุนแรงกว่าที่เขาเคยเห็นในตำราเรียนเสียอีก มันไม่ใช่แค่แสงสว่าง แต่มันคือแรงดึงดูดมหาศาลที่พยายามจะกระชากร่างของเขาให้หยุดนิ่ง
“อึก!” ไมโลทรุดลงกับพื้นเมื่ออักขระ ‘ตรึงตรึง’ พุ่งเข้าปะทะพื้นหินข้างเท้าเขา แรงสั่นสะเทือนทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้งเหมือนถูกทับด้วยแผ่นหินขนาดยักษ์ เขาพยายามตะเกียกตะกายคลานหนี พลางใช้มือขุดคุ้ยไปตามซอกหิน
“ข้าจะไม่ยอมถูกลบ... ข้าจะไม่ยอมลืมแม่...” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิว
ในขณะที่เขากำลังจะหมดแรง มือของเขากลับไปสัมผัสกับรอยแยกของหินที่ดูผิดปกติ มันไม่ใช่แค่รอยแตกตามธรรมชาติ แต่มันคือรอยสลักรูปฟันเฟืองที่ดูจางหายไปเกือบหมดสิ้น ไมโลตัดสินใจใช้แรงเฮือกสุดท้ายยันตัวขึ้นแล้วผลักแผ่นหินนั้นออกด้วยความหวังสุดท้ายว่ามันจะเป็นทางรอด
ครืด...
แผ่นหินเลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดเบื้องล่าง ไมโลไม่รอช้า เขาทิ้งตัวลงไปในความมืดนั้นทันที ร่างของเขากลิ้งไปตามทางลาดชันที่ทำจากดินและรากไม้ ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ในอุโมงค์แคบ ๆ ที่มีกลิ่นอับชื้นของดินและหมึกเก่า ๆ
เขานั่งนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ พยายามฟังเสียงข้างบนว่าพวกหน่วยรักษาอักขระตามลงมาหรือไม่ เสียงฝีเท้าและแสงสีฟ้าค่อย ๆ ห่างออกไป จนกระทั่งความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ไมโลเริ่มสำรวจทางเดินใต้ดินนี้ เขาพบว่ามันคือเครือข่ายอุโมงค์ลับที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ขนส่งหมึกเวทมนตร์ในสมัยโบราณ ผนังอุโมงค์เต็มไปด้วยอักขระที่จางหายไปตามกาลเวลา แต่มันยังพอมีแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเมื่อเขาสัมผัส
เขาก้าวเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง แสงจากตะเกียงน้ำมันเล็ก ๆ ในมือส่องให้เห็นทางเดินที่คดเคี้ยว จนกระทั่งเขามาถึงจุดที่อุโมงค์เปิดออกสู่ช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ที่มองเห็นลานกว้างด้านบนได้
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ
ภายใต้แสงไฟจากคบเพลิงของหน่วยรักษาอักขระ กลุ่มทหารกำลังล้อมรอบชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ดูซูบผอม พวกเขาไม่ได้กำลังจับกุมอาชญากร แต่พวกเขากำลังจับกุม ‘ผู้ติดเชื้อ’
“ดูที่แขนของมันสิ!” เสียงของหัวหน้าหน่วยรักษาอักขระดังขึ้นอย่างเหยียดหยาม “อักขระบนผิวหนังเริ่มละลายเป็นรอยเปื้อนสีดำไร้รูปทรงแบบนี้ มันไม่ใช่คนอีกต่อไป แต่มันคือภัยพิบัติที่ต้องถูกชำระล้าง!”
ไมโลมองผ่านช่องหิน เห็นชายคนหนึ่งพยายามอ้อนวอนขอชีวิต “ได้โปรด... ข้าแค่จำชื่อลูกสาวไม่ได้ชั่วคราว... มันเป็นแค่หมึกที่เลอะ... อย่าเผาข้าเลย!”
แต่คำขอร้องนั้นไร้ความหมาย หัวหน้าหน่วยยกคทาที่สลักอักขระ ‘ลบล้าง’ ขึ้นมา แสงสีขาวสว่างจ้าพุ่งเข้าใส่ชายคนนั้น ไม่ใช่เพื่อรักษา แต่เพื่อทำลายอักขระทั้งหมดบนร่างของเขาให้แตกสลายไปพร้อมกับตัวตน ชายคนนั้นกรีดร้องจนสุดเสียงก่อนที่ร่างจะทรุดฮวบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและรอยไหม้ดำบนพื้นดิน
ไมโลถอยกรูดกลับเข้าสู่ความมืด มือของเขาสั่นเทาจนตะเกียงเกือบหลุดมือ ความจริงที่เขาเห็นมันโหดร้ายกว่าที่เขาเคยจินตนาการ สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ปกป้องความทรงจำ แต่พวกเขากำลังกำจัดทุกคนที่ทำให้ระบบของพวกเขาดูอ่อนแอ
เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่คุกรุ่นอยู่ในอก ‘พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไง... พวกคุณบอกว่าอักขระคือชีวิต แต่พวกคุณกลับใช้มันเป็นเครื่องมือประหารคนบริสุทธิ์’
ไมโลมองไปที่ทางเดินมืดมิดเบื้องหน้า เขาไม่มีทางกลับไปเป็นเด็กที่วิ่งเล่นในเมืองอย่างสงบสุขได้อีกต่อไป เขาต้องรอด เขาต้องหาทางเข้าถึงความลับของหมึกเวทมนตร์ และเขาจะต้องบอกให้โลกได้รับรู้ว่าสิ่งที่สภาจารึกทำอยู่นั้นไม่ใช่การรักษาความบริสุทธิ์ แต่คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ความทรงจำของมนุษย์
เขาเริ่มออกเดินอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อหาทางกลับขึ้นไปเผชิญหน้ากับความจริงที่รออยู่เบื้องบน
--- ไมโลหนีการตามล่าของหน่วยรักษาอักขระจนหลบลงไปในอุโมงค์ลับใต้ดิน และได้เห็นความโหดร้ายของสภาจารึกที่ทำการประหารผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลาย ทำให้เขาตัดสินใจที่จะต้องมีชีวิตรอดเพื่อเปิดโปงความจริง