← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 30Free

ตอนที่ 30 — มหาสมุทรแห่งหมึกที่คลั่งแค้น

เสียงระเบิดของผลึกแก้วดังสนั่นหวั่นไหวประหนึ่งโลกกำลังปริแตก อคิราห์รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้ส่งผ่านเพียงแค่พื้นผิว แต่มันสั่นลึกเข้าไปในจิตวิญญาณที่บอบช้ำของเขา นครอารคานาที่เคยสงบนิ่งและสง่างามดั่งวิหารลอยฟ้า บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งความโกลาหล หมึกสีดำสนิทที่เคยถูกกักขังไว้ในแก้วผลึกไหลทะลักออกมาดั่งน้ำป่าที่บ้าคลั่ง มันไม่ใช่เพียงของเหลว แต่มันคือเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกบิดเบือน ความโกรธแค้นของบรรพชน และความเจ็บปวดของผู้คนที่ถูกพรากตัวตนไป

"หยุดนะ! อคิราห์! เจ้ากำลังทำลายทุกอย่าง!" เสียงของเมรินตะโกนฝ่าเสียงอื้ออึง เธอพยายามทรงตัวอยู่บนสะพานผลึกที่เริ่มร้าวระแหง ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว แต่นัยน์ตายังคงฉายแววห่วงใย

อคิราห์ไม่ได้ยินเสียงของเธออย่างชัดเจนนัก ในหูของเขาเต็มไปด้วยเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ มันคือเสียงของอักขระนับล้านที่กำลังกรีดร้องจากการถูกปลดปล่อย หมึกดำที่พุ่งพล่านรอบตัวเขาไม่ได้ทำร้ายเขาในทันที แต่มันกำลัง 'เต้นรำ' รอบตัวเขา ราวกับมันกำลังมองหาที่พำนักใหม่ และที่พำนักที่เหมาะสมที่สุดก็คืออักขระมรกตที่ฝังลึกอยู่ในกายของเขาเอง

เขาทรุดเข่าลงกับพื้นผลึกที่เย็นเยียบ ความร้อนแรงจากอักขระในตัวเริ่มปะทะกับความหนาวเหน็บของหมึกที่คลั่งแค้น แสงสีมรกตเรืองรองออกมาจากผิวหนังของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอคล้ายจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะ ทุกครั้งที่แสงสว่างวาบขึ้น หมึกดำจะถอยร่นออกไปชั่วครู่ ก่อนจะโถมกลับเข้ามาด้วยแรงกดดันที่มหาศาลยิ่งกว่าเดิม

"มันไม่ใช่การทำลาย... มันคือการคืนชีพ" อคิราห์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาสั่นพร่า เขาเห็นภาพนิมิตสั้นๆ ผ่านสายหมึกเหล่านั้น—ภาพของเด็กน้อยที่ลืมชื่อแม่ ภาพของนักรบที่ลืมวิชาดาบ และภาพของเมืองทั้งเมืองที่กลายเป็นเพียงที่ว่างเปล่าไร้ชื่อเรียก ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อารคานาพยายาม 'จัดระเบียบ' โดยการชิงเอาความทรงจำที่ 'ไม่จำเป็น' ออกไป แต่มันไม่มีความทรงจำใดที่ไม่จำเป็น ความทรงจำคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์

ทันใดนั้น ร่างของเหล่าผู้ปกครองอารคานาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางม่านหมึก พวกเขาไม่ได้ดูตื่นตระหนก แต่กลับดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม พลังงานจากผลึกแก้วรอบกายพวกเขาแผ่ซ่านออกมาเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง หนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า ดวงตาของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งในขั้วโลก

"ผู้บุกรุก... เจ้าได้ปลดปล่อยสิ่งที่ควรจะถูกฝังไว้ใต้กาลเวลา" ผู้ปกครองผู้นั้นกล่าว เสียงของเขากังวานและทรงอำนาจจนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน "นครอารคานาคือที่พำนักแห่งความสงบสุขที่มนุษย์ควรได้รับ ความทรงจำที่เจ็บปวดคือสิ่งสกปรกที่ต้องถูกกำจัด เจ้ากำลังนำพาความโกลาหลกลับมาสู่ระเบียบอันสมบูรณ์แบบ"

"ระเบียบที่สร้างบนคำลวงน่ะหรือ?" อคิราห์ยันกายขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เลือดสีเข้มไหลซึมจากมุมปาก "พวกคุณไม่ได้รักษาความทรงจำ แต่พวกคุณกำลังขโมยมัน! โรคหมึกละลายที่พวกคุณสร้างขึ้น... มันคือผลข้างเคียงจากการดูดกลืนชีวิตของคนอื่นมาไว้ที่นี่!"

"ความเจ็บปวดคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความรุ่งโรจน์" ผู้ปกครองตอบอย่างไม่แยแส เขายกมือขึ้น อักขระสีทองสว่างวาบขึ้นบนฝ่ามือ ก่อนจะพุ่งเข้าหาอคิราห์ดุจศรแสง

อคิราห์ไม่มีทางเลือก เขาต้องใช้พลังที่เขายังไม่เข้าใจดีนัก เขาไม่ได้พยายามปัดป้อง แต่เขา 'เปิดรับ' เขาปล่อยให้อักขระมรกตในตัวขยายตัวออกไปปะทะกับศรแสงนั้น ทันทีที่พลังทั้งสองปะทะกัน เกิดแรงระเบิดที่ผลักร่างของเขาและเมรินกระเด็นไปคนละทิศละทาง ความรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แล่นผ่านประสาทสัมผัสของเขา

หมึกดำที่กำลังคลั่งเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง มันไม่ได้เป็นเพียงของเหลวอีกต่อไป แต่มันเริ่มกลายเป็นอสุรกายที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ไร้ใบหน้า พวกมันพุ่งเข้าใส่ทั้งฝ่ายผู้ปกครองและอคิราห์อย่างไม่เลือกหน้า สงครามระหว่างระเบียบที่แข็งกร้าวกับความโกลาหลที่บ้าคลั่งเริ่มต้นขึ้นกลางนครลอยฟ้า

ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น อคิราห์สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า หมึกดำเหล่านั้นไม่ได้เพียงแค่ทำลายสิ่งก่อสร้าง แต่มันกำลัง 'กลืนกิน' อักขระที่สลักอยู่บนผนังและพื้นผิวของอารคานา ทุกครั้งที่หมึกสัมผัสกับอักขระศักดิ์สิทธิ์ อักขระเหล่านั้นจะสลายกลายเป็นความว่างเปล่าทันที

"อคิราห์! ระวัง!" เมรินตะโกนเตือน เมื่อเห็นเงาดำขนาดมหึมาพุ่งตรงมาทางเขา

เขาพลิกตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่แรงปะทะจากพื้นผลึกที่แตกกระจายทำให้เขารู้สึกถึงความไม่มั่นคง นครอารคานาเริ่มเสียการทรงตัว มันไม่ได้ลอยอยู่อย่างสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกำลังร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง ราวกับยักษ์ที่บาดเจ็บและกำลังจะล้มลง

ในจังหวะที่สติกำลังจะหลุดลอย อคิราห์กลับเห็น 'เส้นด้าย' บางอย่าง เขาเห็นมันผ่านสายตาที่เปลี่ยนไปเพราะอักขระมรกต มันคือเส้นใยของความทรงจำที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน เส้นใยเหล่านี้กำลังถูกหมึกดำตัดขาด และเขารู้ดีว่าหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เส้นใยสุดท้ายจะขาดสะบั้น และโลกจะเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งความหมาย

เขาตัดสินใจรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ 'จารึก' เขาเริ่มขยับมือกลางอากาศ ท่ามกลางความบ้าคลั่งของหมึกและแสงสีทอง เขาเริ่มวาดอักขระที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน—อักขระที่ดูเหมือนจะผสานระหว่างความมืดมิดของความว่างเปล่าและความสว่างไสวของมรกต

"ถ้าความทรงจำคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเรา... ข้าก็จะจารึกความเจ็บปวดนี้ไว้ให้โลกไม่ลืม!"

เขาส่งเสียงคำรามพร้อมกับปลดปล่อยอักขระมรกตที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา แสงสีเขียวมรกตระเบิดออกเป็นวงกว้าง พยายามจะสมานรอยแยกของความจริงและหยุดยั้งการไหลบ่าของหมึกดำ แต่ในวินาทีนั้นเอง เขากลับสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากเงามืดเบื้องบน—สายตาที่ไม่ได้มาจากผู้ปกครอง และไม่ได้มาจากหมึก แต่มันคือสายตาที่รอคอยการล่มสลายนี้มานานแสนนาน

--- อคิราห์ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ปกครองนครอารคานาในขณะที่หมึกดำที่เกิดจากการปลดปล่อยความทรงจำกำลังทำลายเมือง เขาตัดสินใจใช้พลังอักขระมรกตเพื่อจารึกความจริงใหม่ท่ามกลางความโกลาหลที่กำลังทำให้เมืองลอยฟ้าเริ่มร่วงหล่น