← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 34Free

ตอนที่ 34 — สายตาแห่งความเกลียดชังและเงาของผู้เฝ้ามอง

เสียงฝีเท้าที่วิ่งตะกุยไปบนพื้นผลึกแก้วดังสะท้อนก้องไปทั่วลานกว้างของนครอารคานา มันไม่ใช่เสียงแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นเสียงของการหลบหนีที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว อคิราห์หอบหายใจจนทรวงอกสั่นสะท้าน รสฝาดเฝื่อนของโลหะและกลิ่นไหม้ของอักขระที่แตกสลายอบอวลอยู่ในลำคอ ทุกครั้งที่เขาขยับกาย ความเจ็บปวดจากการหลอมรวมพลังมรกตและหมึกดำจะแล่นพล่านไปตามเส้นเลือด ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนัง

เขามองย้อนกลับไปเบื้องหลัง ภาพของนครลอยฟ้าที่เคยดูราวกับวิมานแห่งแสงสว่าง บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งความบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเหนืออารคานาที่เคยเป็นสีครามใสสะอาด บัดนี้ถูกจารึกด้วยอักขระสีดำทมิฬที่ไหลวนเหมือนงูพิษ มันคือร่องรอยของความจริงที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมา—ความจริงที่ว่าระเบียบอันงดงามของที่นี่ถูกสร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของความทรงจำที่ถูกขโมยมา

"นั่นไง! ภัยพิบัติเคลื่อนที่! มันคือต้นตอของหมึกละลาย!"

เสียงตะโกนดังก้องมาจากเบื้องบน พร้อมกับร่างของเหล่าองครักษ์ในชุดเกราะผลึกแก้วที่พุ่งทะยานลงมาจากระเบียงลอยฟ้า พวกเขาไม่ได้มองอคิราห์ด้วยความซาบซึ้งที่เขาช่วยยึดเหนี่ยวเมืองไว้ แต่พวกเขามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและหวาดกลัว ราวกับเขากลายเป็นสิ่งมีดารามืดที่หลุดเข้ามาในโลกแห่งแสงสว่าง อคิราห์กัดฟันกรอด เขาไม่ได้ต้องการเป็นวีรบุรุษ และเขาก็ไม่ได้ต้องการเป็นปีศาจ เขาเพียงแค่ต้องการหยุดยั้งการล่มสลายของตัวตน

"ถอยไป! อย่าให้มันเข้าใกล้ผลึกแก้วหลัก!"

เสียงกัมปนาทของหนึ่งในผู้ปกครองนครดังขึ้น ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ลอยเด่นอยู่เหนือกลุ่มเมฆหมึกดำ มือของเขาชี้ตรงมาที่อคิราห์ พลังงานสีทองสว่างจ้าพุ่งตรงมาดั่งหอก แสงนั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันแผดเผาและพยายามจะลบเลือนทุกสิ่งที่มันสัมผัส อคิราห์เบี่ยงตัวหลบอย่างทุลักทุเล พลังงานนั้นเฉี่ยวไหล่เขาไป กระแทกเข้ากับเสาผลึกข้างกายจนแตกกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ แสงสว่างจากเศษแก้วเหล่านั้นบาดลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

เขาวิ่งเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่สร้างจากทางเดินผลึกแก้วที่กำลังร้าวระแหง สัมผัสของพื้นผิวที่ขรุขระและเย็นเยียบทำให้เขารู้สึกถึงความไม่มั่นคงของโลกใบนี้ ทุกก้าวที่เหยียบลงไปมีความเสี่ยงที่จะตกลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง ทันใดนั้น เงาสีเทาที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความโกลาหล

"เจ้ากำลังทำลายสิ่งที่เจ้าพยายามจะรักษา อคิราห์..."

เสียงนั้นเรียบเฉยแต่ทรงพลัง ชายชุดเทายืนพิงเสาหินมรกตที่ดูเหมือนจะหลุดรอดมาจากมิติอื่น เขายังคงดูสงบนิ่งราวกับยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ไม่ใช่กลางสงครามที่นครลอยฟ้ากำลังพังทลาย อคิราห์หยุดชะงัก พยายามรวบรวมลมหายใจ

"พวกเขากำลังไล่ล่าผม... ทั้งที่ผมเป็นคนหยุดไม่ให้เมืองนี้ร่วงลงไป!"

"เจ้าหยุดมันได้เพียงชั่วคราว แต่เจ้าได้ปลุกสิ่งที่ควรจะหลับใหลขึ้นมา" ชายชุดเทาก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ดวงตาของเขาไม่ได้มองที่อคิราห์ แต่มองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยอักขระดำ "ระเบียบที่พวกเขาสร้างขึ้นคือความลวงตาที่สวยงาม แต่ความจริงที่เจ้าจารึกลงไปนั้น... มันคือความจริงที่โลกไม่พร้อมจะแบกรับ"

"แล้วผมต้องทำยังไง? ให้พวกเขาดูดกลืนความทรงจำต่อไปงั้นหรือ? ให้โลกนี้กลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้จิตวิญญาณเพื่อแลกกับความสงบสุขจอมปลอมนั่นน่ะหรือ!"

อคิราห์ตะโกนใส่หน้าชายปริศนา ความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาในอก รอยจารึกอักขระมรกตบนแขนของเขาเริ่มเรืองแสงสีเขียวจัด สลับกับเส้นเลือดสีดำที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจ เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังแตกสลายจากภายใน

"ความเจ็บปวดคือราคาของความจริง" ชายชุดเทากล่าวพลางยื่นมือออกมา แต่ไม่ได้สัมผัสตัวเขา "เจ้าไม่ได้เป็นเพียงผู้ชำระหมึกอีกต่อไป อคิราห์ เจ้าคืออักขระต้องห้ามที่ถูกลบหายไปจากประวัติศาสตร์... เจ้าคือจุดเริ่มต้นของความทรงจำที่แท้จริง และจุดจบของระเบียบที่บิดเบี้ยว"

ยังไม่ทันที่อคิราห์จะได้ซักไซ้ต่อ เสียงระเบิดกึกก้องก็ดังขึ้นจากใจกลางนคร ผลึกแก้วขนาดมหึมาที่ทำหน้าที่เป็นแกนกลางของอารคานาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หมึกดำที่เคยหมุนวนอยู่บนฟ้าเริ่มพุ่งดิ่งลงมาหาแกนกลางนั้น ราวกับสัตว์ร้ายที่หิวโหยและกำลังพยายามจะกัดกินหัวใจของเมือง

"มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว"

ชายชุดเทาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเป็นทั้งคำเตือนและคำทำนาย อคิราห์มองเห็นภาพตรงหน้าด้วยความพร่ามัว ผู้ปกครองนครกำลังพยายามใช้พลังทั้งหมดเพื่อกักขังหมึกดำไว้ แต่ยิ่งพวกเขาใช้พลังมากเท่าไหร่ หมึกดำก็ยิ่งดูดกลืนพลังงานเหล่านั้นไป และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอักขระที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม

อคิราห์รู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่กระชากวิญญาณของเขาไปทางแกนกลางเมือง เขาไม่ได้วิ่งหนีอีกต่อไป แต่ร่างกายของเขากลับเคลื่อนที่ไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณที่ถูกปลุกขึ้นมาโดยอักขระมรกตในตัว เขารู้ดีว่าหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง นครแห่งนี้จะไม่เพียงแค่ร่วงหล่น แต่มันจะกลายเป็นหลุมดำที่จะกลืนกินความทรงจำทั้งหมดของโลกใบนี้ไปพร้อมกับมัน

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนและเสียงพังทลายของผลึกแก้ว อคิราห์เห็นเงาหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในหมึกดำ... เงาที่ไม่ใช่ทั้งผู้ปกครอง และไม่ใช่ทั้งภาคี แต่มันคือบางสิ่งที่เก่าแก่กว่านั้น สิ่งที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่น่าสะพรึงกลัว

เขาตัดสินใจกระโจนเข้าสู่ใจกลางของความบ้าคลั่ง ทิ้งความหวาดกลัวไว้เบื้องหลัง และมุ่งหน้าสู่แสงสว่างสีมรกตที่กำลังจะปะทะกับความมืดมิดนิรันดร์

--- อคิราห์ถูกชาวเมืองอารคานาไล่ล่าในฐานะภัยพิบัติ แม้เขาจะช่วยเมืองไว้ได้ก็ตาม เขาได้เผชิญหน้ากับชายชุดเทาที่เตือนถึงความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับตัวตนของเขา และต้องตัดสินใจเข้าสู่ใจกลางความโกลาหลเพื่อหยุดยั้งการล่มสลายของนครและโลก